Logo วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
สิงคโปร์สู้โควิด : อาทร จันทวิมล

สิงคโปร์สู้โควิด : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 11.52 น.
Tag : สิงคโปร์สู้โควิด อาทร จันทวิมล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประเทศสิงคโปร์ มีประชากร 5.9 ล้านคน พบเชื้อโควิด 61,121 คน เสียชีวิต 30 คน  อัตราผู้เสียชีวิต 5 คน ต่อประชากรล้านคน (ข้อมูล 29 เม.ย.64)

สิงคโปร์ พบเชื้อโควิดครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองอู่ฮั่น เมื่อ 23 มกราคม 2562  แล้วแพร่ไปในกลุ่มจัดประชุม งานเลี้ยงตรุษจีน  และพิธีกรรมในโบสถ์คริสต์ เดือนมีนาคม 2563 คนสิงคโปร์ที่ทำงานในต่างประเทศทยอยกันเดินทางกลับสิงคโปร์ตามคำชวนของรัฐบาลโดยนำเอาเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างประเทศกลับมาด้วย


มีการปิดเมืองล้อคดาวน์  ฉีดวัคซีนไฟเซอร์  โคโรน่าแวคและโมเดิร์นน่า  อัตราผู้เสียชีวิตเพราะโควิดของสิงคโปร์ต่ำที่สุดในโลก คือ 0.05% ขณะที่อัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 4.34 %   มีการติดตามและกักตัวผู้ติดเชื้อและผู้ใกล้ชิดอย่างเข้มงวด   ผู้ติดเชื้อร้อยละ 90 เป็นคนงานต่างชาติรายได้น้อยกว่า 50,000 คน จากอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทยฟิลิปปินส์ ที่มีจำนวนทั้งหมดราว 1.6 ล้านคน  ซึ่งมาทำงานก่อสร้างและโรงงาน  อยู่กันในหอพักอย่างแออัดใช้ห้องสุขาร่วมกันจนไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้

สิงคโปร์ได้ตรวจคัดแยกคนงานต่างชาติที่ติดเชื้อโควิดราว 10,000 คน เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม หรือกักตัวไว้ในห้องพักไม่ให้ออกไปไหน   โดยมีการส่งอาหารไปให้เพื่อป้องกันมิให้แพร่เชื้อโควิดไปยังบุคคลอื่นจนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ   นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมการพักอาศัยในหอพักคนละ 6 ตารางเมตร ลดผู้พักในแต่ละห้องไม่ให้เกิน 10 คน และเพิ่มจำนวนห้องน้ำ  โดยดัดแปลงโรงงาน โกดัง โรงแรม และเรือสำราญมาเป็นหอพักเฉพาะกิจ และสร้างหอพักคนงานต่างชาติเพิ่มเติมบริเวณนอกเมือง เพื่อไม่ให้อยู่กันอย่างแออัดจนเกินไป  และปรับปรุงระบบสุขอนามัยที่ย่ำแย่จนสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ในเดือนธันวาคม  2563  ประเทศไทยได้อาศัยบทเรียนจากประสบการณ์จากสิงคโปร์ในการตรวจโรคเชิงรุก จำกัดวงพื้นที่อยู่อาศัยและการเคลื่อนย้ายแรงงานไม่ให้เชื้อแพร่สู่ชุมชนภายนอกมาใช้ในการควบคุมการระบาดของโควิดในกลุ่มแรงงานชาวพม่าที่จังหวัดสมุทรสาคร ตอนต้นปี 2564    

สำนักข่าวบลูมเบิร์กที่ทรงอิทธิพล ได้จัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศดีที่สุดในโลกที่จะไปอยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด  เพราะมีมาตรการรับมือกับโควิดที่เข้มแข็งได้ผลดีเยี่ยม  ตามด้วยนิวซีแลนด์  ออสเตรเลีย  อิสราเอล  ไต้หวัน  เกาหลีใต้  ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์  ฟินแลนด์ ฮ่องกง เวียดนาม ไทย จีน เดนมาร์ก และนอรเวย์  โดยพิจารณาจาก ความแข็งแกร่งของมาตรการควบคุมโควิด  ประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข  การฉีดวัคซีน  อิสรภาพในการเคลื่อนไหว และขีดความสามารถของโรงพยาบาล  ส่วนประเทศที่ย่ำแย่ที่สุดในโลกในเรื่องการสู้ภัยโควิด ได้แก่ บราซิล โปแลนด์ อาร์เจนติน่า โคลัมเบีย อิหร่าน เมกซิโก เปรู  ตุรกี  และฟิลิปปินส์

สิงคโปร์ได้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เคยแพร่ระบาดจนเกือบเป็นศูนย์  ด้วยการเข้มงวดในการผ่านแดน และการกักตัวที่เคร่งครัด   จนกระทั่งชาวสิงคโปร์สามารถไปร่วมงานคอนเสิร์ตและท่องเที่ยวในเรือสำราญได้   สิงคโปร์ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ถึง 1 ใน 5  จำนวนผู่เสียชีวิตเพราะโควิดมีต่ำมาก   ประชาชนมีอิสรภาพในการเดินทางและทำกิจกรรม และแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ไม่เลวร้ายมากนัก

สิงค์โปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับวัคซีนจากไฟเซอร์  นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นผู้นำคนแรกในอาเซียนที่ฉีดวัคซีนต้านโควิดและยังเตรียมเปิดประเทศปลายปี 2564 นี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกด้วย

เดือนเมษายน 2564 มีรายงานว่า โควิดสายพันธุ์อินเดียแพร่ระบาดเข้าไปในสิงคโปร์และกัมพูชา  มีการตรวจพบพยาบาลฟิลิปปินส์ที่ฉีดวัคซีนแล้วและพนักงานอีก 13 คน ติดเชื้อโควิดที่โรงพยาบาล ตัน ต็อกเส็ง  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินชางงี  และหญิงทำความสะอาดชาวเวียดนามซึ่งฉีดวัคซีนครบแล้วที่มหาวิทยาลัยสิงคโปร์   มีการกักตัวแรงงานต่างชาติราว 1,200 คน เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ตร.จับมือ ขนส่งฯ เซ็น MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ยกระดับความปลอดภัยรับสงกรานต์

นอภ.แม่สะเรียง นำทีมรุดตรวจ พลายไอ้งางอน คุมเข้มจดทะเบียนสัตว์พาหนะ ป้องกันสวมสิทธิ์ช้างป่า

สตม.ผนึกกำลัง ทอท. ระดม จนท.ดูแลนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์

พบซากพะยูนหนุ่ม ถูกตัดหัวถ่วงหินที่เกาะยาวน้อย ตร.เร่งแกะรอยล่าตัว

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved