บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์  เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’  ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง

บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’ ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผนึกกำลังความร่วมมือกับเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จัดตั้ง “ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม” แห่งภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่างภายใต้โมเดล “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” (BumrungradHealth Network) นำร่องที่โรงพยาบาลพิษณุเวชในจังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานีให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับโอกาสในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้


เนื่องจาก โรคมะเร็ง ถือเป็นโรคยากที่มีความซับซ้อนและรุนแรง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้สะสมองค์ความรู้ และพัฒนาขั้นตอนการรักษามะเร็ง ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และ AI เข้ามาช่วยในการรักษา โดยดำเนินการผ่าน ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ของโรงพยาบาลซึ่งให้การดูแลรักษาอย่างครอบคลุมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจากหลายสาขาร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านมะเร็งโดยเฉพาะ และมีห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอยู่ภายในโรงพยาบาล ทำให้ได้ผลตรวจรวดเร็วและแม่นยำ เฉพาะในปี 2563 มีผู้ป่วยให้ความไว้วางใจเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งกับโรงพยาบาลถึง 13,000 ราย

ดร.สาธิต วิทยากร

นายสมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวว่า ความร่วมมือกับเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีทางธุรกิจในการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์กระดูกสันหลัง Absolute Spine Care และ ศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพก Joint Surgery Center ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของการยกระดับการผนึกกำลังทางธุรกิจครั้งนี้ ผนวกกับการนำจุดแข็งของศูนย์รักษามะเร็งฮอไรซันของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาต่อยอดภายใต้ โมเดล “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” เพื่อยกระดับด้านสาธารณสุขของไทยให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับโอกาสในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนการพัฒนาเชิงวิชาการร่วมกัน โดยมีแผนการจัดตั้ง“ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม” ในระยะแรกที่โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2564 นอกจากนี้ ทั้งสองศูนย์จะทำหน้าที่เป็น Cancer Center Hub หรือศูนย์รักษามะเร็งกลางสำหรับโรงพยาบาลพริ้นซ์แห่งอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง อีกทั้งเป็นศูนย์ส่งต่อให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ที่ต้องการส่งผู้ป่วยที่เกินกำลังรักษามายัง Cancer Center Hub เพื่อทำการรักษาพยาบาลและส่งตัวกลับที่โรงพยาบาลต้นทางเมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

ดร.สาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์เเคร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์เเคร์ มีจำนวน 11 แห่งที่จะเข้าเป็นพันธมิตรที่ดีกับทางบำรุงราษฎร์ ซึ่งกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเล็งเห็นโอกาสในการขยายขอบเขตการให้บริการของศูนย์รักษามะเร็ง ในเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ กระจายใน2 ภูมิภาคก่อน โดยเริ่มจากโรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขั้นตติยภูมิ มีแพทย์กว่า 200 ท่าน ซึ่งมีศักยภาพดูแลผู้ป่วยในแถบภาคเหนือตอนล่าง เนื่องจากมีเครือข่ายโรงพยาบาลพิษณุเวชพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร และโรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ เป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อคนไข้ โดยมีฐานผู้ป่วยรวมกันประมาณ 4-5 ล้านคน และอีกแห่งคือ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางในการส่งต่อผู้ป่วยในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว และกัมพูชา อีกด้วย ซึ่งทั้งสองแห่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีจำนวนมาก และยังเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงเป็นเมืองรองที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานผู้ป่วยในระดับกลางได้เป็นอย่างดี

นพ.ณรงค์ศักดิ์ เกียรติขจรธาดา

นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ เกียรติขจรธาดา ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งฮอไรซัน และอายุรแพทย์ด้านโลหิตวิทยาและเนื้องอกวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงข้อโดดเด่นของศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวมว่า ด้วยวิธีการรักษาที่แตกต่างของบำรุงราษฎร์ ทำให้ผู้ป่วยชาวอาหรับมักพูดต่อกันว่าถ้าป่วยเป็นมะเร็งให้มารักษาที่บำรุงราษฎร์ รวมถึงผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และบังคลาเทศ ก็ติดต่อเข้ามารักษาที่โรงพยาบาล ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งในด้านพัฒนาองค์ความรู้ การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีแพทย์
ผู้ชำนาญการจากสาขาต่างๆ มากกว่า 1,300 คน และบุคลากรที่มีประสบการณ์ ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ทำให้บำรุงราษฎร์สามารถสร้างทีมในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพได้สูงสุด

อีกประการสำคัญ คือบำรุงราษฎร์ได้คำนึงถึงประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด ซึ่งในการรักษานั้นโรงพยาบาล ได้นำเคสมะเร็งของผู้ป่วยที่ซับซ้อน รักษายากเข้าในที่ประชุม Tumor Board เพื่อผสมผสานการรักษาหลายวิธีเข้าด้วยกัน โดยนำเอาองค์คณะแพทย์ทุกสาขา มากกว่า 30 คน ประกอบด้วยอายุรแพทย์ด้านโรคมะเร็งศัลยแพทย์ด้านโรคมะเร็งเฉพาะทาง พยาธิแพทย์ รังสีแพทย์เภสัชกร เภสัชกรผู้เชียวชาญด้านเภสัชพันธุศาสตร์ เจ้าหน้าที่ห้อง labพยาบาล และนักวิจัย เข้าร่วมประชุมเพื่อหาวิธีการรักษาร่วมกัน มีการวินิจฉัยและประมวลผล เพื่อตัดสินใจวางแผนการรักษามะเร็ง เพื่อการรักษาที่ตรงจุด แม่นยำเกิดผลข้างเคียงน้อย ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในผู้ป่วยโรคมะเร็งหนึ่งคนนั้น มีผู้ชำนาญการทุกสาขาที่เกี่ยวข้องในการรักษาโรคมะเร็งทำงานอยู่เบื้องหลัง คอยให้คำแนะนำคอยติดตามผลการรักษา และแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยตลอดระยะเวลาของการรักษา นับว่าเป็นการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานเพื่อคุณภาพการรักษาต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top