วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อคนไท และทั่วโลก ท่ามกลางวิกฤตความยากลำบากที่เกิดขึ้น เราต่างเรียนรู้การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ได้พบเห็นแง่มุมที่ดีที่เกิดขึ้นต่อผู้คนในสังคม ได้พบปรากฏการณ์การส่งต่อสิ่งดีๆ ที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นความพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อนมนุษย์ ความทุ่มเท เสียสละของบุคคลากรทางการแพทย์ และการร่วมมือร่วมใจครั้งยิ่งใหญ่เพื่อมุ่งหวังในชัยชนะที่จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติสุขอีกครั้งอย่างที่ทุกคนต่างรอคอย
อิชชู่ (ISSUE) แบรนด์แฟชั่นไทยได้รับการยอมรับบนเวทีแฟชั่นระดับโลก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะต้องเจอกับปัญหา อุปสรรค และความยากลำบาก แต่ยังคง ยึดมั่น และสานต่อความตั้งใจในการตอบแทนสังคม โดยเฉพาะในสภาวะการณ์ที่สังคมต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ โดยรวมพลังชาวอิชชู่ ลูกค้า พนักงาน และแฟชั่นนิสต้า ร่วมส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม สานต่อแนวความคิดจากโครงการ Pantry of Sharing ประเทศฝรั่งเศส ซึ่ง สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดได้นำมาประยุกต์เป็oไอเดีย“ตู้ปันสุข” เพื่อให้ชาวบ้านนำอาหารและสิ่งของต่างๆ มาใส่ตู้กับข้าว เพื่อแบ่งปันสำหรับบุคคลที่ยากไร้และขาดแคลนในช่วงโควิด-19 ล่าสุด อิชชู่ ได้จัดตั้งตู้ “อิชชู่ ปันสุข” จำนวน 10 แห่ง ตามพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เช่น ตลาด ห้างสรรพสินค้า และทางเท้า ฯลฯ เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยสามารถนำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาใส่ไว้ในตู้ เพื่อแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ยากไร้ และกำลังลำบากในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้
ภูภวิศ กฤตพลนารา ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ อิชชู่ เผยว่า “ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่คาดไม่ถึง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของอิชชู่โดยตรง สิ่งที่เราทำได้และต้องรีบเร่งด่วนที่สุดคือ คิด วางแผนว่าทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ลูกน้องต้องอยู่ได้ สังคมที่เราอยู่ต้องอยู่ได้ หากมีสิ่งใดที่พอช่วยเหลือได้จึงไม่รอช้า ในส่วนพนักงานได้ปรับการทำงาน ปรับรูปแบบสินค้า มุ่งเน้นการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับที่มีไอเดียการทำหมวก Survival ที่มี Face Shield ป้องกันละอองน้ำลาย ที่สามารถถอดทำความสะอาดได้อยู่แล้ว ทำให้ตอนนี้กลายเป็น Rare Item ที่ทุกคนต้องมีต้องใช้ในชีวิตประจำวันแนวใหม่ (New Normal) ผสานไปกับความเป็นแฟชั่น กลายเป็นความลงตัวที่ลูกค้าต้องการ นั่นจึงทำให้
แบรนด์อิชชู่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผ่านมา และเมื่อธุรกิจอยู่ได้แล้ว ตอนนี้อิชชู่จึงได้ออกไปช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบากได้ต่อไป โดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนคือ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อิชชู่ และหมวก survival อิชชู่จะมอบ 10% สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม โดยถือเป็นนโยบายหลักที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และจะเดินหน้าทำต่อไป
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อิชชู่ ได้ทำกิจกรรมมากมาย อาทิ แจกหน้ากากอนามัย, แจกเจลแอลกอฮอลล์, ส่งอาหารให้คุณหมอ พยาบาล, สนับสนุนเงินจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์, มอบชุด PPE กว่า 1,000 ชุด, ส่งมอบหุ่นยนต์พี่กระจก ช่วยคุณหมอ ลดความความเสี่ยงระหว่างดูแลผู้ป่วย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงโครงการล่าสุดคือ อิชชู่ ปันสุข เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และส่งต่อกำลังใจถึงทุกคนที่กำลังลำบากว่า เราอยู่ตรงนี้ เราพร้อมจะช่วยเหลือแบบที่เราทำได้ อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ และความหวังสู้กันต่อไป ”
สำหรับสถานที่ตั้งตู้อิชชู่ปันสุข มีดังนี้ หน้าร้าน อิชชู่ สาขาสยามสแควร์ ซอย 3 /จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ / ศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ /บริเวณซอยสะพานคู่ ถนนพระราม 4 / หน้าสถานีตำรวจบางซื่อ / บริเวณสุขุมวิท 101 ปุณณวิถี / บริเวณซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน และพร้อมทยอยติดตั้งตู้ อิชชู่ ปันสุข ให้ครบจำนวน 10 ตู้ ในเร็วๆ นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี