แหวกฟ้าหาฝัน : African Culture in World Cultures Museum Barcelona

แหวกฟ้าหาฝัน : African Culture in World Cultures Museum Barcelona

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

นักท่องเที่ยวที่เยือน World Cultures Museum ส่วนใหญ่มักมีความต้องการที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายของทวีปต่างๆ อาทิ แอฟริกา ทวีปที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากเอเชีย ทวีปที่มีพื้นที่ 6% ของโลกโดยมีพื้นดินเพียงแค่ 20% ของทั้งหมด ทวีปที่มีอายุเฉลี่ยประชากรน้อยที่สุดของโลกที่ 19.7 ปีนี้เป็นทวีปที่น่าสนใจยิ่ง ทั้งนี้ เพราะทวีปนี้มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ประเทศส่วนใหญ่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติยุโรป และส่วนใหญ่อยู่ภายใต้สงครามกลางเมืองอย่างยาวนาน แต่พวกเขาแทบทุกประเทศก็มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองที่น่าสนใจ

อารยธรรมเก่าแก่ของโลกไม่ว่าจะเป็นอียิปต์โบราณ หรือ Phoenicia ล้วนถือกำเนิดจากแอฟริกาเหนือทั้งนั้น การที่พื้นดินแถบนี้บางส่วนมีความอุดมสมบูรณ์สลับกับความแห้งแล้งทำให้ประชากรมีการอพยพสูงมาแต่ไหนแต่ไร ดินแดนแถบนี้จึงมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมมาก ยิ่งเมื่อยุโรปเข้าครอบครองประเทศส่วนใหญ่ในทวีปนี้การถ่ายเทของวัฒนธรรมยิ่งเป็นไปอย่างเข้มข้น ถึงกระนั้นก็ตาม ปัจจุบันชาวแอฟริกันส่วนหนึ่งก็ยังคงดำรงชีวิตและมีความเชื่อกับวัฒนธรรมเก่าๆ อยู่ดี


ของจัดแสดงของ World CulturesMuseum ที่สะท้อนตัวตนของชาวแอฟริกัน อาทิ หน้ากาก หน้ากากเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงศิลปะ อารยะ ความเชื่อและความหลากหลายของชาวแอฟริกันได้เป็นอย่างดี พวกเขาจะสวมมันตั้งแต่ศีรษะจนถึงไหล่เพื่อเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น เทพเจ้า ภูตผี นอกจากหน้ากากจะใช้เป็นเครื่องปกป้องร่างกายจากสัตว์ร้ายในการทำมาหากินในป่าแล้ว ยังเป็นเครื่องประดับ ตกแต่งในงานรื่นเริงเฉลิมฉลอง รวมทั้งเครื่องแสดงถึงอำนาจด้วย

การบวงสรวงบรรพบุรุษเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเกือบทุกชนเผ่าในแอฟริกาพวกเขาจะมีเครื่องสวมศีรษะเพื่อปกป้องกะโหลกจากสัตว์ร้าย และเพื่อเป็นการบวงสรวงบรรพบุรุษ และเทพเจ้า พวกเขายังมีพิธีกรรมในการเรียนรู้ที่จะล่าสัตว์และทำสุหนัตอันแสดงให้เป็นว่าโตเป็นหนุ่ม

Yoruba art ศิลปะที่รุ่งเรืองในแถบแอฟริกาใต้ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำ Niger ที่มีประวัติอันช้านานนี้ย้อนหลังไปถึงราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาลของราชอาณาจักร Beninดินแดนที่ศิลปะรุ่งเรืองที่สุดในทวีป ดินแดนที่ขยายอาณาเขตใหญ่โตในคริสต์ศตวรรษที่ 15ภายใต้กษัตริย์ซึ่งดำรงสถานะเป็นเทพสูงสุดด้วย แม้แต่ในช่วงที่โปรตุเกสแผ่ขยายอิทธิพลมาถึงแล้วก็ตาม ในคริสต์ศตวรรษที่ 19ดินแดนแห่งนี้เป็นผู้มีอำนาจในการครอบครองการค้าระหว่างทวีปแอฟริกาและยุโรปจนถึงปี 1897 เมื่ออังกฤษบุกถึงดินแดนแห่งนี้และสังหารกษัตริย์ อย่างไรก็ดี อังกฤษได้คืนบัลลังก์และการปกครองภายใต้การนำของอังกฤษให้กับบุตรของกษัตริย์คนก่อนในปี 1914

ความที่พวกเขารุ่งเรืองจึงมีภาษาของตัวเอง พวกเขานับถือศาสนาที่มีพระเจ้าหลายองค์ ชาว Yoruba ได้พัฒนาวัฒนธรรมของตัวเองที่เน้นการตกแต่งอันแสดงถึงสถานะ พวกเขาพัฒนาตัวเองจนถึงระดับที่มีประติมากรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

การที่ชาวแอฟริกันมีภาษาของตัวเองและส่วนหนึ่งนับถือศาสนาอิสลามอันเป็นผลมาจากการที่อิสลามแพร่เข้าไปสู่ทวีปในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ดินแดนเหล่านี้จึงมีประติมากรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อ และเพื่อการบวงสรวงอยู่หลากหลายแบบให้ศึกษาด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top