ลอรีอัลเผย 3 นักวิจัยสตรีรับทุนวิจัย‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ปีนี้

ลอรีอัลเผย 3 นักวิจัยสตรีรับทุนวิจัย‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ปีนี้

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

(ซ้าย) ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข, ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ และ ดร.สุวัสสา บำรุงทรัพย์

บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรายชื่อ 3 นักวิจัยสตรี ผู้มีผลงานอันโดดเด่นที่ได้รับทุนในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2563 มุ่งสนับสนุนสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์เป็นปีที่ 18 แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

งานวิจัยที่ได้รับทุนในปีนี้ ได้แก่ 2 ผลงานที่สร้างประโยชน์แก่วงการแพทย์จากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ 1 ผลงาน ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์จากการเกษตร จากสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ โดยนักวิทยาศาสตร์สตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ


 

อินเนส คาลไดรา ผู้บริหารลอรีอัล ประเทศไทย

 

นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลอรีอัลเชื่อมั่นมาตลอดว่าโลกต้องการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต้องการสตรีเพื่อการพัฒนา ซึ่งในช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 นี้ ทุกภาคส่วนทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของงานวิจัยวิทยาศาสตร์มีต่อมนุษยชาติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลอรีอัล ประเทศไทย เองได้สนับสนุนนักวิจัยสตรีมากขึ้นกว่าเดิม โดยเพิ่มทุนพิเศษเพื่องานวิจัยโควิด-19 ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และยังคงทุนวิจัยฯ ประจำปี ไว้เช่นเดิมเป็นปีที่ 18 เพื่อเป็นแรงผลักดันให้นักวิจัยสตรีไทยสามารถก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์ในระดับสากล และเป็นหนึ่งฟันเฟืองหลักในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ”

ในปีนี้ โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ได้มอบทุนให้แก่นักวิจัยสตรี 3 ท่าน จาก 2 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คือ ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ จากหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงานวิจัย “ไหมไทย จากอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่นวัตกรรมเพื่อการแพทย์” และ ดร.สุวัสสา บำรุงทรัพย์ จาก ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การพัฒนาอนุภาคนาโนสำหรับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์” ด้านสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ คือ ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข จาก ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กับผลงานวิจัยหัวข้อ “เชื้อเพลิงสะอาดและสารหล่อลื่นชีวภาพ: ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงเพื่อการพัฒนาปาล์มน้ำมันไทยอย่างยั่งยืน”

ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ กล่าวถึง งานวิจัยว่า “ไหมไทยเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศ โดยในรังไหมไทยประกอบด้วยโปรตีนหลัก 2 ชนิด คือ เซริซินหรือกาวไหมนิยมใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขณะที่ไฟโบรอินเป็นโปรตีนเส้นใยที่มีความเข้ากันได้กับชีวภาพของร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ ไม่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย ขณะเดียวกันก็มีความเหนียวและยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับชีววัสดุธรรมชาติอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ จึงสนใจสกัดไฟโบรอินจากรังไหมไทยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรม อาทิ เทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศการชะละลายสารก่อรูพรุน การปั่นเส้นใยด้วยไฟฟ้าสถิตการพิมพ์ 3 มิติ และเทคนิคอิมัลชัน ในการผลิตระบบนำส่งยาจากไฟโบรอินไหมไทยรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ไฮโดรเจลชนิดฉีดได้ เส้นใยนาโน แผ่นแปะ และอนุภาคขนาดไมครอน ซึ่งสามารถปลดปล่อยยาได้อย่างจำเพาะเจาะจงและเนิ่นนานเพื่อรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคตาอักเสบที่เกิดจากต้อหินและต้อกระจก เป็นต้น โดยงานวิจัยจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านชีววัสดุเพื่อการแพทย์ เพิ่มมูลค่าให้ไหมไทย ลดการนำเข้าและลดการพึ่งพาอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศ ส่งเสริมการเลี้ยงหม่อนไหมในประเทศ ทั้งยังแสดงถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ ยกระดับการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย”

ดร.สุวัสสา บำรุงทรัพย์ กล่าวว่า “งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาไบโอเซ็นเซอร์โดยใช้อนุภาคนาโนร่วมกับเทคนิคเชิงแสง 2 เทคนิค ได้แก่ เทคนิคพื้นผิวขยายสัญญาณการกระเจิงแสงรามาน และ เทคนิคฟลูออเรสเซนส์ ซึ่งมีความไวสูง สามารถตรวจวิเคราะห์เป้าหมายได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้การตรวจวิเคราะห์และตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลโดยการนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้พัฒนาชุดตรวจโรคติดเชื้อในกลุ่มไข้หวัดใหญ่ได้อีกด้วย โดยงานวิจัยจะก่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและสังเคราะห์อนุภาคนาโนในกลุ่มของอนุภาคนาโนทองและอนุภาคซิลิกานาโนบรรจุสารฟลูออเรสเซนส์ รวมถึงการปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีของพื้นผิวอนุภาคนาโนให้เหมาะสมต่อการติดฉลากด้วยชีวโมเลกุล เพื่อให้ได้อนุภาคที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาไบโอเซ็นเซอร์ที่มีความไวและความแม่นยำสูงสำหรับการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรค ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ในกระบวนการเฝ้าระวังและควบคุม เพิ่มความสำเร็จในการรักษา ลดค่าใช้จ่าย และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของคนไทยจากโรคที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศได้”

ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข กล่าวว่า “อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย เป็นแหล่งผลิตน้ำมันเพื่อใช้เป็นอาหารและพลังงานสะอาด (ไบโอดีเซล) แต่ยังคงประสบปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกๆ ปี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศ และสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมการแปรรูปน้ำมันปาล์มให้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยสารหล่อลื่นชีวภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่น้ำมันปาล์มไทยได้อย่างมาก งานวิจัยจึงมุ่งคิดค้นกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม วิเคราะห์คุณสมบัติ ศึกษาอิทธิพลของตัวแปรต่างๆ ทดสอบประสิทธิภาพในสภาวะจำลอง ไปจนถึงการนำเอาไปทดสอบภายใต้สภาวะการใช้งานจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยงานวิจัยได้พัฒนาสารหล่อลื่นชีวภาพ ดังนี้ คือ น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพติดไฟยาก น้ำมันผสมยางชีวภาพปราศจากสารก่อมะเร็ง และน้ำมันไฮดรอลิกชีวภาพ ซึ่งผลงานวิจัยจะช่วยยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้ถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ กระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ทางด้านโอลิโอเคมีภัณฑ์ให้เกิดขึ้น สนับสนุนเกษตรกรปาล์มน้ำมัน และเป็นแนวทางในการพัฒนาปาล์มน้ำมันไทยอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ทั้งนี้ แต่ละปีโครงการทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ได้สนับสนุนนักวิจัยสตรีรุ่นใหม่มากกว่า 250 คน ในโครงการระดับประเทศและระดับภูมิภาคทั่วโลก และได้มอบทุนเกียรติยศนานาชาติแก่นักวิจัยสตรีระดับ Laureates ไปแล้ว
กว่า 100 คน โดยในประเทศไทย โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” มอบทุนวิจัยทุนละ 250,000 บาท ให้กับนักวิจัยสตรีที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี ใน 2 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานโครงการมา 18 ปี มีนักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการนี้รวมแล้วทั้งสิ้น 69 คน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top