วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
ปัญหาการสบฟันผิดปกติไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับ ทางเดินอาหารตามมาได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอีกหลากหลายด้าน ปัจจุบันการผ่าตัดขากรรไกร ถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีฟันสบกันผิดปกติที่มีสาเหตุจากการเจริญที่ไม่สมดุลกันของกระดูกขากรรไกร โดยรักษาร่วมกับการจัดฟันเพื่อสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผศ.ทพญ.ณฤษพร ชัยประกิจ ศัลยแพทย์ช่องปากกระดูกขากรรไกรและใบหน้า ศูนย์ทันตกรรมและรากฟันเทียม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ความผิดปกติ
ของกระดูกขากรรไกร สามารถพบได้ตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นระหว่างการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้มีการบดเคี้ยวอาหาร และพูดออกเสียง
ที่ลำบาก หรืออาจทำให้มีอาการนอนกรน หรือมีอาการหยุดหายใจขณะนอนหลับได้ (Sleep Apnea) อีกทั้ง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (TMJ disorder) ได้ เช่น มีอาการปวดที่ข้อต่อขากรรไกร หรือเกิดความเสื่อมของเนื้อเยื่อยึดข้อต่อขากรรไกรได้
การรักษาความผิดปกติของกระดูกขากรรไกร จะใช้ 2 วิธีร่วมกันได้แก่ การจัดฟัน เพื่อปรับให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เหมาะสม และการผ่าตัดแก้ไขกระดูกขากรรไกร เพื่อให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยอาจผ่าตัดเพียงแค่ขากรรไกรเดียว (one jaw surgery) หรืออาจผ่าตัดทั้งกระดูกขากรรไกรบนและล่าง (two jaws surgery) เพื่อให้คนไข้มีการกัดสบฟันการเคี้ยว การพูดการออกเสียง และการหายใจที่เป็นปกติหรือดีขึ้น ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจทำร่วมกับการผ่าตัดอวัยวะบริเวณข้างเคียง เช่น คาง กรามโหนมแก้ม ปาก หรือจมูก ส่งผลให้เกิดความสวยงามของโครงสร้างใบหน้าร่วมด้วย
.jpg)
ผศ.ทพญ.ณฤษพร ชัยประกิจ
ลำดับการรักษาสามารถทำได้ทั้งแบบจัดฟันก่อนผ่าตัด หรือแบบผ่าตัดก่อนจัดฟัน ซึ่งการรักษาดั้งเดิม ส่วนใหญ่จะรักษาแบบจัดฟันก่อนผ่าตัด เพื่อแก้ไขความผิดปกติของฟันก่อน ระยะเวลาการจัดฟันขึ้นอยู่กับความยากง่ายซับซ้อนของคนไข้แต่ละราย โดยเฉลี่ยประมาณ 2-4 ปีในระหว่างนี้อาจทำให้คนไข้รู้สึกว่าใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น รู้สึกว่าฟันล่างหรือฟันบนยื่น อูม หรือดูผิดรูปมากขึ้น เนื่องจากจุดประสงค์การจัดฟันก่อนนั้นเพื่อให้ฟันมีมุมการเอียงตัวที่ถูกต้องก่อนการผ่าตัด ฉะนั้นในคนไข้บางรายจึงมีความรู้สึกว่าขากรรไกรล่างยื่นมากขึ้น หลังจากนั้นจึงส่งผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของกระดูกขากรรไกรบนและล่าง หรือขากรรไกรใดขากรรไกรหนึ่งที่มีความผิดปกติ และหลังผ่าตัดเสร็จคนไข้จะต้องมีการจัดฟันต่อ เพื่อปรับการเรียงตัวและการสบฟันอีกระยะหนึ่ง ตั้งแต่ 6 เดือน-1 ปี หลังการผ่าตัดเพื่อให้การกัดสบฟันนั้นเหมาะสมและคงที่ จึงถอดเครื่องมือจัดฟันได้
แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีการนำวิธีการรักษาแบบผ่าตัดกระดูกขากรรไกรก่อนแล้วจึงจัดฟันมารักษาคนไข้มากขึ้นซึ่งวิธีนี้มีข้อดีคือ ลดระยะเวลาในการจัดฟันเนื่องจากใช้ทฤษฎีของกระบวนการการเกิดการอักเสบจากการผ่าตัดจะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนที่ของฟันได้เร็วขึ้น จึงลดระยะเวลาในการจัดฟันทั้งหมด เหลือประมาณ 10 เดือน-2 ปี ตามความยากง่ายของความผิดปกติในแต่ละราย และข้อดีที่เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญอีกประการคือ ผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าให้เหมาะสมสวยงามขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนการจัดฟัน และทำให้สภาพของสุขภาพช่องปากดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีไหนก็ตาม ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงควรมีการตรวจและวางแผนร่วมกันก่อนการรักษา โดยทีมแพทย์ทั้งผ่าตัดและจัดฟัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี