อสม. กำลังพลคนสำคัญในสงครามโควิดของไทย : อาทร จันทวิมล

อสม. กำลังพลคนสำคัญในสงครามโควิดของไทย : อาทร จันทวิมล

วันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 11.08 น.

กองทัพอันเกรียงไกรไม่สามารถชนะศึกได้เพียงเพราะการมีแม่ทัพนายกองที่เก่งกาจและอาวุธที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ต้องมี นายสิบ และพลทหาร ที่กล้าหาญและมีความสามารถในการรบอีกด้วย   เช่นเดียวกับการต่อสู้ในสงครามโควิดของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกนั้น   มิใช่เพียง แพทย์ พยาบาล  ซึ่งอาจเปรียบกับนายพล และนายพันที่เป็นหัวหน้าหน่วยรบ  แต่ยังต้องมีคนที่ทำหน้าที่คล้ายพลทหาร หรือกรรมกรในโรงงาน  คือ  คนงานพนักงานในสถานพยาบาล ตั้งแต่พนักงานขับรถคนเข็นเปลคนตรวจเชื้อ  คนทำความสะอาดห้องน้ำ  คนขนขยะอันตราย  คนครัว ไปจนถึงคนที่ดูแลจัดการศพผู้เสียชีวิตที่ต้องเสี่ยงภัยจากเชื้อโรคอันร้ายแรงเท่าเทียมกัน   

ผู้ที่เปรียบได้กับนายสิบทางทหารของไทย  คือ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจำนวนกว่าล้านคน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิง  ที่คอยติดตามดูแลแจ้งข่าวสารด้านสุขภาพของประชาชนทุกหมู่บ้าน


พนักงานและเจ้าหน้าที่ระดับล่างเหล่านี้ ทำงานเสี่ยงชีวิตเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนยิ่งกว่าคนปิดทองหลังพระ บางคนซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากากหรือชุดไอ้โม่งคลุมหัว ในห้องลึกลับ โดยผู้ป่วยไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก   ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือออกข่าวทางโทรทัศน์หนังสือพิมพ์  แต่บุคคลดังกล่าว เป็นผู้ควรแก่การยกย่องสรรเสริญในสงครามโควิด ที่ต้องต่อสู้กับข้าศึกตัวจิ๋วชนิดมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่มีฤทธิร้ายกาจยิ่ง ในครั้งนี้

กองกำลังสำคัญของกองทัพสาธารณสุขไทย  ที่เทียบได้กับนายสิบทางทหาร ในการต่อสู้สงครามโควิดครั้งนี้ คือ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวนกว่าล้านคนที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่พ.ศ.2520    กระจายตัวอยู่ทุกหมู่บ้านของประเทศโดยมีเงินตอบแทนจากกระทรวงสาธารณสุขให้คนละ 1,500 บาทต่อเดือน     อสม.  ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของชุมชน  โดยอาสาสมัครที่ได้รับการคัดเลือกจากชาวบ้าน  ผ่านกระบวนการอบรมให้ความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. แต่ละคน จะดูแลประชาชนในละแวกใกล้เคียง 10-20 หลังคาเรือน  คอยให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรคง่ายๆ ช่วยงานโรงพยาบาลตำบล  ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่บ้าน และการคุ้มครองผู้บริโภค

สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย  ทำให้ อสม. ต้องทำงานหนักมากขึ้นจากเดิม ทั้งการดูแลรักษา การตรวจหาเชื้อ(SWAB)   งานทางระบาดวิทยา(การคัดกรอง,การเฝ้าระวัง,การป้องกันและควบคุมโรค,การสอบสวนโรค)   งานอนามัยชุมชน( การตรวจเยี่ยมบ้าน/ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยง การติดตามตรวจผู้ต้องสงสัยที่ถูกกักกัน14 วัน) งานส่งเสริมสุขภาพและการให้สุขศึกษา (การดูแลสุขภาพตนเอง การกินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือ  แจกและสอนการใช้หน้ากากอนามัย การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อในแหล่งสัมผัสโรคหรือสัมผัสกลุ่มเสี่ยง การรณรงค์สร้างจิตสำนึกต่างๆ การส่งต่อผู้ป่วย) การเยียวยาและการฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการสื่อสารแจ้งข่าวข้อมูลสถานการณ์โรคที่ถูกต้องทันสมัยแก่ประชาชน

ในช่วงเดือนมีนาคม 2563  อสม.ไทยได้เดินทางไปเคาะประตูบ้านกว่า 8 ล้านหลังคาเรือน เพื่อแจ้งข่าวการแพร่ระบาด วิธีป้องกันโรคโควิดด้วยการเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก  และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนไปมาก  แล้วติดตามด้วยการส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งข่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคร้ายในบริเวณใกล้เคียงอยู่ที่ใดบ้าง

นางสุรินทร์ มากระดี อายุ 77 ปี เป็น อสม.จังหวัดอ่างทองมา 38 ปีแล้ว กิจวัตรประจำวันของเธอคือขี่จักรยานยนต์ไปเยี่ยมบ้านทีละหลังในความรับผิดชอบ เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ และคอยเตือนให้คนในหมู่บ้านที่กลับมาจากจังหวัดอื่นหรือต่างประเทศต้องกักตัว 14 วัน  นอกจากคอยวัดอุณหภูมิแล้ว อสม.ยังรวบรวมประวัติผู้ป่วยและข้อมูลต่างๆ  คอยเฝ้าระวังการระบาดในวงกว้าง   คุณยายสุรินทร์บอกว่า “ฉันมองว่าคนในหมู่บ้านเป็นครอบครัวของฉัน อยู่ในบ้านของฉัน ถ้าฉันไม่สอนวิธีปฏิบัติตัว พวกเขาก็จะไม่รู้ว่าตัวเองอาจจะเสี่ยงติดโรคกันได้ คนที่กลับมาจากที่อื่นก็ต้องกักตัวแยกจากคนในบ้านด้วย”

เครือข่ายอสม.ใหญ่ครอบคลุมทั้งประเทศ มีสมาชิกมากกว่า 1,000,000 คน องค์การอนามัยโลก (WHO) ยกย่องว่าอสม.คือมดงานผู้ปิดทองหลังพระ คอยควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด เฝ้าระวัง และรายงานการติดเชื้อ”

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตั้งขึ้นในปี 2520 โดยนายแพทย์อมร นนทสุต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้วางรากฐานการสาธารณสุขมูลฐาน ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขทางการเช่น โรงพยาบาล หรือสถานีอนามัย  ระยะแรกทดลองใน 20 จังหวัด ปรากฏว่าให้ผลตอบรับดี จึงทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อสม.เป็นเหมือนคนเฝ้าประตูเข้าหมู่บ้าน คอยช่วยดูแลเรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน  มีบทบาทสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัจจัยและทรัพยากรทางสาธารณสุขจำกัด ช่วยควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค  

อสม.มีผลงานป้องปรามโรคระบาดมาหลายครั้ง  ทั้งไข้หวัดนก ไข้เลือดออก จนกระทั่งโควิด-19 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top