Life & Health : ความก้าวหน้าในการดูแลสิว..ให้หน้าใส

Life & Health : ความก้าวหน้าในการดูแลสิว..ให้หน้าใส

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

ใครๆ ก็อยากรู้วิธีการรักษาและป้องกันการเกิดสิวเพราะสิวเป็นโรคที่ทุกๆ คน ต้องเคยพบเจอและมักจะเกิดเรื้อรังและกวนใจทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก นอกจากสิวแล้วสิ่งที่น่ากลัวและทำความรำคาญใจให้กับทุกคนคือผลลัพธ์หลังจากเป็นสิว ไม่ว่าจะรอยแดงหรือรอยดำจากสิว หลุมสิว แผลเป็นจากสิว ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะหาย ข้อมูลจาก พญ.ปุณณภาดีวงกิจ แพทย์ผิวหนัง คลินิกสยามเดอร์มาติกส์ เปิดเผยว่า สาเหตุของการเกิดสิวส่วนใหญ่มาจากสาเหตุเหล่านี้ คือ ต่อมไขมันผลิตไขมันมากกว่าปกติรูขุมขนมีการผลัดเซลล์ที่ผิดปกติ แบคทีเรียชื่อ Cutibacterium acnes (C.acnes) ที่อยู่บนใบหน้าเจริญเติบโตมากกว่าปกติ และเกิดภาวะการอักเสบ สิวนั้นมีหลายแบบ มีทั้งแบบอักเสบและไม่อักเสบ แบบอักเสบลักษณะจะเป็นเม็ดแดงๆ หรือหัวหนองหรือตุ่มนูนลึกๆ ที่สำคัญคือกดแล้วเจ็บ ส่วนสิวแบบไม่อักเสบลักษณะจะเป็นสิวหัวขาวๆ เม็ดเล็กๆ ลูบแล้วคล้ายผดบนหน้าหรือที่เห็นหัวดำๆก็คือสิวแบบไม่อักเสบเช่นกัน

สำหรับการรักษาสิวต้องเป็นการรักษาแบบองค์รวม ทั้งแพทย์และคนไข้ช่วยกันผลการรักษาจึงจะออกมาดีที่สุด เราแบ่งการรักษาตามระดับความรุนแรงของสิว ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับน้อยปานกลางและรุนแรง ซึ่งแพทย์ผิวหนังจะเป็นคนประเมินให้แก่คนไข้ โดยการรักษาสิวมีตั้งแต่การใช้ยาทา ยากินการฉีดยา การใช้แสงและเลเซอร์


นอกจากการรักษาหลักเบื้องต้น ของกลุ่มคนไข้สิว ด้วยการใช้ยาทายากิน การทากรด แล้วยังมีการรักษาเสริมอื่นๆ เพื่อลดการอักเสบของสิวและลดสิวอุดตัน ได้แก่

l การทากรดผลไม้ เช่น กรด salicylic กรด glycolic ซึ่งกรดเหล่านี้มีหลายความเข้มข้นขึ้นกับสภาพผิวของคนไข้ การทากรดจะช่วยลดสิวอุดตัน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดรอยดำจากสิวได้ แต่การรักษาจำเป็นต้องใช้การรักษาหลายครั้ง จึงจะเห็นผล

l การฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าสิวอักเสบ เป็นการรักษาเสริมเช่นกันในคนไข้ที่มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง เพื่อลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด ให้สิวหายเร็วขึ้น แต่การฉีดนั้นควรดูแลภายใต้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากหากฉีดมากเกินไปหรือความเข้มข้นสูงเกินไป จะเกิดผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ได้ เช่น ผิวบุ๋มลงไป เป็นต้น

l การกดสิวอุดตัน ก็เป็นอีกวิธีการรักษาเสริมของกลุ่มคนไข้สิว ในกรณีที่มีสิวอุดตันขนาดใหญ่และเยอะ ซึ่งการกดสิวควรจะทำอย่างถูกวิธีและใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทายากลุ่มวิตามินเอที่ช่วยผลัดเซลล์รูขุมขนต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนการกดสิว ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผิวหนัง

ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีจากแสงและเลเซอร์มากมายที่ผลิตมาเพื่อช่วยเรื่องปัญหาสิวและรอยแผลเป็นจากสิว การฉายแสง LED (Light-emitted diode) ไม่ว่าจะเป็นแสงสีแดงหรือแสงสีน้ำเงินสามารถช่วยรักษาปัญหาสิวได้ โดยที่แสงสีน้ำเงินจะออกฤทธิ์ลดการผลิตเซลล์ไขมัน ส่วนแสงสีแดงออกฤทธิ์ลดการผลิตของไขมัน นอกจากนี้ ยังช่วยเปลี่ยนแปลงภาวะไมโครไบโอม (microbiome) ของเชื้อ C.acnes ได้โดยแสงจากเครื่อง IPL (intense-pulsedlight) มีรายงานว่าสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวได้ และยังช่วยทำลายเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมไขมันบริเวณใบหน้าจึงทำให้ลดการผลิตไขมัน ลดผิวมันและสิวได้

สำหรับเลเซอร์นั้นมีหลายชนิดที่สามารถนำมาช่วยรักษาสิวได้ โดยเลเซอร์ที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายในคนไข้สิว และมีประสิทธิภาพดี คือ Pulsed dye laser ( PDL ) หรือที่รู้จักกันว่า Vbeam เลเซอร์ PDL นั้นจะจับที่เม็ดเลือดแดง (oxyhemoglobin) เป็นหลัก และทำลายเส้นเลือดใต้ผิวที่มาเลี้ยงสิวอักเสบหรือรอยแดงสิว เลเซอร์ชนิดนี้จึงสามารถลดการอักเสบของสิวอักเสบได้ดี ทั้งยังช่วยรักษาปัญหารอยแดงจากสิวได้อีกด้วย เลเซอร์ PDL เป็นเลเซอร์ที่ใช้เวลาการรักษาสั้น ไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำเลเซอร์ หลังทำจะเห็นเพียงแค่รอยแดงๆ ซึ่งจะหายไปเอง ในหลักชั่วโมง ไม่มีการลอกผิวใดๆความรู้สึกขณะถูกยิงเลเซอร์ จะเป็นความรู้สึกเย็นๆ แสบๆ เล็กน้อย เลเซอร์ชนิดอื่นที่สามารถรักษาสิวได้อีกคือ เลเซอร์ 1,450 นาโนเมตร diode เลเซอร์ชนิดนี้จะทำลายต่อมไขมัน และช่วยลดปัญหาสิวได้ ทั้งนี้ยังมีเลเซอร์อีกหลายชนิดที่ไม่ได้กล่าวมาในบทความนี้ muj สามารถนำมาใช้รักษาสิวได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังจะสามารถให้คำตอบและคำแนะนำแก่คนไข้ได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันนอกจากวิธีข้างต้นในการรักษาสิวแล้ว คนไข้ยังต้องปรับวิถีชีวิตของตัวเองด้วย เพื่อให้ผลการรักษานั้นดีที่สุด และลดโอกาสกลับมาเป็นสิวซ้ำอีกในอนาคต การดูแลตัวเองที่คนไข้ทุกคนสามารถปรับได้เองโดยที่ไม่ต้องเสียเงินหรือเสียเวลาเดินทางเลยคือ หยุดการแคะแกะสิวเนื่องจากมือเราเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค เราจับทุกอย่างแล้วมาจับที่ใบหน้าของตัวเราเอง ลดอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาจากนม (dairy products) ไม่ว่าจะเป็นนม ชีส ซึ่งสามารถกระตุ้นการเกิดสิวได้ นอกจากนี้ อาหารจำพวกน้ำตาล (high glycemic load diets) สามารถกระตุ้นสิวได้เช่นกัน ดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึกเกินไป งดการแต่งหน้า การลงรองพื้นเพื่อปกปิดสิว ยิ่งเราปกปิดสิวมากเท่าไหร่ จะยิ่งเพิ่มการอุดตันของสิวบนใบหน้า ถ้าต้องการข้อมูลการดูแลผิวพรรณและรักษาสิวทุกช่วงวัยสามารถติดตามได้ที่ www.facebook.com/Dermatiks/

ในช่วงแรกการดูแลผิวพรรณเพื่อการรักษาสิวเป็นเรื่องที่ทุกคน ทำได้ยากแต่ถ้าเราได้เริ่มแล้วจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก หากยังมีปัญหาสิว ขอแนะนำให้มาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีและเหมาะแก่สภาพผิวของตนเองจะดีกว่า

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top