วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
แนวทางการรักษา ผมบางศีรษะล้านจากพันธุกรรม

แนวทางการรักษา ผมบางศีรษะล้านจากพันธุกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag : ผมบางศีรษะล้าน พันธุกรรม
  •  

เรื่องของพันธุกรรมมีส่วนสำคัญกับความสัมพันธ์ในการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ซึ่งเรื่องของเส้นผมนั้นเป็นเรื่องของบุคลิกภาพทางสังคมและความรู้สึกทางอารมณ์ของตนเองและคนรอบข้าง ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาดเนื่องจากสามารถสร้างความวิตกจริต ความกังวล ความไม่มั่นใจในตนเองจนถึงขั้นเกิดภาวะความเครียดได้

รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม กล่าวว่าโรคผมบาง ศีรษะล้านแบบพันธุกรรม(Androgenetic alopecia) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและบั่นทอนบุคลิกภาพรวมทั้งความมั่นใจของผู้ที่ประสบปัญหาเป็นอย่างยิ่ง เกิดจาก3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.ฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยมีการสร้างฮอร์โมนชาย (testosterone) เพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะเร่งให้เส้นผมบริเวณขมับและกลางกระหม่อมบางลง และมีอายุสั้นลง เส้นผมจะผลัดก่อนกำหนดบ่อยครั้ง2.พันธุกรรมซึ่งถ่ายทอดเป็นยีนเด่น ซึ่งพันธุกรรมอาจเป็นตัวกำหนดลักษณะของต่อมผม โดยพบว่าเซลล์รากผมบริเวณขมับและกลางกระหม่อมจะมีจำนวนตัวรับสำหรับฮอร์โมนชาย (androgen receptor)สูงกว่าผมบริเวณท้ายทอยถึง 1.5 เท่าทำให้เส้นผมเกิดการหลุดร่วงและบางลงตามลำดับ และ 3.อายุที่เพิ่มมากขึ้นและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ จะร่วมกับภาวะที่มีการอักเสบของหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้มีผมร่วงมากขึ้นได้ เช่น ภาวะหนังศีรษะอักเสบจากเชื้อยีสต์ หรือแม้กระทั่งแสงแดดและความเครียด


โรคผมบางศีรษะล้านจากพันธุกรรมในผู้ชายผมร่วงจากพันธุกรรมนี้ จะมีลักษณะเริ่มจากมีการร่นของแนวผมด้านหน้าบริเวณขมับ 2 ข้าง ต่อมาจะลามไปยังบริเวณกลางกระหม่อม ถ้าโรคดำเนินต่อไป ผมจะบางทั่วๆ ศีรษะ ยกเว้นบริเวณชายผมด้านหลังและด้านข้างโดยในโรคนี้ผมจะร่วงโดยเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี

รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป

ส่วนโรคผมบางจากพันธุกรรมในผู้หญิงจะแตกต่างกับผู้ชาย คือผู้หญิงผมจะบางอยู่ที่กลางกระหม่อม หรือบริเวณแสกของผมกลางของศีรษะ ในผู้หญิงบางรายอาจพบลักษณะของผมบางบริเวณด้านหน้า อย่างไรก็ตามความรุนแรงของโรคในผู้หญิงจะน้อยกว่าผมอาจบางลงแต่ไม่ถึงกับมีภาวะศีรษะล้าน

ในปัจจุบันการรักษาโรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.การรักษาด้วยยาโดยการรักษาด้วยยาจะมียา 2 ชนิด คือยาทา และยารับประทานที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาให้นำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคผมบางศีรษะล้านแบบพันธุกรรมในเพศชาย โดยยาทาจะเป็นยาในกลุ่มhair growth stimulators (*) พบว่าหลังทานาน 4-6 เดือน ยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นเส้นผมเดิมซึ่งมีขนาดเล็กให้มีความหนา ดำและยาวขึ้น ถ้าได้ผลดีจำเป็นต้องใช้ยาทารักษาไปตลอดชีวิตผลข้างเคียงพบได้น้อยอาจพบมีอาการแดงคัน ที่หนังศีรษะได้ ส่วนยารับประทาน เป็นยาในกลุ่มยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งปัจจุบันเป็นยาที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโต แต่ได้ผลดีในการรักษาโรคผมบางจากพันธุกรรมด้วยโดยยารับประทานชนิดนี้ จะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5a-reductase ชนิดที่ 2 ทำให้ฮอร์โมนเพศชาย dihydrotestosterone(DHT) บริเวณหนังศีรษะและต่อมขนมีปริมาณลดลง สามารถลดการหลุดร่วง และเพิ่มจำนวนเส้นผมได้ โดยผมเพิ่มขึ้นชัดเจนหลังการรักษาใน 12 เดือน ผลข้างเคียงของยาพบได้น้อย พบมีความรู้สึกทางเพศลดลง พบร้อยละ 0.3-3 แต่ไม่มีผลต่อการสร้างสเปิร์มและยาไม่ผ่านไปยังน้ำเชื้อ ดังนั้นผู้ที่รับประทานยาจึงสามารถมีบุตรได้ เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยมาก ไม่มีผลต่อต้านกับยาอื่นไม่มีผลต่อการทำงานของตับ ไตไขกระดูก

สำหรับการรักษาในผู้หญิงมีเฉพาะยาเฉพาะทางเท่านั้นที่ได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรค ส่วนยาอื่นๆ ที่มีการนำมาใช้กัน ได้แก่กลุ่มต่อต้านฮอร์โมนเพศชาย(antiandrogen) ยาคุมกำเนิดบางชนิด และการให้ฮอร์โมนทดแทน

2.การรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกย้ายเส้นผมหรือการผ่าตัดปลูกผม (hair transplantation) เป็นการผ่าตัดย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณท้ายทอยและด้านข้างซึ่งเป็นรากผมที่แข็งแรงมายังตำแหน่งที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน การผ่าตัดปลูกผมในปัจจุบันนี้ได้ผลดีและปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็กผลของการรักษาผมที่ปลูกอยู่ถาวร และเป็นธรรมชาติ

ส่วนแนวทางการรักษาใหม่ๆ นั้นได้แก่การใช้แสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำหรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ได้ผลดีในคนไข้ที่ผมบางจากพันธุกรรมไม่รุนแรงมากนัก และผลการรักษามีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีคนไข้ทั้งเพศชายและเพศหญิง เริ่มหันมาใส่ใจในการดูแลตนเองในเรื่องของผมบาง ศีรษะล้านมากขึ้น หากต้องการปรึกษาหรือรักษาแนะนำให้ไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมจะดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

สื่อนอกแฉยับ บุกฐานสแกมเมอร์ในโอร์เสม็ด เจอหลักฐานเพียบ สวนทางรัฐบาลเขมรอ้างเป็นแค่โรงแรม

ใกล้ปิดตำนาน รถไต่ถัง คณะสุดท้ายของประเทศ ทายาทสืบทอดกว่า 45 ปี เผยอาจวางมือในวัย 35

ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เปิดทางสหรัฐ รีดภาษีประเทศคู่ค้ากับอิหร่าน

จีนเทา ฉุนไทยวางตู้คอนเทนเนอร์ กระชากป้ายผ้าทิ้งลงพื้น 'กัน จอมพลัง'ไม่ทนเอาคืนแสบ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved