Logo วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
โรคระบาดมหาภัย : อาทร จันทวิมล

โรคระบาดมหาภัย : อาทร จันทวิมล

วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564, 12.15 น.
Tag : โรคระบาดมหาภัย อาทร จันทวิมล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ปลายปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) เกิดโรคระบาดโควิด-19 หรือ โคโรน่าไวรัส แพร่ไปทั่วโลก  มีคนติดเชื้อกว่า  130  ล้านคน เสียชีวิตกว่า  2.85 ล้านคน(ข้อมูลเมื่อ 3 เมย.64)  เหตุการณ์โรคระบาดใหญ่ทำให้คนเสียชีวิตมากทั่วโลกแบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตโดยมีบันทึกประวัติศาสตร์ตั้งแต่หลายพันปีก่อน เช่น กาฬโรค  ไข้ทรพิษ อหิวาตกโรค ไข้หวัดใหญ่ฯลฯ  

กว่า 2,500 ปีมาแล้ว สมัยพุทธกาล ที่กรุงไพศาลี  ประเทศอินเดีย เกิดโรคระบาด (สมัยโบราณเรียกโรคระบาดว่าโรคห่า  โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นโรคอะไรอาจเป็นกาฬโรค อหิวาตกโรค หรือไข้ทรพิษ) คนตายมาก กษัตริย์ลิจฉวี ทูลเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จทางเรือตามแม่น้ำคงคาไปช่วยเหลือ   พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์สวดมนต์ บทรัตนสูตร (ที่ขึ้นต้นด้วย  ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ) แล้วเกิดฝนตกใหญ่ โรคภัยทั้งหลายหายไป


กาฬโรคหรือไข้ดำ(Plague,Black Death) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ เยอร์ซิเนีย แพสทิซ (Yersinia pestis  , Benecictow) ที่สามารถแพร่ในอากาศ ผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือโดยอาหารหรือวัสดุที่ปนเปื้อนโดยมีหมัดหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะนำโรค กาฬโรคมีหลายชนิด เช่น กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (bubonic plague) กาฬโรคเลือด (septicemic ) และกาฬโรคปอดบวม (pneumonic plague)  ผู้ป่วยกาฬโรคนี้อาจจะถูกหมัดหนูที่มีเชื้อกาฬโรคกัด  แล้วมีฝีเป็นจุดสีดำหรือแดงจำนวนมากเกิดขึ้นบริเวณข้อพับ ขาหนีบ คอ รักแร้ บางทีฝีโตเท่าไข่ไก่หรือผลแอปเปิล  มีหนองหรือเลือดเมื่อฝีแตกออก ไข้สูง อาเจียนเป็นเลือด และเสียชีวิตภายในเวลา 2-7 วัน  อาการขั้นสุดท้ายของผู้ป่วยจากกาฬโรคนั้น  ร่างกายจะกลายเป็นสีดำเพราะมีเลือดออกใต้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า   หมอที่รักษาโรคสมัยโบราณจะใส่หน้ากากลักษณะคล้ายหัวนก ภายในจงอยปากมีสมุนไพรหอมและการบูรเพื่อป้องกันการติดโรค  

เมื่อ พ.ศ.1084 - 1310  (ค.ศ.541 - 767) ก่อนตั้งกรุงสุโขทัยราว 800 ปี สมัยโรมัน จักรวรรดิไบเซนไทน์ ที่มีผู้ครองนครชื่อ จัสติเนียน เกิดกาฬโรคแห่งจัสติเนียน หรือไข้ดำ(Black Dead, Plague of Justinian, Bubonic Plague ) เริ่มพบในประเทศจีนแถบทะเลทรายโกบี แล้วระบาดไปยังกรุงคอนแสตนติโนเปิลทำให้มีผู้เสียชีวิต 30-50 ล้านคน  

พ.ศ.1889 -1943 (ค.ศ.1346 - 1400)  เกิดกาฬโรคระบาดทั่วโลกครั้งใหญ่อีก (Great Pestilence Plague) เริ่มต้นจากจีนแล้วระบาดไปกับพ่อค้าและกองทัพมองโกลไปตามเส้นทางสายแพรไหมและทางเรือ  สู่เมโสโปเตเมียอิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี และอียิปต์ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกราว 200 ล้านคน  ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับสมัยสมเด็จเจ้าอู่ทอง พ.ศ.1893 - 1912 (ค.ศ.1350 - 1369) ซึ่งมีประวัติว่า ทรงพาคนอพยพหนีโรคห่ามาตั้งกรุงศรีอยุธยาที่หนองโสน

พ.ศ.2173 (ค.ศ. 1629) สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กาฬโรคระบาดที่อิตาลีมีคนตายไปล้านคน

พ.ศ.2208 (ค.ศ. 1665) สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เกิดกาฬโรคระบาดที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ (Great Plague of London) ทำให้คนตายไปราวแสนคน

และ พ.ศ.2428 – 2448 (ค.ศ.1885 - 1905)  สมัยรัชกาลที่ 5 เกิดกาฬโรค (Third Plague) เริ่มที่มณฑลยูนนาน  ประเทศจีนแล้วลามไปฮ่องกง  ซัวเถา อินเดีย ยุโรป  แอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลียระบาดอยู่นาน  20 ปี คร่าชีวิตคนไป 15 ล้านคน  ทำให้เมื่อ พ.ศ.2440 กรุงสยามต้องสั่งห้ามเรือกำปั่นจากซัวเถาเข้ามาจอดในกรุงเทพฯโดยตรง ต้องหยุดกักโรคที่เกาะไผ่ 9 วัน  

พ.ศ.2447 พบกาฬโรคระบาดที่โกดังเก็บสินค้าจังหวัดธนบุรี  ซึ่งเป็นที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดีย โดยอาจติดโรคจากหนูที่ติดเรือสินค้ามาจากอินเดีย 

พ.ศ.2456 สมัยรัชกาลที่ 6  มีรายงานว่า  พบกาฬโรคชนิดต่อมน้ำเหลืองบวม  ระบาดตามตลาดที่นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี  มีคนตายราว 300 คน  ในปัจจุบันไม่พบการระบาดของกาฬโรคแล้วแต่ต้องระวังเพราะอาจหวนกลับมาอีกได้  การป้องกันทำโดยวางกับดักหนู วางยาเบื่อ และจัดการสุขาภิบาลให้ดี

ไข้ทรพิษ หรือฝีดาษ  หรือไข้หัว(Smallpox , Plague)  เป็นโรคที่มีผื่นตุ่มขึ้นตามตัวติดต่อกันง่าย มีอัตราตายสูงราว 30% คนที่หายป่วยจะมีแผลเป็นบนใบหน้าและตามตัว   เกิดจากดีเอนเอไวรัส (DNA virus)  ที่แพร่กระจายไปในอากาศจากละอองสิ่งคัดหลั่งจากคนที่เป็นโรค เช่น น้ำมูก, น้ำลาย หรือจากการสัมผัสกับผิวหนังที่มีแผลฝีดาษ เชื้อนี้มีความคงทนต่อสภาพอากาศ สามารถแพร่ได้ไม่ว่าจะอากาศร้อนหรือหนาว และสามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้โดยง่ายตั้งแต่ พ.ศ.2339 สามารถป้องกันไข้ทรพิษได้โดยวิธีปลูกฝีที่คิดโดยชาวอังกฤษชื่อ เจนเนอร์  และต่อมาโดยวิธีฉีดวัคซีน  ทำให้สามารถปราบโรคนี้ได้อย่างราบคาบ  แต่ก็มีความกังวลว่าโรคนี้อาจกลับมาอีกในรูปของอาวุธสงครามชีวภาพ

เมื่อ พ.ศ.708 – 723 (ค.ศ.165 - 180)  ได้เกิดโรคระบาดอันโทนิน (Antonin Plague) คือไข้ทรพิษ  (Smallpox) หรือโรคหัด (Measles) ที่กรุงโรม มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดราว 5 ล้านคน

พ.ศ.1278 - 2280 (ค.ศ.735 - 737) สมัยอาณาจักรทวารวดี ก่อนตั้งกรุงสุโขทัย เกิดไข้ทรพิษที่ญี่ปุ่น (Japanese Smallpox) คนตายไปราว 1 ล้านคน 

พ.ศ.1992  สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เกิดไข้ทรพิษระบาดในกรุงศรีอยุธยามีคนตายมาก 

พ.ศ.2063-2143 (ค.ศ.1520 - 1600) เกิดไข้ทรพิษ (Smalpox) ระบาดทั่วโลก (17th century Great Plagues)  คนตายราว 56 ล้านคน   

พ.ศ.2076 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 หน่อพุทธางกูร สวรรคตด้วยไข้ทรพิษ  พ.ศ.2106 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เกิดไข้ทรพิษระบาดที่พิษณุโลก  

พ.ศ.2117 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประชวรด้วยไข้ทรพิษ 

พ.ศ.2292 สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และ พ.ศ. 2380 สมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เกิดไข้ทรพิษระบาดหนัก ผู้ป่วยต้องนอนบนใบตอง   

พ.ศ.2383  หมอบรัดเลย์ ชาวอเมริกัน นำหนองจากสหรัฐอเมริกามาปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษได้    

พ.ศ.2456 สถานเสาวภา ได้ทำพันธ์หนองฝีในประเทศได้สำเร็จ 

พ.ศ.2488  เกิดไข้ทรพิษระบาดในกลุ่มกรรมกรทำทางรถไฟญี่ปุ่นที่กาญจนบุรีระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา

อหิวาตกโรค  (Cholora)   เป็นโรคที่เกิดมานานแล้วที่ประเทศอินเดีย   เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ คอเลอเร  Vibrio cholerae ที่ลำไส้เล็ก  ถ่ายทอดโรคโดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้ออหิวาตกโรคปะปนอยู่ เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารสุกๆ ดิบๆ  ซึ่งเกิดจากอุจจาระหรืออาเจียนของผู้ป่วยที่แพร่กระจายอยู่ในอาหารและน้ำดื่ม  โดยมีแมลงวันเป็นพาหะนำโรค  ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วงเป็นน้ำและอาเจียน  เรียกว่า "ลงราก"  ร่างกายจะขับน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก  ในผู้ป่วยรุนแรงอาจทำให้มีผิวสีออกเทา-น้ำเงิน  โดยความรุนแรงของอาการท้องร่วงและอาเจียนนำไปสู่ภาวะขาดน้ำและเสียสมดุลเกลือแร่อย่างรวดเร็ว  กระทั่งเสียชีวิตในบางราย ดังนั้น จึงต้องรักษาโดยการดื่มสารละลายชดเชยการขาดน้ำและเกลือแร่  ถ้าไม่ได้ผลหรือดื่มไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่เป็นรุนแรงอาจใช้ยาปฏิชีวนะช่วย  เพื่อลดระยะเวลาและความรุนแรงของการป่วย

พ.ศ.2363 (ค.ศ.1820)  สมัยรัชกาลที่ 2  เกิดอหิวาตกโรค หรือโรคป่วงใหญ่  ระบาดทั่วโลก (Cholera Pandemic) คนทั่วโลกตายราว 23 ล้านคน  เริ่มที่รัสเซีย  อังกฤษ แอฟริกา อินเดีย  จีน ญี่ปุ่น และไทย  โดยมีแมลงวันเป็นพาหะนำโรค อหิวาตกโรคครั้งนั้นมากับเรือจากอินเดีย  นำเชื้อมาแพร่ที่ปีนัง สมุทรปราการ และกรุงเทพ    คนในสยามตายราว 30,000 คน    คนตายกันจนเผาไม่ทัน  ศพที่ป่าช้าตามวัดสระเกษ วัดบพิตรพิมุข วัดปทุมคงคาและวัดอื่นๆ ก่ายกันเหมือนกองฟืนศพลอยเกลื่อนแม่น้ำลำคลอง  มีการจัดพระราชพิธีอาพาธพินาศ สวดอาฏานาฏิยสูตร  ปล่อยนกปล่อยปลา  ปล่อยนักโทษ  ยิงปืนใหญ่รอบพระนครตลอดคืน  อัญเชิญพระแก้วมรกตแห่พรมน้ำมนต์รอบเมือง

เมื่อ พ.ศ.2392  (ค.ศ. 1849) สมัยรัชกาลที่ 3 ก็เกิดอหิวาตกโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกอีกครั้งหนึ่ง   ระบาดมาทางปัตตานี สงขลา สมุทรปราการและกรุงเทพฯ คนสยามตายราวสี่หมื่นคนรวมทั้งเจ้าพระยาบดินทร์เดชา  

พ.ศ.2406 , 2424 , 2443  สมัยรัชกาลที่ 5 เกิดการระบาดทั่วโลกอีก  เริ่มมาจากชาวมุสลิมที่ไปแสวงบุญที่กรุงเมกกะ  มีการตั้งโรงรักษาผู้ป่วยในกรุงเทพฯ 

พ.ศ.2486 - 2490 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  เริ่มที่คนงานทำทางรถไฟที่กาญจนบุรีแล้วแพร่ไป 50 จังหวัด มีคนตายราว 13,000 คน  

พ.ศ.2501 - 2502 เริ่มในกรุงเทพแล้วระบาดไป 38 จังหวัด คนตาย 2,372 คน   ต่อมามีการฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคจึงไม่มีการระบาดรุนแรงอีก

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza , Flu)  เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่  อาการมีได้ตั้งแต่เบาถึงรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูง คัดจมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ไอ จามและรู้สึกเหนื่อย  ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่อาจได้แก่ ปอดบวมไวรัส , ปอดบวมแบคทีเรียทุติยภูมิ  , โพรงอากาศติดเชื้อ  และการทรุดของปัญหาสุขภาพเดิมอย่างโรคหืดหรือภาวะหัวใจวาย

เมื่อ พ.ศ.2461 (ค.ศ. 1918) สมัยรัชกาลที่ 6 เกิดไข้หวัดใหญ่เสปน (Spanish Flu H1N1)  มีต้นตอมาจากสัตว์ปีก ที่กรุงแมดริด  อาการของไข้หวัดใหญ่สามารถเริ่มได้เฉียบพลันหนึ่งถึงสองวันหลังติดเชื้อ ปกติอาการแรก ได้แก่ หนาวสั่นและปวดตามตัว แต่ไข้ก็พบได้บ่อยในช่วงแรก โดยมีอุณหภูมิกายในช่วงตั้งแต่ 38 – 39 °C หลายคนป่วยจนนอนซมหลายวัน โดยมีอาการเจ็บปวดทั่วกาย  ซึ่งปวดที่หลังและขามากกว่าที่อื่น  การระบาดของไข้หวัดสเปนนี้กินอาณาเขตทั้งในอเมริกา และยุโรป  ภายในเวลา 3 ปี มียอดผู้เสียชีวิต 50 - 100 ล้านคน

พ.ศ.2500 (ค.ศ.1957)  เกิดไข้หวัดใหญ่เอเชีย Asian Flu  H2N2 หรือไข้หวัดนก เริ่มที่ฮ่องกงแล้วกระจายสู่สหรัฐอเมริกา  มีผู้เสียชีวิตราว 2-4 ล้านคน แต่มีการคิดค้นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้สำเร็จในระยะนั้น

พ.ศ. 2547 (ค.ศ.2004) เกิดไข้หวัดฮ่องกง  HongKong FluH3N2 คนตายไปราว 1 ล้านคน 

พ.ศ.2512 (ค.ศ.1969)  สมัยรัชกาลที่ 9  เกิดโรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง  ที่แอฟริกาแล้วระบาดไปทั่วโลก  เกิดจากไวรัส เอชไอวี  เริ่มพบในทวีปแอฟริกา  มีผู้ติดเชื้อราว 53 ล้านคน เสียชีวิตราว 35 ล้านคน  ส่วนใหญ่ติดต่อทางการมีความสัมพันธ์ทางเพศ   พวกรักร่วมเพศ  ทางน้ำนม  และพวกฉีดสารเสพติด  ป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย ผู้เสียชีวิตทั่วโลกราว 25 ล้านคน    ในเมืองไทยพบผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่ พะเยา ระยอง ภูเก็ต และเลย   มีการจัดที่พักให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี    ต่อมาผู้ป่วยในประเทศไทยลดลงเพราะมีการป้องกันรักษาที่ดี

พ.ศ. 2557 (ค.ศ.2014) สมัยรัชกาลที่ 9 เกิดโรคไวรัสอีโบล่าที่หมู่บ้านอีโบล่า ประเทศซาอีร์  หรือคองโกในทวีปแอฟริกา  ติดต่อผ่านสัตว์ป่า  อาการของโรคอีโบลา จะเริ่มในสองวันถึงสามสัปดาห์หลังสัมผัสไวรัส โดยจะมีไข้ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ จากนั้นมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงร่วมกับการทำหน้าที่ของตับ และไตลดลงตามมา เมื่อถึงจุดนี้บางคนเริ่มมีปัญหาเลือดออก เช่น เลือดออกภายใน และใต้หนังผ่านตาแดง อาเจียนเป็นเลือด ผู้ป่วยทุกรายมีอาการบางอย่างของระบบไหลเวียน โรคนี้มีอัตราตายสูง  การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดกินเวลาถึง 2 ปี (ค.ศ.2014 - 2016) มีผู้ป่วยรวมกันถึง 28,646 คน เสียชีวิตถึง  11,323 คน

โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS)  เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงที่อยู่ในตระกูลเดียวกับโคโรน่าไวรัสหรือโควิด  พบเชื้อครั้งแรกใน พ.ศ.2546 (ค.ศ. 2003)  สมัยรัชกาลที่  9  ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ก่อนข้ามไปยังเกาะฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ แคนาดา และหลังจากนั้นก็แพร่ระบาดไปทั่วโลก    อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสจนเป็นโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงจะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส  ไอแหบแห้ง หายใจขัดเป็นช่วงสั้นๆ  เมื่อนำตัวผู้ป่วยไปเอกซเรย์จะพบความผิดปกติที่ปอด  ซึ่งดูคล้ายเป็นปอดบวม นอกจากนั้นยังปวดศีรษะ หนาวสั่น กล้ามเนื้อตึง เบื่ออาหาร มึนงง และท้องร่วง แต่อาการต่างๆ เหล่านี้ จะเกิดขึ้นหลังจากการฝังตัวของเชื้อแล้ว 2-7 วัน และ 3-5 วัน เป็นส่วนใหญ่ ก่อนผู้ป่วยจะรู้สึกตัวเหมือนมีอาการของไข้หวัดใหญ่  การแพร่ระบาดของโรคซาร์สทำให้มีคนป่วยกว่า 8,098 คนผู้เสียชีวิตในจีนประมาณ 349 ราย ผู้เสียชีวิตทั่วโลก 774 คน

โรคโควิด-19  หรือ โคโรน่าไวรัส (Covid -19, Coronavirus) เป็นโรคอุบัติใหม่ พบเมื่อปลายปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019)  ที่ตลาดอาหารทะเล เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แล้วระบาดไป  200 ประเทศทั่วโลก โดยมีการกลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกา และบราซิล    ผู้ป่วยจะมีอาการปอดอักเสบจนอาจเสียชีวิตได้  ป้องกันโดยใช้หน้ากากอนามัย  เว้นระยะห่างทางสังคม  หลีกเลี่ยงสถานที่คนแออัดและล้างมือบ่อยๆ   ผู้ป่วยอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ยาที่รักษาโควิดได้ผล คือ ฟาวิราเปียรเรมเดสสิเวียร/ริโนนาเวียร์  มีการใช้สมุนไพร  กระชายขาวและฟ้าทะลายโจร  มีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิดยี่ห้อแอสตร้า , เซนเนก้า  ,ไฟเซอร์  ,โมเดิร์นน่า ,สปุตนิค  ,ซิโนแวค ฯลฯ    มีคนทั่วโลกติดเชื้อกว่า 100 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 2.7 ล้านคน  คนติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมากที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย  อังกฤษ ฝรั่งเศส  เม็กซิโก เปรู  ส่วนประเทศที่มีคนติดเชื้อและเสียชีวิตน้อยได้แก่ นิวซีแลนด์ เวียดนาม  และไทย   (สถิติเมื่อ มี.ค.64)

 

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน

คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้

เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved