Logo วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
‘1ประเทศ1แพลตฟอร์ม’  รวมทุกบัตร-เชื่อมฐานข้อมูล

‘1ประเทศ1แพลตฟอร์ม’ รวมทุกบัตร-เชื่อมฐานข้อมูล

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag : 1ประเทศ1แพลตฟอร์ม
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“เบื่อไหม?..กับการต้องพกบัตร
หลายใบในกระเป๋า”, “เบื่อไหม?..กับการต้องวิ่งติดต่อหน่วยงานราชการหลายที่”, “เบื่อไหม?..กับการต้องมานั่งจำรหัสผ่านจนปวดหัวเพราะสมัครใช้บริการหลายเว็บไซต์” เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ขณะที่ภาครัฐเอง “เมื่อจะทำนโยบายต่างๆ ก็ต้องมาทนถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพ..ประเภทคนควรได้แต่กลับ
ไม่ได้ส่วนคนไม่ควรได้กลับได้” ปัญหาข้างต้น
มีสาเหตุมาจาก “ไม่มีการเชื่อมฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน” ทั้งระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเอง และหน่วยงานของรัฐกับภาคธุรกิจเอกชน

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา จัดงานสัมมนาเรื่อง “ไทยแลนด์ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Thailand Digital Platform) One Country One Platform” ณ ศูนย์นวัตกรรมและความรู้
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชั้น 7
อาคารบางซื่อจังชั่น ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ โดย รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ กรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการการปรับปรุงพัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดินของหน่วยงานของรัฐ กล่าวว่า หลายหน่วยงานมีคลังข้อมูลไว้ใช้เองแต่เชื่อมโยงกันยาก


“ในช่วงโควิดทำให้เราได้รู้เลยว่าเรามีข้อมูลขนาดใหญ่แต่เราไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเราไม่สามารถจะดึงข้อมูลในการวิเคราะห์นั้นมาใช้ได้ เราเห็นข้อมูลหลายหน่วยงานที่เก็บเงินเขาทุกเดือนตรงเวลา แต่ถึงเวลาวิกฤติกลับไม่สามารถจะจ่ายเงินได้ภายใน 1-2 เดือน เราก็มองว่าถ้าให้คะแนนการสร้างฐานข้อมูลในการบริหาร การจัดการ และบริการกลับไปที่ประชาชนนั้น เราคิดว่ามีปัญหา แล้วถ้าปล่อยไปอย่างนี้ก็เชื่อว่าเราใช้เงินเยอะ งบประมาณทุ่มเทกับบิ๊กดาตา (Big Data-
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่) เยอะ แต่ประสิทธิภาพต่ำ”
รศ.ประเสริฐ กล่าว

ขณะที่ ผศ.อนุชา ตุงศัษฐาน อนุกรรมาธิการ
การปรับปรุงพัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดินของหน่วยงานของรัฐ กล่าวว่า การที่ภาครัฐแต่ละหน่วยงานต่างพัฒนาเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น
ขึ้นมาเอง ด้านหนึ่งเป็นภาระกับประชาชนที่จะต้องจำรหัสผ่าน (Password) ของแต่ละเว็บฯ หรือแอพฯให้ได้ อีกด้านก็เป็นปัญหาความซ้ำซ้อน
ในการของบประมาณของหน่วยงาน

จึงเป็นที่มาของแนวคิด “การสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ส่วนกลางที่ครอบคลุมทุกบริการ” ทั้งนี้ แม้จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานกันอยู่บ้าง แต่มักเป็นไปแบบ 1 ต่อ 1 อนึ่ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังทำ “พจนานุกรมข้อมูล (Data Log)” ระบุว่าหน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งมีข้อมูลอะไรบ้างที่สามารถร่วมแบ่งปันกันได้ หากสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแพลตฟอร์มกลางสำหรับเชื่อมต่อข้อมูลก็จะเกิดเร็วขึ้น รวมถึงความท้าทายอีกประการหนึ่งคือ “แต่ละหน่วยงานไม่เปิดเผยข้อมูลด้วยเหตุเป็นหน้าที่ที่กฎหมายบังคับ” จะแก้ไขอย่างไร

