วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ใครๆ ก็อยากมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์และผิวหน้าที่ไร้ริ้วรอยดูสวยใสอยู่เสมอ แต่ด้วยวัยที่มากขึ้น รวมถึงอีกหลายปัจจัยต่างเป็นตัวเร่งให้ผิวพรรณมีการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์มีความก้าวหน้ามากขึ้นมาก โดยเฉพาะการลดริ้วรอยบนใบหน้า ที่หลายคนคุ้นเคยกับการทำสวยด้วยการฉีด Botulinum toxin
ข้อมูลจาก พญ.ปุณณภาดีวงกิจ แพทย์ผิวหนัง คลินิกสยามเดอร์มาติกส์ เปิดเผยว่าสาร Botulinum toxin หรือที่ทุกคนรู้จักว่าโบท็อกซ์ ซึ่งในที่นี้ขอเรียกย่อๆ ว่า Toxin ซึ่งในปัจจุบัน มีการใช้กันอย่างแพร่หลายมาก สำหรับ Botulinum toxin นี้ผลิตมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Clostridium botulinum ซึ่งจะออกฤทธิ์โดยยับยั้งสารสื่อประสาทที่ส่งผ่านระหว่างเซลล์มีผลให้กล้ามเนื้อขยับไม่ได้ชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อขยับไม่ได้ ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าจะเกิดช้าลงหรือมีน้อยลงได้ ทำให้เรานำมาใช้ในการชะลอริ้วรอยและปรับรูปหน้า นอกจากนี้ยังนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ ได้แก่ กล้ามเนื้อต้นคอเกร็งมากเกินไป (cervical dystonia) กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก (muscle spasticity) อาการปวดไมเกรน และภาวะเหงื่อออกผิดปกติได้อีกด้วย
Toxin นั้นมีหลายชนิด แต่ที่นำมาใช้กันมากที่สุดในกลุ่มความงามคือ Botulinum toxin type A ซึ่งในท้องตลาดนั้นมีหลายยี่ห้อ ทั้งจากประเทศอังกฤษ อเมริกา เยอรมนี เกาหลี เราจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนนั้นควรเลือกยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย การเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากการเลือกชนิดของ Toxin แล้ว การเก็บ Toxin ยังต้องเก็บอย่างถูกต้องโดยเก็บที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียสเพื่อคุมคุณภาพของ Toxin หลังจากผสมน้ำเกลือแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน
ปัจจุบันมีการนำสาร Toxin มาใช้ประโยชน์ในตำแหน่งบนใบหน้าต่างๆ ดังนี้
l บริเวณหน้าครึ่งบน (upper face) นำ Toxin ฉีดบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว ตีนกา เพื่อช่วยลดรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณหน้าผาก หากเลิกคิ้วบ่อยๆ จะทำให้เกิดเส้นขวางตรงบริเวณหน้าผากได้ เป็นต้น นอกจากการลดเลือนริ้วรอย ยังสามารถยกคิ้วหรือปรับระยะคิ้วในคนที่ความสูงของคิ้วไม่เท่ากันได้ในระดับหนึ่ง
l บริเวณกลางใบหน้า (midface)โดยฉีดเพื่อลดริ้วรอยบริเวณสันจมูก รอยย่นบริเวณริมฝีปากบน
l บริเวณครึ่งล่างใบหน้า (lowerface) ฉีดเพื่อยกมุมปากล่างในคนที่มุมปากตก ฉีดลดกรามในคนที่มีปัญหากัดฟันหรือเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวมากขึ้น ฉีดที่บริเวณคางในกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวใต้คางย่น
l บริเวณลำคอ (neck) ฉีดเพื่อปล่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณคอในบางคนจะดึงผิวให้ดูแก่ลงตามอายุ พอเราปล่อยกล้ามเนื้อตรงนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงและกระชับขึ้น บางคนอาจจะเรียกว่า Nefertiti’s lift
นอกจากการฉีดเพื่อชะลอริ้วรอยที่บริเวณกล้ามเนื้อ ปัจจุบันยังนำสาร Toxin มาฉีดบริเวณใต้ผิวหนัง (intradermal) เพื่อปรับรูปหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้อีกด้วย (lifting)
หากสาวๆ คนไหนอยากจะฉีดสารนี้เพื่อลดริ้วรอยหรือปรับรูปหน้า ต้องรู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างไรในการฉีด และระยะเวลาที่สารจะออกฤทธิ์ ดังนี้
l ก่อนการฉีด 14 วัน ควรหยุดอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น น้ำมันปลา กระเทียม เป็นต้น
l ก่อนการฉีดควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ชัดเจนว่ากังวลตรงไหนชอบผลลัพธ์แบบไหน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
l ถ้าเป็นคนกลัวเข็ม แนะนำให้แปะยาชาก่อนฉีด ในกรณีที่แปะยาชาควรเผื่อเวลาแปะยาชาประมาณ30-45 นาที ในคนที่ไม่มีเวลามากพอแต่กลัวเข็ม สามารถประคบน้ำแข็งระหว่างการฉีดได้
l หลังฉีดอาจมีจุดชํ้า ม่วงหลังฉีดบางจุดได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงกรณีที่ต้องไปพบปะผู้คนหรือไปงานในช่วง 1-2 วัน หลังการฉีด
l สารจะเริ่มออกฤทธิ์ในวันที่ 3 วันหลังฉีด จะเริ่มรู้สึกตึง ขยับกล้ามเนื้อไม่ได้บางส่วน โดยจะเห็นผลเต็มที่2 สัปดาห์หลังฉีด แต่ในกรณีของกล้ามเนื้อ บริเวณกราม (masseteric muscle) จะออกฤทธิ์เต็มที่เมื่อ 1 เดือนหลังการฉีด
l โดยปกติสารจะคงฤทธิ์อยู่นานประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งจะขึ้นกับการใช้งานกล้ามเนื้อของแต่ละคน รวมทั้งปริมาณยาที่ฉีดและการดูแลตัวเองหลังการฉีด
การดูแลตัวเองหลังการฉีด ดังนี้
l หลังฉีดแนะนำไม่ให้นอนราบเป็นเวลา 3-4 ชม. เพื่อป้องกันยาไหลในบางตำแหน่ง
l หลังฉีด 2 สัปดาห์ ไม่แนะนำให้ทำเลเซอร์ นวดหน้า ซาวน่า หรือทำกิจกรรมที่เกิดความร้อนบริเวณใบหน้า เนื่องจากจะทำให้สาร Toxin สลายตัวได้
l ไม่กดนวดจุดบริเวณที่ฉีดหลังการฉีด
l ไม่แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายหลังวันที่ฉีด เนื่องจากจะทำให้รอยช้ำม่วงเป็นมากขึ้น
l ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง
l ในกรณีที่อยากจะเติม Toxin เพิ่มหลังจากการฉีดครั้งแรก แนะนำให้ทำภายใน 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
อย่างไรก็ตาม ต้องรู้จักภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพบได้หลังฉีดสาร Toxin นี้ แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
1.จากการฉีด ได้แก่ รอยม่วงช้ำ แดง เจ็บ ชา ติดเชื้อ ซึ่งรอยแดง ช้ำม่วง เจ็บนั้นจะค่อยๆ หายได้เองภายใน 1-2 วัน ส่วนการติดเชื้อนั้น แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ทันที
2.จากผลลัพทธ์ไม่พึงประสงค์ของสาร Toxin เช่น คิ้วตก หนังตาตก หรือมีการแพ้ ใบหน้าไม่เท่ากัน แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติ
ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวถ้าเราเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน การเลือกคลินิกที่ดีรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้มีมาตรฐาน ปัญหาต่างๆ จะพบได้น้อย และสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม ควรดูแลตัวเองเป็นประจำโดยกินอาหารตามหลักโภชนาการอย่างเหมาะสมและครบหมวดหมู่ โดยเน้นประเภทผักและผลไม้ให้มากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น เช่น ความเครียด แสงแดด ควันบุหรี่ ฯลฯ ควบคู่กันไปด้วย เท่านี้คุณก็จะบอกลาริ้วรอยต่างๆ ไปอีกนาน
สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ จะจัดคอร์สให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหาร โภชนาการและสมุนไพร ครั้งที่ 3 โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ จะอบรมเสาร์-อาทิตย์ 2 ครั้ง(4 วัน) คือวันที่ 21-22 และ 28-29 พ.ย.2563 รายละเอียดที่ 089-1428990 หรือFB : DDseminarThai
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี