วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
Hamilton นำนาฬิกาข้อมือดิจิทัลแบบดั้งเดิมซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานสร้างสรรค์แห่งอนาคตที่เปลี่ยนโลกอย่าง Pulsar กลับมาทำใหม่อีกครั้งในรุ่น Hamilton PSR โดย Pulsar เคยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักคิดหัวสมัยใหม่และผู้นำด้านสไตล์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นJackNicholson, JoeFrazier, EltonJohn และ Keith Richards ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสะเทือนวงการและการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย
ซึ่งวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของนาฬิกาข้อมือ เมื่อ Hamilton เปิดตัว Pulsar นาฬิกาดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์เรือนแรกของโลก ที่มหานครนิวยอร์ก Pulsar เป็นเหมือนนาฬิกา
ที่หลุดออกมาจาก นวนิยายวิทยาศาสตร์เพราะไม่มีชิ้นส่วนใดเลยที่เคลื่อนที่ ไม่มีเสียงเข็มนาฬิกา แต่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติด้านความทนทานและความเที่ยงตรงสูงสุด โดยได้รับการตั้งชื่อตามดาวนิวตรอนที่ปล่อยรังสีด้วยความถี่ที่มีความแม่นยำมากเป็นพิเศษ
HamiltonPulsar รุ่นแรก หรือ P1 วางจำหน่ายในตลาดในปี 2515 ด้วยงานออกแบบสไตล์ยุคอวกาศผสานกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้วยตัวเรือนแบบคุชชั่นในดีไซน์ล้ำยุคพร้อมสายนาฬิกาสีทอง 18 กะรัต มีราคา 2,100 ดอลลาร์ ซึ่งสูงเทียบเท่ากับราคารถยนต์สำหรับครอบครัวเลยทีเดียว ElvisPresley เป็นหนึ่งในเพียง400 คน กลุ่มแรกที่ได้ครอบครอง
ในปีต่อมา นาฬิกาคอมพิวเตอร์จึงมีวางจำหน่ายแพร่หลายสำหรับคนทั่วไปในรุ่น Pulsar P2 ซึ่งทำจากสเตนเลสพร้อมการออกแบบให้ตัวเรือนมีทรงกลมมากขึ้นและได้รับการพัฒนาชิฟโมดูลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ในยุคนั้น Hamilton ทำให้นาฬิกาข้อมือที่เป็นงานสร้างสรรค์ใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น และตอนนี้ Hamilton จะคืนชีวิตให้นาฬิกาที่เคยเปลี่ยนโลกอีกครั้ง
Hamilton PSR โฉมใหม่คือการต่อยอดความยิ่งใหญ่ทั้งในเรื่องสไตล์ที่โดดเด่นจากยุค 1970 และเทคโนโลยีสุดล้ำ โดย PSR มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของด้วยกันในสองรูปแบบ ทั้งมนแบบสเตนเลส และสเตนเลสเคลือบด้วย PVD สีทองที่ถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 1,970 เรือนเท่านั้น
ซึ่งนาฬิกาทั้งสองรูปแบบนี้ มีตัวเรือนสไตล์ไวด์คุชชั่นที่ถอดแบบมาจากรุ่น P2 ในขนาดเท่าเดิมคือ40.8 x34.7 มม. พร้อมคุณสมบัติกันน้ำได้ลึก 100 ม.
ข้อแตกต่างสำคัญอย่างหนึ่งเมื่อเทียบกับนาฬิการุ่นก่อนคือการแสดงผลเวลาของ Hamilton PSR ที่มีที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี LCD (Liquid Crystal Display) แบบสะท้อนแสง และ OLED (Organic Light Emitting Diodes) แบบปล่อยแสงเข้าด้วยกัน เมื่อกดปุ่มจะทำให้ตัวเลขเวลาสีแดงสว่างขึ้นในแบบ “จุดดิจิทัล”เช่นเคยด้วยระบบ OLED แต่จะมีหน้าจอ LCD ที่ทำให้สามารถมองเห็นเวลาได้ตลอดในสภาพแสงสว่างตอนกลางวัน และเมื่อไม่มีการทำงานของแสงมืดหรือ Backlight จึงทำให้หน้าจอใช้พลังงานในปริมาณที่น้อยมาก
ถือว่าเป็นนาฬิกาที่จะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี