นักโภชนาการแนะ 8 ข้อ How to ดูแลใจไม่ให้เครียด

นักโภชนาการแนะ 8 ข้อ How to ดูแลใจไม่ให้เครียด

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

ในสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ระบาดก่อนหน้านี้ หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ทั้งยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ช่วงเวลาแบบนี้ การได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารน่ากังวลใจมากมายที่ทำให้รู้สึกเครียด เหนื่อยล้าทั้งจิตใจ

ถึงเวลานี้โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย มีผู้ติดเชื้อเล็กน้อยและบางวันไม่มี รัฐบาลได้คลายล็อกมาตรการไปหลายๆ อย่าง ทั้งเปิดห้างเลื่อนเคอร์ฟิว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องมีข้อจำกัดบางอย่างที่ยังจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต ซึ่งทำให้หลายๆ คน เกิดความเครียดสะสม ดังนั้น สิ่งสำคัญเราต้องใส่ใจสุขภาพจิตใจของเราเป็นอันดับแรก การรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดและรู้วิธีจัดการกับมันสำคัญมากเพราะหากปล่อยให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ย่อมจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ ความเครียดยังสร้างผลเสียต่อสุขภาพกายและใจด้วย


ดร.แกรี่ สมอลล์ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่นที่จะช่วยให้จัดการกับระดับความเครียดของตัวเองได้ง่ายๆ ด้วย 8 วิธีไม่ให้เครียดเริ่มจาก

1.สังเกตสัญญาณความเครียด-การชอบกัดหรือขบฟัน น้ำหนักขึ้น ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน ปวดหลังปวดคอ และอาการนอนไม่หลับล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเครียด การจับสังเกตอาการเหล่านี้ได้จะช่วยให้คุณรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องหาวิธีลดความเครียดเสียที

2.รู้ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เครียด –ถ้าคุณทำงานจากบ้านหรือดูข่าวสารแล้วรู้สึกว่าตัวเองเครียด หงุดหงิด หรือรู้สึกปวดหัวปวดคอ ก็ควรลุกจากที่นั่งและหยุดสิ่งที่ทำอยู่ ลองเดินเล่นในบ้านหรือฟังเพลงหรือหามุมสงบ ๆ เพื่อผ่อนคลาย ก็จะช่วยรีเซตสภาวะจิตใจตัวเองได้ ก่อนจะกลับไปทำงานในแต่ละวันให้เสร็จ

3.พักเบรกระหว่างวัน-ลองจัดเวลาในแต่ละวันให้คุณได้พักเบรกจากการทำงานหรือจากการดู อ่าน หรือฟังข่าวสารบ้าง รวมถึงข่าวสารจากโซเชียลมีเดียด้วย การทำงานหรือตามอ่านข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันจะทำให้เครียดและสมองล้า หาเวลาผ่อนคลายด้วยการทำกิจกรรมที่แตกต่างจากสิ่งที่ทำเป็นประจำ หรือพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณกับคนที่คุณไว้ใจได้ก็จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้น

4.หากิจกรรมสร้างสรรค์ทำ-ใช้เวลานี้กลับมาสนุกกับงานอดิเรกที่คุณชอบหรือมองหากิจกรรมใหม่ๆ ดู การเปลี่ยนโฟกัสไปยังสิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกกระตือรือร้นและผ่อนคลาย แนะนำให้ลองฝึกทำเมนูอาหารใหม่ ๆ เดินเล่น ปัดกวาดทำความสะอาดบ้าน หรือร่วมกิจกรรมออกกำลังกายออนไลน์ ก็จะช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าที่เคย

5.หายใจเข้าออกลึกๆ ให้อารมณ์ผ่อนคลาย-การหายใจโดยธรรมชาติแล้วต้องใช้กระบังลม เวลาเราหายใจโดยใช้กระบังลม ท้องเราจะขยายเมื่อเราหายใจเข้าและยุบตัวลงเมื่อหายใจออกในหลายๆ ครั้ง เราลืมที่จะหายใจให้ถูกต้องและมักใช้แค่อกหรือไหล่ทำให้เราหายใจสั้นและไม่ลึกพอ ซึ่งทำให้รู้สึกเครียดและกังวลเพิ่มขึ้นช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะมากที่คุณจะได้ฝึกหายใจให้ดีขึ้นเริ่มจากหาที่เงียบๆ ในบ้านแล้วนอนลง วางมือข้างหนึ่งไว้บนอกและมืออีกข้างไว้บนท้อง เมื่อคุณพร้อมก็หายใจเข้าช้าๆ จะรู้สึกว่าท้องพองขยาย และเมื่อหายใจออก หน้าอกของคุณจะยุบต่ำลง ลองฝึกหายใจแบบผ่อนคลายสัก 20-30 นาทีต่อวันเพื่อลดความกังวลและฝึกให้ใจผ่อนคลายสบาย ๆ

6.เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น-ออกกำลังกายเป็นประจำ หากิจกรรมที่คุณชอบ การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมและทำให้รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรง รวมทั้งเป็นวิธีการจัดการความเครียดชั้นดีช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ถ้าคุณมีสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ หรือ Fitness Tracker ให้ตั้งเป้าเดินให้ได้ 10,000 ก้าวต่อวัน การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้เรากระตือรือร้นและมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ

7.พูดคุยสื่อสารกับคนใกล้ชิด -การหมั่นพูดคุยติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ตัวจะอยู่ห่างไกลกันก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะตัดขาดการติดต่อกับคนอื่นซะทีเดียว ลองทักไปหาคนที่คุณห่วงใยทุกวันด้วยช่องทางโซเชียลมีเดีย วีดีโอคอล หรือโทร.หาก็ได้

8.จัดระเบียบชีวิตประจำวันให้เหมือนปกติ-ถ้าคุณทำงานจากบ้านให้จัดตารางประจำวันเหมือนกับว่าคุณต้องไปทำงาน ตื่นเช้าตามเวลาไปทำงานปกติและอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย คุณไม่จำเป็นต้องใส่ชุดทำงานเต็มยศ แต่เลือกชุดทำงานที่ใส่สบายๆ แล้วก็ต้องจัดพื้นที่ทำงานให้มีสิ่งรบกวนน้อยที่สุดเพื่อให้คุณมีสมาธิ และจำไว้ว่าต้องมีพักเบรกระหว่างวันเพื่อผ่อนคลาย จะช่วยให้คุณรู้สึกมีระเบียบชีวิตชัดเจนและไม่รู้สึกแปลกไปจากวิถีชีวิตปกติ

เราต้องจำไว้ว่าความเครียดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่มันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราลดลง และส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การรู้วิธีการจัดการความเครียดและนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองและเอาชนะปัญหาความเครียดได้ในท้ายที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top