Logo วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
แพทย์เผยสาเหตุและวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์

แพทย์เผยสาเหตุและวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag : โรคอัลไซเมอร์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โรคอัลไซเมอร์ พบเป็นสาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อม มีอาการสูญเสียความทรงจำแบบค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้นตามลำดับ สัญญาณเริ่มแรก คือ การลืมเหตุการณ์ ลืมการสนทนาหรือกิจวัตรประจำวัน หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจสูญเสีย การตัดสินใจ การวางแผน และการช่วยเหลือตนเอง ปัจจุบันมีวิทยาการในการตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และมีการรักษาด้วยยาและการปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบสมอง อย่างไรก็ดี ในระยะท้ายของโรค ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการทำงานของสมองเป็นอย่างมากจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและอาจเกิดการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนได้

จากบทความโดย พญ.มนัสวรรณ์ สันทนานุการ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา เฉพาะทางด้านประสาทวิทยาโรคกล้ามเนื้อและเส้นประสาทไฟฟ้าวินิจฉัย
รพ.เมดพาร์ค เผยถึง อาการสำคัญและสัญญาณเริ่มแรกของโรค ว่า การสูญเสียความจำและมีอาการเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงแรกผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาในการจดจำสิ่งต่างๆ แต่ญาติที่อยู่ใกล้ชิดจะสังเกตเห็นแนวโน้มความจำการรับรู้ที่ลดลงได้ดีกว่า


ความทรงจำ โรคอัลไซเมอร์ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความทรงจำ ซึ่งส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน อาการของโรคอัลไซเมอร์ คือพูดและถามประโยคเดิมซ้ำๆ ลืมการพูดคุยหรือเหตุการณ์ ลืมชื่อคนในครอบครัว วางของผิดที่ หลงในที่คุ้นเคย เป็นต้น

การคิดและการใช้เหตุผล ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะสูญเสียทักษะและการตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆ เช่น ไม่สามารถคำนวณตัวเลขได้ใช้สิ่งของผิดวิธี และลืมวิธีการทำงานพื้นฐานทั่วไปตามลำดับขั้น

บุคลิกภาพและพฤติกรรม ผู้ป่วยอาจมีอาการกระสับกระส่ายวุ่นวาย หรือมีภาวะแยกตัวไม่พูดก็ได้ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอนหลับ อาจพบภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดและก้าวร้าว ไม่สนใจการทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน เช่น การอาบน้ำ เป็นต้น

ทักษะที่เก็บรักษาไว้ มีอยู่หลายความสามารถที่ถูกเก็บรักษาไว้แม้ในขณะที่อาการแย่ลงเพราะถูกควบคุมโดยส่วนต่างๆ ของสมองที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ ทักษะที่เก็บรักษาไว้รวมถึงการอ่านหนังสือเล่านิยายคิดถึงความทรงจำเก่าๆการร้องเพลงการเต้นรำและการวาดรูป

หากมีปัญหาความทรงจำผิดปกติ การตัดสินใจช้าลง บุคลิกภาพหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและวินิจฉัยอย่างละเอียด

ส่วนสาเหตุ โรคอัลไซเมอร์เกิดจากหลายปัจจัยทั้งพันธุกรรม วิถีชีวิต และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โรคมักจะเริ่มต้นในส่วนสมองที่ควบคุมความทรงจำ กลไกการเกิดโรคเชื่อว่ามีการสะสมของโปรตีนบางชนิด เช่น โปรตีน amyloid และ โปรตีน tau ผิดปกติในเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ สูญเสียการทำงานเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ จนกระทั่งทำให้เซลล์สมองตายโดยพยาธิสภาพดังกล่าวจะเกิดในส่วนอื่นๆ ของสมองด้วยตามลำดับ ทั้งนี้ ระบบการทำงานของสมองมักถูกทำลายก่อนมีอาการแสดง

สำหรับปัจจัยเสี่ยง

● โรคอัลไซเมอร์มักพบในช่วงวัยอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป โดยมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาพบว่า จากกลุ่มประชากรทั้งหมด 1,000 คน แต่ละปีในช่วงอายุ 65 ปี ถึง 74 ปี มีการพบผู้ป่วย 2 คน ในช่วงอายุ 75 ปี ถึง 84 ปี มีการพบผู้ป่วย 11 คน และในช่วง 85 ขึ้นไปมีการพบผู้ป่วย 37 คน สนับสนุนว่าอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

● ประวัติครอบครัวและพันธุศาสตร์กลไกทางพันธุกรรมในครอบครัวส่วนใหญ่ของโรคอัลไซเมอร์ยังคงไม่สามารถอธิบายได้ แต่หากมีประวัติบุคคลคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น ในปัจจุบันมีการค้นพบว่าหากมีพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง apolipoprotein E(APOE e4) ผิดปกติ จะส่งผลให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีการเปลี่ยนแปลงของพันธุกรรมนี้จะเกิดโรคทั้งหมด

● โรคดาวน์ซินโดรม คนที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรมจำนวนมากจะพบภาวะโรคอัลไซเมอร์ร่วมด้วย โดยมีอาการเร็วกว่าคนปกติทั่วไป 10 หรือ 20 ปี สาเหตุหลักเป็นผลจากพันธุกรรมของโครโมโซมคู่ที่ 21

● เพศ ความเสี่ยงระหว่างเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

● การบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง บุคคลที่มีการบาดเจ็บทางศีรษะอย่างรุนแรงจะมีความเสี่ยงต่อเป็นอัลไซเมอร์

● การนอนหลับที่ผิดปกติ มีงานวิจัยพบเจอว่าบุคคลที่มีปัญหาในการนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจขณะนอนหลับจะมีความเสี่ยงสูงกับการเป็นอัลไซเมอร์

● วิธีการดำเนินชีวิตและโรคร่วม การขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน การสูบบุหรี่โรคเบาหวานประเภท 2 ภาวะความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอล โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

ในการวินิจฉัยโรคแพทย์จะตรวจประเมินอาการจากผู้ป่วยและญาติใกล้ชิด เพื่อวินิจฉัยแยกภาวะทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคทางกายที่มีอาการคล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หลังจากนั้นจะมีการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจทดสอบประเมินด้านต่างๆ เช่น ความจำ การบริหารจัดการ การคิดคำนวณ ทักษะทางด้านมิติสัมพันธ์ โดยใช้แบบทดสอบประเมินความทรงจำ Thai Mental State Examination (TMSE), และ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) ใช้เวลาประเมินทั้งหมดประมาณ 15-20 นาที การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทำให้ให้แพทย์แยกแยะสาเหตุของการสูญเสียความจำจากสาเหตุอื่น เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์หรือการขาดวิตามิน นอกจากนี้ยังมีการตรวจทางพันธุกรรมและการตรวจสารชีวภาพจากในเลือดและน้ำไขสันหลัง และ ภาพถ่ายสมอง รูปภาพที่ได้จากการสแกนสมองจะสามารถให้การวินิจฉัยอัลไซเมอร์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและให้การวินิจฉัยแยกกลุ่มโรคความจำเสื่อมประเภทอื่น  ปัจจุบันมีการตรวจ เช่น Magneticresonance imaging และ FDG Brain PET Scan

วิธีการรักษา การรักษาในปัจจุบันเป็นการรักษาเพื่อช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น และยังไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ ยาช่วยเรื่องของความทรงจำและพฤติกรรม เช่น

● Cholinesterase inhibitor ยากลุ่มนี้ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ที่ไปทำลายสารสื่อประสาท ทำให้สารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเริ่มใช้ได้ในผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่ระยะแรก เช่น ยา Galantamine. Rivastigmine. โดยมีทั้งในรูปแบบรับประทานและแผ่นแปะ

● N-methyl-D-aspartate (NMDA) receptor antagonist ยากลุ่มนี้มักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง มักใช้ควบคู่กับยากลุ่ม Cholinesterase inhibitor เช่นยา Memantine

● ยาปรับพฤติกรรม และอารมณ์ เช่นยาลดอาการกังวลหรือยานอนหลับประเภทต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้ยาเพื่อลดการดำเนินของโรคหรือเพื่อป้องกันโรค แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการรักษามากนัก เช่น vitamin E, แปะก๊วย (ginkgo) เป็นต้น

นอกจากนี้การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและการช่วยเหลือจากคนในครอบครัวเป็นส่วนสำคัญของแผนการรักษา ยกตัวอย่างเช่น การเก็บสิ่งของเครื่องใช้ไว้ที่เดิมจะง่ายต่อการจดจำ ทำกิจวัตรประจำวันตามเวลาเดิม นอกจากนี้ญาติอาจมีบทบาทในการจัดยาให้รับประทานตามเวลา และให้ผู้ป่วยพกเครื่องมือสื่อสารซึ่งมีความสามารถในการบอกตำแหน่งได้เพื่อป้องกันการหลงทาง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 12-18 เมษายน พ.ศ. 2569

ชี้ชะตาโลก! เริ่มขึ้นแล้วสหรัฐฯ-อิหร่าน เผชิญหน้าบนโต๊ะเจรจาครั้งแรกในรอบ 47 ปี

เช็กด่วน! หมอช้างทัก 2 ราศีนี้ พูดตรง-รักความถูกต้อง แต่ระวังโดนเขม่นว่าชอบเถียง

เนทันยาฮู ประกาศตัดขาดสเปน ฉุนถูกประณามปมถล่มเลบานอน ลั่น IDF มีศีลธรรมมากสุดในโลก

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved