วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ในช่วงที่หลายชีวิตต้องประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สูญเสียงานและรายได้ ส่งผลต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำจากภาวะภัยแล้ง ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT มีภารกิจในการสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการส่งเสริมสนับสนุนงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นต่างๆ จึงได้ลงพื้นที่ไปส่งเสริมการผลิตหน้ากากผ้า ภายใต้ชื่อโครงการ “หน้ากากจากหัวใจชุมชน” แก่ชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้ใช้ผ้าฝ้ายจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มาเป็นวัตถุดิบ และนำมาออกแบบตัดเย็บโดยฝีมือชาวบ้านในชุมชนหัตถกรรม ที่มีครูช่างศิลปหัตถกรรมเป็นศูนย์กลาง
.jpg)
นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด และประชาชนมาความจำเป็นต้องใช้หน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทาง SACICT ได้เข้าไปส่งเสริมการผลิตหน้ากากผ้าให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้ชื่อโครงการ “หน้ากากจากหัวใจชุมชน” ประเดิมแห่งแรกที่ชุมชนหัตถกรรมย้อมผ้าสีธรรมชาติหนองบัวแดง ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของชาวบ้าน 11 หมู่บ้าน ใน 2 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ คือ อำเภอหนองบัวแดง และ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ภายในชุมชนมีทั้งแรงงานหนุ่มสาวซึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนาจากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้พิการ ซึ่งทุกกลุ่มสามารถเข้ามาร่วมโครงการได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินทำให้ประชาชนต้องอยู่ในที่พักอาศัย เป็นโอกาสที่เอื้อให้ใช้เวลาว่างมาทำงานศิลปหัตถกรรมที่บ้านเพื่อเพิ่มพูนรายได้
ขณะนี้มีชาวบ้านร่วมโครงการจำนวนกว่า 200 ราย ในกว่า 85 หลังคาเรือนดำเนินการผลิตในลักษณะต่างคนต่างทำที่บ้านของตนเอง โดยไม่มีการรวมกลุ่มมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30,000 ชิ้นต่อเดือน โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 8,000-12,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ หน้ากากผ้านำไปซักและนำกลับมาใช้ได้ใหม่ยังช่วยลดปริมาณขยะจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้งอันจะเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมได้ด้วย
.jpg)
ครูอนัญญา เค้าโนนกอก ครูช่าง ศิลปหัตถกรรม ปี 2554 ผู้นำชุมชนหัตถกรรมหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิเล่าว่า ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ไม่มีน้ำมาเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ไม่มีงานไม่มีเงิน เมื่อ SACICT ส่งเสริมให้ทำหน้ากากผ้า และจัดหาตลาดให้ จึงเป็นโอกาสดีที่คนในหมู่บ้านได้มีงานทำ มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวในยามที่เกิดวิกฤติทั้งจากโควิดและภัยแล้ง สำหรับจุดเด่นของหน้ากากผ้าของชุมชน คือนำผ้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งสวยงามโดดเด่นด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบตัดเย็บร่วมกับผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากฝ้ายที่ปลูกแบบไร้สารเคมีของชุมชนเองผ่านกระบวนการเข็นฝ้ายด้วยมือและย้อมสีธรรมชาติ จาก ประดู่ ครั่ง คำแสดคราม ขมิ้น และมะเกลือ เป็นหน้ากากแบบคละลายหลากสีสัน ผ่านการซักทำความสะอาดอย่างดีเพื่อตัดเย็บเป็นหน้ากาก 2 ชั้นมีช่องสำหรับใส่ Filter เพิ่มได้เนื่องจากเป็นเส้นใยธรรมชาติ จึงสวมใส่สบาย ให้สัมผัสที่ดีและมั่นใจได้ว่าไม่ระคายเคืองผิวหนังที่สำคัญเป็นหน้ากากที่ทำด้วยหัวใจของชาวบ้านทุกคน
.jpg)
ชุมชนต่อมาคือ ชุมชนบ้านหัวฝายอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ภายใต้การนำของ นางสุภาณี ภูแล่นกี่ ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2556 ของ SACICT ที่นำเทคนิคการแต้มหมี่เป็นรูปทรงต่างๆทั้งสามเหลี่ยม วงกลม สี่เหลี่ยม และลายเส้น ลงบนผ้าไหมทอมือ ซึ่งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ลายหมากบกและหมากจับ ที่ขึ้นชื่อว่าลวดลายที่เล็กละเอียด ประณีต สีสันสวยงาม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าลวดลายเก๋ไก๋นี้ ไม่ได้เกิดจากกราฟิกดีไซน์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด
.jpg)
ทั้งนี้ SACICT ได้เร่งขยายโครงการไปยังชุมชนหัตถกรรมรวม 38 ชุมชนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายผลิตให้ได้500,000 ชิ้น สำหรับหน้ากากแห่งความสุขนี้ เป็นที่น่ายินดีว่ามีภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน อาทิ แบรนด์กระทิงแดงซึ่งหากภาคเอกชนใดสนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรม CSR ของบริษัท สามารถแจ้งความประสงค์มายัง SACICT ได้ที่โทร.035-367052
“SACICT ขอชวนคนไทยสนับสนุนหน้ากากจากหัวใจชุมชน ที่ผลิตจากผ้าศิลปาชีพฯ เพราะได้ช่วยให้อีกหลายครอบครัวในพื้นที่ห่างไกลมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มจากการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีมื้ออาหารที่อิ่มท้อง เด็กๆ ได้มีอนาคตสดใส คนชราได้รับการดูแล คนพิการได้รู้สึกถึงคุณค่าในตนเอง เป็นการต่อลมหายใจให้แก่ชาวบ้านและผู้คนที่กำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งถือเป็นความร่วมมือร่วมใจของคนไทยที่ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ ด้วยการสั่งซื้อหน้ากากแห่งความสุขนี้ได้ในราคา180 บาท ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอพพลิเคชั่นSACICT Shop ทั้งระบบ IOS และAndroid สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโทร.1289” ผู้อำนวยการ SACICTกล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี