‘ซีพีเอฟ’ห่วงเด็กไทยขาดสารอาหาร-โรคอ้วน  เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงอาหารมีโภชนาการอย่างยั่งยืน

‘ซีพีเอฟ’ห่วงเด็กไทยขาดสารอาหาร-โรคอ้วน เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงอาหารมีโภชนาการอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มุ่งมั่นสร้างโภชนาการและสุขภาวะที่ดีสู่การพัฒนาคนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ร่วมแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชนไทย สานต่อโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และโครงการ ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการ ตามเป้าหมาย SDGs สร้างความมั่นคงทางอาหาร ขจัดความอดอยาก และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน

วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลก ที่มีวิสัยทัศน์ดำเนินธุรกิจสู่การเป็น “ครัวของโลก” และมุ่งมั่นมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารตระหนักถึงผลกระทบจากภาวะทุพโภชนาการที่กระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ จึงได้เดินหน้าช่วยบรรเทาปัญหาด้วยการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การสร้างทักษะในด้านการผลิตอาหาร การบริโภคที่ถูกหลักโภชนาการให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้บริโภคทั่วประเทศ


“ซีพีเอฟ ตระหนักดีว่าภาวะโภชนาการที่ดี เป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดชีวิต โดยในปี 2563 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายส่งเสริมเด็ก เยาวชน รวมทั้งผู้บริโภค เข้าถึงข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการ การเรียนรู้และทักษะเกี่ยวกับอาหาร ความรู้ด้านการโภชนาการ และการบริโภคอย่างยั่งยืน จำนวน 1.3 ล้านคน” วุฒิชัย กล่าว

บริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดอาหารและคุณภาพอาหารกลางวันของเด็ก โดยถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารผ่าน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ซึ่งดำเนินการร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ พัฒนาชีวิตชนบทและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมบรรเทาปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชนไทย ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ 824 โรงเรียน มอบโอกาสให้นักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารมากกว่า 150,000 คน และโครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 80 โรงเรียน เข้าถึงอาหารคุณภาพดีโดยในปี 2562 ช่วยบรรเทาภาวะทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชนทั้งที่มีภาวะผอม และภาวะอ้วน เตี้ย ลดลงจาก 15% เหลือ 11%

วุฒิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 โครงการ ของซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืนของโรงเรียนและชุมชน เน้นส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัตินอกห้องเรียน อาทิ เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันและนำประสบการณ์ที่ได้รับไปประกอบอาชีพต่อไปได้ในอนาคตเห็นได้จากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โรงเรียนที่ร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และ โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต นำผลผลิตไข่ไก่มาจำหน่ายให้คนในชุมชนในราคาย่อมเยา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้

ภาวะทุพโภชนาการ ความอดอยาก และโรคอ้วน เป็นปัญหาที่กระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงได้กำหนดประเด็นขจัดความอดอยากและสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน การสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน และสร้างความร่วมมือระดับสากลสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 17 ประการ (Sustainable Development Goals : SDGs)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top