วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
วันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศตามพระราชประสงค์แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อาทิตย์นี้ขอตามภูมิบ้านเมืองถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ พระองค์ผู้ทรงเป็น “สรรพศิลปสิทธวิทยาธร” คือทรงดำรงไว้ซึ่งความสำเร็จและความรอบรู้ในศิลปะทั้งปวงจนเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ทำให้ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เป็น “บุคคลสำคัญของโลก
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตรเจริญ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ.2406 ทรงเป็นต้นราชสกุลจิตรพงศ์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ ทรงได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ได้แก่ เสนาบดีโยธาธิการ เสนาบดีพระคลังมหาสมบัติ เสนาบดีกลาโหม ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้สถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อ พ.ศ.2448
ใน พ.ศ.2452 ขณะที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯทรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงวังนั้น ด้วยเหตุที่ทรงประชวรด้วยโรคพระหทัยโตจึงได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ด้วยพระโรคที่เป็นอยู่นั้นไม่เอื้ออำนวยให้พระองค์รับราชการในตำแหน่งที่สำคัญได้ แต่พระองค์ก็คงรับราชการส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงออกแบบงานต่างๆ ตามพระราชประสงค์ เช่น พระโกศพระบรมอัฐิและพระวิมานทองคำลงยาราชาวดีสำหรับประดิษฐานพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้น หลังสุดพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชโองการเลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จเจ้าฟ้าฯทรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน อุปนายกราชบัณฑิตยสภา แผนกศิลปากรแล้ว พระองค์ยังทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการพระราชวงศ์ มีหน้าที่สนองพระเดชพระคุณในพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระราชวงศ์พระองค์ใดที่มีกิจที่ไม่ต้องกราบบังคมทูลพระกรุณาก็ให้ติดต่อกราบบังคมทูลต่อพระองค์แทน และในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต่างประเทศ พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2476 จนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ พระองค์จึงพ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น สมเด็จเจ้าฟ้าฯทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานศิลปะและวิทยาการต่างๆ อยู่เสมอจนทรงพระชรา ด้วยโรคภัยเบียดเบียนและสิ้นพระชนม์ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2490 ขณะมีพระชันษา ได้ 83 ปี
ด้วยพระปรีชาสามารถที่ทรงแสวงหาการเรียนรู้ด้วยพระองค์เองจนมีความชำนาญในด้านศิลปะหลายสาขา ทำให้มีผลงานมากมายทุกด้าน ผลงานเด่นคืองานการออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรแล้วยังมีเพลงพระนิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมี (คำร้อง) เพลงเขมรไทรโยคเพลงตับ เช่น ตับแม่ศรีทรงเครื่อง ตับเรื่องขอมดำดิน และทรงนิพนธ์บทละครดึกดำบรรพ์ไว้หลายเรื่อง เช่น สังข์ทอง ตอนทิ้งพวงมาลัย ตีคลี และตอนถอดรูป, คาวี ตอนเผาพระขรรค์ ชุบตัว และตอนหึง, อิเหนา ตอนตัดดอกไม้ฉายกริชไหว้พระ และตอนบวงสรวง รามเกียรติ์ ตอนศูรปนขาตีสีดา บทพระนิพนธ์สำคัญในชุด สาสน์สมเด็จและบันทึกความรู้ นั้นเป็นหนังสือสำคัญที่ใช้เป็นข้อมูลเรียนรู้สรรพวิชาที่มีข้อสงสัยได้ดี
วันที่ 28 เมษายนทุกปีนั้นเรียกว่า “วันนริศ” ซึ่งมีการจัดงานระลึกกันเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมาจนถึงปีนี้นับว่าครบรอบ 150 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าฯพระองค์นี้ถือเป็นบรมครูศิลปไทย และวิชาการแห่งสยาม ที่สร้างผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรมและวัฒนธรรมของชาติมาตลอดเวลาถึง 4 แผ่นดิน

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

คณะเสนาบดีสมัยรัชกาลที่ 5

ทรงตรวจงานพระอุโบสถ์วัดเบญจมบพิตร

ทรงแสดงละครนิทราชาคริต

ทรงสเกตช์ภาพโบราณสถาน

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

ภาพฝีพระหัตถ์พงศาวดารตอนพระสุริโยทัย

ภาพฝีพระหัตถ์พระมหาชนก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี