วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
เปิดมุมมองแนวคิดของผู้หญิงแกร่ง เอ๋-อรวรรณ บุตรโพธิ์นักกีฬายกน้ำหนักคนพิการทีมชาติไทยหนึ่งในนักกีฬาคนพิการจากทั่วโลกที่ซิตี้ให้การสนับสนุน โดยชีวิตของเธอนั้นเลือกที่จะพยายามผลักดันตัวเองออกไปทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ รวมถึงกล้าเผชิญกับทุกความท้าทายที่เข้ามาในชีวิต โดยไม่เอาข้อด้อยที่ตนเองมีมาเป็นข้ออ้าง เพราะเธอเชื่อว่าถ้าตัวเราเองไม่กล้าที่จะทำอะไรเลยชีวิตเราก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ได้
การเกิดมาพร้อมความแตกต่างของร่างกาย เอ๋-อรวรรณ บุตรโพธิ์ยอมรับว่า ตอนแรกๆ รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกเพราะมีร่างกายไม่เหมือนกับคนอื่นๆ แต่สุดท้ายเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เรียนรู้และยอมรับว่าตนเองมีร่างกายไม่เหมือนคนปกติมันไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย เพราะสามารถทำในสิ่งต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับคนที่มีร่างกายปกติทำได้เหมือนกัน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันเธอให้มีความกล้าตั้งแต่เด็กๆ นั่นก็คือ คุณพ่อ สนับสนุนให้ได้เรียนหนังสือเพื่อให้ได้มีความรู้ติดตัว และสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง และเมื่ออายุ 15 ปี คุณพ่อก็คือ ผู้ผลักดันและสนับสนุนให้มีความกล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนในการไปเผชิญกับความท้าทายในชีวิตโดยที่ไม่มีครอบครัวคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ด้วยการส่งไปศึกษาที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการหยาดฝน จังหวัดเชียงใหม่ และสถานที่แห่งนี้เอง คือจุดเริ่มต้นของความท้าทายในชีวิตด้านการเป็นนักกีฬา
เมื่อได้มาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการหยาดฝนจังหวัดเชียงใหม่ สถานที่แห่งนี้เองได้แสดงและตอกย้ำความคิดที่ว่าคนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ก็สามารถเล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติทั่วไป และทำให้มีโอกาสได้ลองเล่นกีฬามากมาย อาทิ บาสเกตบอล วีลแชร์รวมถึงยกน้ำหนัก โดยที่กีฬายกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ชื่นชอบมากที่สุด เพราะด้วยสภาพร่างกายที่เอื้ออำนวยและการเห็นตัวอย่างของรุ่นพี่นักกีฬาคนพิการยกน้ำหนักทีมชาติไทยหลายๆ คน ประสบความสำเร็จ ทำให้ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักกีฬายกน้ำหนัก แม้ตอนแรกจะยังมีความกลัวและไม่กล้าอยู่บ้าง แต่เมื่อตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางนี้แล้วก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ และในที่สุดก็สามารถเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศและประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญรางวัลชนะเลิศเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งการได้รับรางวัลถือเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ต้องมองถึงการแข่งขันในระดับที่สูงมากขึ้น แน่นอนว่าความตั้งใจมุ่งมั่นตลอดระยะการเป็นนักกีฬาก็ทำให้สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันระดับภูมิภาคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชนะเลิศเหรียญทอง 5 สมัย กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และชนะเลิศเหรียญทอง 2 สมัยกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ตลอดจนเป็นตัวแทนนักกีฬาคนพิการยกน้ำหนักทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์
“ความภูมิใจอีกครั้งในชีวิตคือการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสองซิตี้แอมบาสซาเดอร์ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย สำหรับมหกรรมกีฬาพาราลิมปิก 2021 ที่จะเกิดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คู่กับ เรวัตร์ต๋านะ นักกีฬาวีลแชร์เรสซิ่งคนพิการทีมชาติไทย ซึ่งโอกาสในครั้งนั้นไม่ว่าอย่างไร ขอเลือกที่จะคว้าเอาไว้ก่อน เพราะในชีวิตโอกาสดีๆ ไม่ได้มีเข้ามาง่ายๆ เนื่องด้วยตอนที่เลือกตัดสินใจมีครอบครัวและมีลูก ก็มีความคิดจะหยุดหน้าที่การเป็นนักกีฬาอย่างถาวร แต่การเข้ามาสนับสนุนของซิตี้ ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ซิตี้ได้มองเห็นถึงความพยายามในการเป็นนักกีฬาของตัวเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นแรงจุดประกายครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้อยากจะกลับมาทำหน้าที่นักกีฬาอีกครั้ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของอาชีพนักกีฬาคนพิการ คือการเข้าร่วมการแข่งขันและคว้าชัยในมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2021 ที่จะจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
สุดท้ายนี้หากใครที่ยังมีความรู้สึกกลัวหรือไม่กล้าในการทำสิ่งต่างๆ ที่ตนเองรู้สึกไม่คุ้นเคย อยากให้ทุกคนลองเปิดใจและลองลงมือทำดูสักครั้ง แม้อาจจะต้องประสบกับปัญหา แต่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกๆ คน ต้องพบเจอ เมื่อมีปัญหาก็พยายามหาทางลงมือแก้ไข ไม่อยากให้เอาความรู้สึกหรือข้อด้อยมาเป็นข้ออ้างในการลงมือทำสิ่งต่างๆ เพราะหากเรามีความตั้งใจและมีความพยายามมุ่งมั่นต่อสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่ อย่างไรสักวันต้องเดินสู่เป้าหมายที่ฝันไว้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี