แหวกฟ้าหาฝัน : Antonio Fabres in Museum National d’Art de Catalunya

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonio Fabres in Museum National d’Art de Catalunya

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Laura

นอกจาก Maria Fortuny แล้ว Museum National d’Art de Catalunya ยังมีผลงานของนักประติมากรรมและจิตรกรเลื่องชื่อท้องถิ่นอีกคนอยู่จำนวนมาก นั่นคือ Antoni Fabres เขาเกิดในครอบครัวช่างทองเมืองบาร์เซโลนาในปี 1854 และเข้าเรียนที่ Escola de la Llotjaตั้งแต่อายุ 13 ปี เขาได้รับทุนให้ไปเรียนต่อที่กรุงโรม เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาเริ่มเรียนรู้ว่างานที่ใช้สีน้ำมันและสีน้ำของเขาเป็นที่ประทับใจและน่าจะสร้างชื่อได้ เขาจึงหมั่นฝึกฝนและเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจนสร้างความประทับใจให้กับคหบดีตามเมืองต่างๆ


ผลงานสีน้ำของเขามีความหลากหลายโดยเน้นไปทางตะวันออกเฉกเช่นเดียวกันกับงานของ Fortuny รวมทั้งงานตกแต่ง ภาพเหมือนภาพทิวทัศน์ และภาพชีวิตประจำวันทั่วไป ในปี 1885 เขาแต่งงานกับ Julia Llausasและย้ายกลับมาอยู่บาร์เซโลนาก่อนจะมีบุตรด้วยกัน 2 คน ในปี 1894 เขาย้ายไปอยู่ปารีสเพราะต้องการตามหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เนื่องจากปารีสเป็นเมืองใหญ่และชื่อเสียงของเขาที่ได้มาตั้งแต่อยู่ที่โรมกำลังเป็นที่เฟื่องฟูทำให้เขาสามารถเปิดห้องภาพขนาดใหญ่และได้รับการตอบรับจากคหบดีทั้งหลายเป็นอย่างดี งานของเขาในช่วงนั้นเป็นผลงานชิ้นใหญ่ๆ และมีความซับซ้อนตามแต่คำสั่งของผู้ว่าจ้างที่มั่งคั่งทั้งหลาย ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 งานของเขาเน้นไปเรื่องธรรมชาติและชีวิตประจำวันมากขึ้นโดยเฉพาะเกี่ยวกับความยากจน ความบ้าบอ และความเจ็บปวด

Moroccan Pilgrimage

ในปี 1902 เขาย้ายไปแทนที่ Santiago Rebull ที่ Academia de San Carlos เมืองเม็กซิโก้ซิตี้และตัดสินใจเปลี่ยนเทคนิคการสร้างผลงานจากแนว Classic ไปเป็น Realismซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้น นักเรียนบางคนของเขาก็สามารถปรับตัวเข้ากับแนวทางศิลปะแบบ PostRevolutionary ของ MaxicanArt ได้ เขาได้สร้างผลงานตกแต่งที่สำคัญแนว Art Nouveau ไว้ที่ Porfirio Diaz Mansion ถึงกระนั้นก็ตามทั้งสถาบันกลับมีความยากลำบากในการยอมรับแนวทางศิลปะที่เขาเข้าไปจัดให้ใหม่ ในปี 1907 เขาจึงตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่โรมอีกครั้ง

เขาเป็นคนโชคดีตรงที่ ไม่เพียงได้ภรรยาที่รู้ใจและเข้าใจจึงไม่เบื่อหน่ายกับการย้ายถิ่นและส่งเสริมเขาทางด้านอาชีพเป็นอย่างดี ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักและชื่นชอบทุกหนแห่งที่เขาไปอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลนา ลอนดอน ปารีส เวียนนา ลียง และเม็กซิโกซิตี้ ในปี 1926 เขาได้บริจาคผลงานส่วนใหญ่ให้กับเทศบาลเมืองบาร์เซโลนาโดยขอให้มิวเซียมสร้างห้องจัดแสดงผลงานของเขาแยกต่างหากเป็นพิเศษเป็นการแลกเปลี่ยน แต่ทางมิวเซียมกลับปฏิเสธ ด้วยความน้อยใจเขาจึงย้ายกลับไปที่โรมอีกและไปเสียชีวิตที่นั่นในปี 1938

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Museum National d’Art de Catalunya จะได้มีโอกาสสัมผัสกับอัจฉริยภาพของศิลปินเป็นจำนวนมาก แม้ผลงานของเขาจะยังไม่ได้รับการจัดแสดงเป็นห้องพิเศษตามความปรารถนาดั้งเดิมของเขาก็ตาม อาทิ The Sculptor และ Laura เป็น Portrait ที่ศิลปินบรรจงรังสรรค์ไว้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นแววตา ปาก และเส้นผมที่ดูเหมือนจริงราวภาพ ส่วน MoroccanPilgrimage ก็ดูมีชีวิตชีวาจนผู้ชมสามารถสัมผัสถึงความร้อนของอากาศได้เช่นเดียวกัน สำหรับ Sultan’s Gift และ Warrior Response นั้นก็ใช้เทคนิคในการสร้างงานที่ดูเป็นสมัยใหม่ แต่มีกลิ่นอายของความเป็นตะวันออกอย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว

เขาเป็นคนที่ย้ายเมืองไปเรื่อยๆ จากโรม กลับมาบาร์เซโลนา ไปอยู่ปารีส เม็กซิโกซิตี้ก่อนย้ายกลับมาอยู่โรมจนเสียชีวิต เขาจึงมีลูกค้ามากมายและมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ

The Madwoman
The Madwoman
The Warrior Response
The Warrior Response
The Warrior Response
The Warrior Response
The Warrior Response
The Warrior Response
The Sultan’s Gift
The Sultan’s Gift
The Sculptor
The Sculptor

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top