เอไอเอส ผสานกำลังสาธารณสุข-สภากาชาดไทย  ติดอาวุธดิจิทัล อสม.-อสต.หนุนการทำงานแพทย์และพยาบาล

เอไอเอส ผสานกำลังสาธารณสุข-สภากาชาดไทย ติดอาวุธดิจิทัล อสม.-อสต.หนุนการทำงานแพทย์และพยาบาล

วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

เอไอเอส ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัล ผุดโครงการ “AIS 5G สู้ภัยโควิด-19” ใช้เทคโนโลยีคุณภาพ ผสานกำลังกับกระทรวงสาธารณสุขและสภากาชาดไทย ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มอบอาวุธดิจิทัลให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.)คัดกรอง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงานเชิงรุกในระดับชุมชน พร้อมมอบซิม และฟรีประกันภัยโควิด-19 เพื่อส่งกำลังใจ ให้ อสม.และ อสต. ปฏิบัติภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดรอบสอง

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส กล่าวว่า “แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยจะเริ่มคลี่คลายลง และรัฐบาลก็ประกาศมาตรการผ่อนปรนมาเป็นระยะ แต่ยังคงมีมาตรการในการเฝ้าระวังและควบคุมกันอย่างต่อเนื่องเอไอเอส ซึ่งมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จึงได้นำความแข็งแกร่งของเครือข่าย 5G เสริมกำลังด้านสาธารณสุขไทยผ่านภารกิจ “AIS 5G สู้ภัยโควิด-19” ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ อสม.และ อสต. ให้เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงในระดับชุมชน เพื่อหยุดยั้ง และป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง ลดภาระงานของแพทย์และพยาบาล เพื่อให้สังคมไทยกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


โดยที่ผ่านมาเอไอเอส ได้นำเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนการทำงานด้านสาธารณสุขไทย ด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ ให้เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่มสำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและอสม. ทำให้การทำงานด้านสาธารณสุขชุมชนสะดวก รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้ในช่วงสถานการณ์การเกิดโรคโควิด-19 เอไอเอสยังได้เพิ่มฟีเจอร์คัดกรองและติดตามโควิด-19 บนแอพฯ อสม.ออนไลน์ เพื่อให้ อสม.ใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรองและติดตามกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนในแบบเรียลไทม์ และมอบ “ซิมฮีโร่”เพื่อสมาชิก อสม. ให้ใช้งานแอพฯ อสม. ออนไลน์ ได้ไม่สะดุดพร้อมมอบฟรีประกันภัยโควิด-19 เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้นักรบ อสม.เสื้อเทาในการปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ เอไอเอส ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพผ่านแอพฯ อสม.ออนไลน์และยังได้พัฒนาฟีเจอร์คัดกรองและติดตามโควิด-19 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ อสม.ใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรอง และติดตามกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน และยังมอบสิทธิพิเศษและประกันภัยโควิดให้แก่ อสม.ซึ่งช่วยสร้างความอุ่นใจและเป็นกำลังใจให้สมาชิก อสม.ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีต่อไป ถือเป็นแบบอย่างของภาคเอกชนที่ได้ใช้ขีดความสามารถขององค์กรช่วยเหลือประเทศชาติในการฝ่าวิกฤติโควิด-19ในครั้งนี้”

ด้าน ฉวีวรรณ พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ อสม. เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ประกอบกับจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีมากกว่า 1,000 ครัวเรือน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม รวมไปถึงการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นการสำรวจและคัดกรองประชาชนที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่ ทำให้ที่ผ่านมามียอดติดเชื้อสะสมเพียง 21 รายอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิดประกอบกับภาครัฐได้ทยอยประกาศมาตรการผ่อนปรนของรัฐออกมาเป็นระยะ อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดในระลอก 2 ได้ ดังนั้น พวกเรา อสม.จึงขอยืนหยัดที่จะทำหน้าที่นี้อย่างขยันขันแข็งต่อไป”

สมชัย กล่าวต่อว่า “นอกจากการติดอาวุธให้เหล่านักรบ อสม. แล้ว เอไอเอสยังได้ผนึกกำลังร่วมกับสภากาชาดไทย สนับสนุนโครงการ “รวมใจต้านภัยCOVID-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ” โดยให้แรงงานข้ามชาติมีความรู้ สร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้แรงงานข้ามชาติเกิดความตระหนักในการป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 ผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น “พ้นภัย” เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย อสต. สามารถใช้งานอินเตอร์เนตบนแอพฯพ้นภัยได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นเวลานาน1 ปี และยังได้รับซิมเติมเงินวัน-ทู-คอล “SawasdeeAEC” เพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เนตบนแอพพลิเคชั่นพ้นภัยฟรี! พร้อมมอบสิทธิ์คุ้มครองประกันภัยโควิด-19 เช่นกัน”

นพ.พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “แรงงานต่างด้าวถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดที่ต้องเฝ้าระวัง อย่างในสิงคโปร์ที่ในระยะเริ่มแรกมีการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยกย่องของทั่วโลก แต่พอเกิดการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น เราจึงเริ่มเห็นความสำคัญในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ จึงได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาพม่า กัมพูชาและเวียดนาม โดยให้ อสต. หรือแกนนำแรงงานต่างด้าวนำข้อมูลไปแนะนำ รวมทั้งสำรวจและเฝ้าระวังในกลุ่มเพื่อนแรงงานต่างด้าวด้วยกัน ถ้ามีใครในชุมชนที่มีอาการก็ให้แจ้งผ่านแอพฯพ้นภัย ซึ่งข้อมูลก็จะไปปรากฏที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อเข้ามาสอบสวนโรคตามขั้นตอน การที่เอไอเอสมาร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการนี้ โดยไม่คิดค่าบริการอินเตอร์เนตในการใช้แอพฯพ้นภัย จะช่วยให้การทำงานของ อสต.เป็นไปแบบเชิงรุก หากมีการติดเชื้อโควิด-19 ก็จะสามารถค้นพบผู้ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ทันท่วงที

ด้าน อ่องโกลัด ชาวเมียนมา ตัวแทนของ อสต. เล่าถึงการใช้เทคโนโลยีผ่านแอพพลิเคชั่นว่า “การใช้แอพฯพ้นภัยจะทำให้เราสามารถแจ้งข้อมูลผู้ที่ต้องสงสัยได้ทันที และยังมีข้อมูลโควิด-19 เป็นภาษาต่างๆ สามารถเข้าไปอ่านข้อมูล เพื่อนำไปแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพและป้องกันการติดเชื้อโควิดให้แก่กลุ่มเพื่อนแรงงานต่างด้าวด้วยกัน เพื่อจะได้ปลอดภัยและห่างไกลจากโรคโควิด-19”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top