“สิ่งที่เราคาดหวังคือเราควรจะมีคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่จัดการข้อมูลภาครัฐ แล้วก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลโดยตรง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผมเข้าใจว่ากำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งถ้ามีคณะกรรมการชุดนี้เราก็จะเหมือนกับหลายๆ ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศออสเตรเลีย เขาก็จะมีคณะกรรมการชุดนี้เหมือนกัน หมายความว่าข้อมูลใดก็แล้วแต่จะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยให้กับหน่วยงานภาครัฐด้วยกันหรือหน่วยงานภายนอก กรรมการชุดนี้จะเป็นคนกลั่นกรอง แล้วจะบอกได้ว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาต” ผศ.อนุชา ระบุ

ด้าน วุฒิกร มโนมัยพิบูลย์ อนุกรรมาธิการการปรับปรุงพัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดินของหน่วยงานของรัฐ กล่าวถึงความสำคัญของการมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมข้อมูลจากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งลำพังหน่วยงานภาครัฐแต่ละหน่วยงานก็มีฐานข้อมูลเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ค่อยมีการบูรณาการเชื่อมฐานข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันมากเท่าที่ควร

หรือแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือที่หลายหน่วยงานของรัฐมีแอพฯของตนเอง เช่นเดียวกับในกระเป๋าสตางค์ของแต่ละคนจะมีบัตรหลายใบ ตั้งแต่ที่เกี่ยวกับรัฐอย่างบัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรประกันสังคม บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ไปจนถึงของเอกชนอย่างบัตรเครดิตของธนาคาร บัตรประกันชีวิต บัตรสมาชิกร้านอาหาร เป็นต้น ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ที่จะรวบรวมบริการและบัตรทั้งหลายไว้ในบัตรหรือแอพฯเดียว

ความสะดวกอีกอย่างหนึ่งคือเมื่อทุกอย่างอยู่ในบัตรเดียวและเข้าสู่ระบบผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็จะไม่ต้องใส่รหัสเข้าสู่ระบบทุกครั้งเมื่อจะใช้บริการของแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพราะบัตรมีเลขประจำตัวอยู่แล้วซึ่งเป็นตัวเชื่อมเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ “รัฐบาลยังสามารถสื่อสารหรือแจ้งเตือนไปยังประชาชนโดยตรงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ที่ส่งต่อบนโลกออนไลน์กันเองในหมู่ประชาชนได้ด้วย” และระบบโทรศัพท์มือถือปัจจุบันถือว่าปลอดภัยสูงมาก

“ถามว่าความปลอดภัยดีกว่าไหมทุกวันนี้บัตรเราหายไปเราทำอะไรไม่ได้ ถ้าบัตรประจำตัวประชาชนหายนี่คือจบเลยคุณต้องรอไปทำใหม่อย่างเดียว ติดต่ออะไรก็ไม่ได้ พอมาอยู่ในมือถือปุ๊บ ข้อดีข้อแรกคือความปลอดภัย เพราะคุณต้องล็อกพาสเวิร์ด(Password-รหัสผ่าน) เครื่อง คุณต้องล็อกโอทีพี (One Time Password : OTP-รหัสผ่านใช้ครั้งเดียว) เครื่อง เพื่อที่จะเข้าระบบ สิ่งที่สองคือเราไม่มีบัตรพลาสติกถือแล้ว ต้นทุนรัฐหายหมดเลย ในมุมประชาชนเราก็สะดวก ทุกวันนี้กระเป๋าบวมเพราะมีประมาณ 6 ใบอยู่ในมือ” วุฒิกร กล่าว

วุฒิกร กล่าวต่อไปว่า “ประเทศจีนมีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมชีวิตบุคคลในแต่ละวันอย่างละเอียด” เช่น การเดินทาง การใช้จ่ายการเลือกซื้อสินค้าและบริการ การรับ และมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์ม “วีแชต (WeChat)” แล้วนำมา“วิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย”อาทิ การอนุมัติสินเชื่อได้อย่างถูกต้องถึงร้อยละ 90 ซึ่งหมายถึงมีปัญหาหนี้เสียต่ำมาก หรือการเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้รัฐบาลจีนสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งฐานข้อมูลนี้สามารถนำมาใช้ในการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือต่างๆ หรือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ หากรู้ว่าคนคนนี้ชอบท่องเที่ยว นอกจากมาตรการหลักแล้วอาจมีมาตรการเสริมด้วย “การทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่คือการวิเคราะห์พฤติกรรม (Behavior Analysis) คือการเก็บพฤติกรรมของคนคนนั้น” เพราะหากไม่รู้ก็จะเป็นเรื่องยากในการขับเคลื่อนประเทศ

ส่วนกรณี “ข้อกังวล” เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีนี้ของจีน ที่รัฐบาลแดนมังกรนำฐานข้อมูลพฤติกรรมบุคคลมาจัดทำ “ระบบคะแนนความประพฤติ (Social Credit)” เพื่อควบคุมไม่ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งระบบดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้คนที่อยู่นอกประเทศจีนว่า “ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของแต่ละคนมากเกินไป” จนไม่เหลือเสรีภาพในการใช้ชีวิต

อาทิ คนคนหนึ่งอาจใช้เวลาแต่ละวันหมดไปกับอินเตอร์เนตหรือเกมคอมพิวเตอร์จนไม่ได้ออกกำลังกายและพักผ่อนน้อย หรือใช้จ่ายเงินที่ดูเกินตัวหากเทียบกับรายได้ ระบบคะแนนความประพฤติจะแจ้งเตือนและมีการตัดการเข้าถึงสิทธิหรือบริการบางอย่าง เพื่อกดดันให้คนคนนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม เรื่องนี้ยืนยันว่า “กรณีของประเทศไทย..การเก็บข้อมูลพฤติกรรมคนเป็นเพียงการนำมาวิเคราะห์และอาจรวมถึงประชาสัมพันธ์ข่าวสารในภาพรวมเท่านั้น” จะไม่มีการนำไปบังคับกดดันให้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด

“เราเก็บข้อมูลพฤติกรรมแต่เก็บเพื่อมาวิเคราะห์ เราไม่ลงไป Force (บังคับ) ว่าคุณต้องแก้อะไร อันนั้นไม่ใช่หน้าที่ เราเก็บมาวิเคราะห์ว่าข้อมูลชุดนี้ เช่น สมมุติมีคนเล่นเกมตรงนี้เยอะ แต่ตรงนี้เราไม่ได้เก็บ เราเก็บข้อมูลการใช้ชีวิตมากกว่า เช่น คุณไปดูหน่วยงานไหนเยอะสุด คุณไปช็อปปิ้งหรือซื้อของอะไรที่ไหนมากกว่า เราไม่ได้เก็บพฤติกรรมที่เป็นการเล่นเกม เรานำมาวิเคราะห์เฉยๆ

สมมุติว่าเป็นแบบนี้จริงๆ เราก็ส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าคุณจะ Promote (ประชาสัมพันธ์) อย่างไร เราคงไม่สามารถไปจิ้มเป็นบุคคล จะเป็นการดูภาพรวม ยกตัวอย่างตอนนี้เด็กติดเกมเยอะ ก็คงต้องประชาสัมพันธ์ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไรมากกว่า แต่จะไปบังคับอะไรไม่ได้ แบบนั้นละเมิดส่วนบุคคลมากไป” วุฒิกร กล่าวในท้ายที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved