วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ผนึกหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ เตรียมจัดงานใหญ่ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” ครั้งที่15 ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในปีนี้จัดงานแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจำนวนกว่า 300 ผลงาน ในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่“นิว นอร์มอล” จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้เข้าชมงานและนิทรรศการอย่างเข้มงวด ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งผู้เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าทางเว็บไซต์ก่อนเท่านั้นที่ www.researchexpo.nrct.go.th และ www.nrct.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม นี้ และ ไม่อนุญาตให้เข้าชมงานแบบ Walk In ทุกกรณี สำหรับผู้ที่พลาดการลงทะเบียน ติดตามชมงานและร่วมประชุม-สัมมนาออนไลน์ได้ทุกหัวข้อ ที่เว็บไซต์ดังกล่าวข้างต้น
ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2563)” เป็นเวทีระดับชาติที่นำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เน้นการเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม/ชุมชน และพาณิชย์/อุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มงานวิจัย ได้แก่ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ เพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ และเพื่อขับเคลื่อน BCG Economy Model ในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 4 สิงหาคมเวลา 10.00 น.
.jpg)
ภายในงานประกอบด้วย ภาคนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระมหากรุณาธิคุณต่องานวิจัยไทย พร้อมด้วยนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานในระบบวิจัยทั่วประเทศ นิทรรศการนวัตกรรมตอบโจทย์โรคอุบัติใหม่ นิทรรศการชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม และนิทรรศการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ส่วนภาคการประชุมและสัมมนามีมากกว่า 100 เรื่อง ฯลฯ กิจกรรม Research Clinic เป็นการให้คำปรึกษาในเรื่องของการวิจัย และ เปิดตัว“ทูตวิจัย” คนแรกของประเทศไทยประจำปี 2563 “อั้ม-อธิชาติชุมนานนท์” อีกด้วย
ในปีนี้มีทัพงานวิจัยที่น่าสนใจกว่า 300 ผลงาน อาทิ การพัฒนาชุด PPE Coverall รุ่น “เราชนะ” สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกันขณะเผชิญโควิด-19 เจลพอกหน้า สารสกัดจากข้าวหอมมะลิแดง หุ่นยนต์เก็บขยะจากผิวน้ำ การออกแบบบรรจุภัณฑ์น้ำผึ้ง การแก้ปัญหาช้างป่าในประเทศไทย โครงการเภสัชอาสาพาชุมชนยั่งยืน อาหารและเครื่องดื่มหมักจากข้าวมอลต์แดง ฯลฯ
ผลงานเด่นส่วนหนึ่งคือ นวัตกรรมเครื่องตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดย ศ.ดร.โกสุม จันทร์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัยด้านไบโอเซนเตอร์และภาควิชาชีวเคมีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เผยถึงผลสำเร็จในการคิดประดิษฐ์ชุดทดสอบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยระบุว่า หลังเกิดการระบาดของ โควิด-19 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการคิดผลิตชุดทดสอบคัดกรองผู้ป่วยว่า จะทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็ว โดยใช้หลักการในการตรวจเบื้องต้น ซึ่งใช้เวลาไม่นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็จะสามารถรู้ผลทันทีและสามารถที่จะกระทำได้ทั้งในห้องแลบปฏิบัติการและในพื้นที่มีเครื่องมือที่มีราคาแพง
.jpg)
“หลักการของเราคือต้องเป็นวิธีทดสอบง่ายๆ และไม่ใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง วิธีการก็คือว่าเมื่อได้ตัวอย่างมาแล้วเราก็สกัดสารพันธุกรรมออกมา จากนั้นก็ทำการเพิ่มจำนวนพันธุกรรมโดยเพิ่มอุณหภูมิเดียว โดยเราออกแบบให้ตรวจจับเฉพาะไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพันธุกรรมที่จำเพาะ หลังจากนั้นเมื่อมันทำปฏิกิริยากันแล้วประมาณ 60 นาที เราก็เอาสารละลายผสมอันนี้หยดลงบนแผ่นสตริป ที่มีลักษณะเดียวกันกับชุดตรวจการตั้งครรภ์ แล้วก็สามารถอ่านผลได้ทันทีว่าเป็นบวกหรือลบ คือถ้าอ่านได้แถบเดียวจะเป็นผลเน็คกาทีฟหรือมีผลเป็นลบ ซึ่งเป็นการแสดงผลเชิงคุณภาพ แต่ถ้าเป็นเชิงปริมาณอยากทราบว่าในแถบอันนั้นมีปริมาณไวรัสเท่าไหร่ สามารถใช้กล้องถ่ายรูปผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือในระบบแอนดรอยด์สามารถถ่ายรูปบนแผ่นสตริปที่เราได้ออกแบบไว้เทียบเคียงมาตรฐานที่ทำไว้แล้วก็สามารถที่จะแปลงออกมาได้ว่ามีปริมาณไวรัสที่อยู่ในนั้นเท่าไหร่ การทดสอบนี้ใช้เวลาไม่เกิน2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ในหลักร้อยเท่านั้น ขณะนี้อยู่ในการพัฒนาเฟสที่ 2 ถ้ามีเปอร์เซ็นต์ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น หลังจากนั้นกระบวนการต่อไปเข้าสู่เฟส 3 ในการส่งเทคโนโลยีนี้สู่หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่ให้การรับรองต่อไป”
นอกจากนี้ ยังมี ผ้าใยกล้วยบัวหลวง ผ้าประจำจังหวัดปทุมธานี โดย ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร และคณะนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ผลงานชิ้นนี้มาจากงานวิจัยชื่อ “การพัฒนาเส้นใยกล้วยในงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ” โดยนำต้นกล้วยที่เหลือจากการเก็บผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดปทุมธานี มาเพิ่มมูลค่า พบว่าเส้นใยจากกล้วยเมื่อผ่านกระบวนการวิจัยคิดค้นด้วยนวัตกรรม ทำให้เกิดเส้นใยที่มีความเหนียวและนุ่ม ปั่นเป็นเส้นด้ายและนำมาทอเป็นผืนผ้าได้ ซึ่งเส้นใยกล้วยที่รับซื้อจากชาวบ้านมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 500 บาท เมื่อนำมาปั่นเป็นเส้นด้ายกล้วย ทำให้มีราคาสูงถึง 1,400 บาท ปัจจุบันโครงงานนี้สามารถทอขึ้นเป็นผืนผ้า และนำมาตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มได้อย่างสวยงาม ทันสมัยและนำมาพัฒนาเป็นอาชีพชุมชน “กลุ่มแม่บ้านแสงตะวัน” สามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจทั่วไปจะร่วมชมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าชมงานหรือเข้าฟังการสัมมนา เฉพาะผู้ลงทะเบียนในระบบภายในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ ที่ www.researchexpo.nrct.go.th และ www.nrct.go.th เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-5612445 ต่อ515-519
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี