Logo วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
543.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
สิงคโปร์สู้โควิด : อาทร จันทวิมล

สิงคโปร์สู้โควิด : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 11.52 น.
Tag : สิงคโปร์สู้โควิด อาทร จันทวิมล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประเทศสิงคโปร์ มีประชากร 5.9 ล้านคน พบเชื้อโควิด 61,121 คน เสียชีวิต 30 คน  อัตราผู้เสียชีวิต 5 คน ต่อประชากรล้านคน (ข้อมูล 29 เม.ย.64)

สิงคโปร์ พบเชื้อโควิดครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองอู่ฮั่น เมื่อ 23 มกราคม 2562  แล้วแพร่ไปในกลุ่มจัดประชุม งานเลี้ยงตรุษจีน  และพิธีกรรมในโบสถ์คริสต์ เดือนมีนาคม 2563 คนสิงคโปร์ที่ทำงานในต่างประเทศทยอยกันเดินทางกลับสิงคโปร์ตามคำชวนของรัฐบาลโดยนำเอาเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างประเทศกลับมาด้วย


มีการปิดเมืองล้อคดาวน์  ฉีดวัคซีนไฟเซอร์  โคโรน่าแวคและโมเดิร์นน่า  อัตราผู้เสียชีวิตเพราะโควิดของสิงคโปร์ต่ำที่สุดในโลก คือ 0.05% ขณะที่อัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 4.34 %   มีการติดตามและกักตัวผู้ติดเชื้อและผู้ใกล้ชิดอย่างเข้มงวด   ผู้ติดเชื้อร้อยละ 90 เป็นคนงานต่างชาติรายได้น้อยกว่า 50,000 คน จากอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทยฟิลิปปินส์ ที่มีจำนวนทั้งหมดราว 1.6 ล้านคน  ซึ่งมาทำงานก่อสร้างและโรงงาน  อยู่กันในหอพักอย่างแออัดใช้ห้องสุขาร่วมกันจนไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้

สิงคโปร์ได้ตรวจคัดแยกคนงานต่างชาติที่ติดเชื้อโควิดราว 10,000 คน เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม หรือกักตัวไว้ในห้องพักไม่ให้ออกไปไหน   โดยมีการส่งอาหารไปให้เพื่อป้องกันมิให้แพร่เชื้อโควิดไปยังบุคคลอื่นจนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ   นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมการพักอาศัยในหอพักคนละ 6 ตารางเมตร ลดผู้พักในแต่ละห้องไม่ให้เกิน 10 คน และเพิ่มจำนวนห้องน้ำ  โดยดัดแปลงโรงงาน โกดัง โรงแรม และเรือสำราญมาเป็นหอพักเฉพาะกิจ และสร้างหอพักคนงานต่างชาติเพิ่มเติมบริเวณนอกเมือง เพื่อไม่ให้อยู่กันอย่างแออัดจนเกินไป  และปรับปรุงระบบสุขอนามัยที่ย่ำแย่จนสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ในเดือนธันวาคม  2563  ประเทศไทยได้อาศัยบทเรียนจากประสบการณ์จากสิงคโปร์ในการตรวจโรคเชิงรุก จำกัดวงพื้นที่อยู่อาศัยและการเคลื่อนย้ายแรงงานไม่ให้เชื้อแพร่สู่ชุมชนภายนอกมาใช้ในการควบคุมการระบาดของโควิดในกลุ่มแรงงานชาวพม่าที่จังหวัดสมุทรสาคร ตอนต้นปี 2564    

สำนักข่าวบลูมเบิร์กที่ทรงอิทธิพล ได้จัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศดีที่สุดในโลกที่จะไปอยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด  เพราะมีมาตรการรับมือกับโควิดที่เข้มแข็งได้ผลดีเยี่ยม  ตามด้วยนิวซีแลนด์  ออสเตรเลีย  อิสราเอล  ไต้หวัน  เกาหลีใต้  ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์  ฟินแลนด์ ฮ่องกง เวียดนาม ไทย จีน เดนมาร์ก และนอรเวย์  โดยพิจารณาจาก ความแข็งแกร่งของมาตรการควบคุมโควิด  ประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข  การฉีดวัคซีน  อิสรภาพในการเคลื่อนไหว และขีดความสามารถของโรงพยาบาล  ส่วนประเทศที่ย่ำแย่ที่สุดในโลกในเรื่องการสู้ภัยโควิด ได้แก่ บราซิล โปแลนด์ อาร์เจนติน่า โคลัมเบีย อิหร่าน เมกซิโก เปรู  ตุรกี  และฟิลิปปินส์

สิงคโปร์ได้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เคยแพร่ระบาดจนเกือบเป็นศูนย์  ด้วยการเข้มงวดในการผ่านแดน และการกักตัวที่เคร่งครัด   จนกระทั่งชาวสิงคโปร์สามารถไปร่วมงานคอนเสิร์ตและท่องเที่ยวในเรือสำราญได้   สิงคโปร์ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ถึง 1 ใน 5  จำนวนผู่เสียชีวิตเพราะโควิดมีต่ำมาก   ประชาชนมีอิสรภาพในการเดินทางและทำกิจกรรม และแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ไม่เลวร้ายมากนัก

สิงค์โปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับวัคซีนจากไฟเซอร์  นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เป็นผู้นำคนแรกในอาเซียนที่ฉีดวัคซีนต้านโควิดและยังเตรียมเปิดประเทศปลายปี 2564 นี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกด้วย

เดือนเมษายน 2564 มีรายงานว่า โควิดสายพันธุ์อินเดียแพร่ระบาดเข้าไปในสิงคโปร์และกัมพูชา  มีการตรวจพบพยาบาลฟิลิปปินส์ที่ฉีดวัคซีนแล้วและพนักงานอีก 13 คน ติดเชื้อโควิดที่โรงพยาบาล ตัน ต็อกเส็ง  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินชางงี  และหญิงทำความสะอาดชาวเวียดนามซึ่งฉีดวัคซีนครบแล้วที่มหาวิทยาลัยสิงคโปร์   มีการกักตัวแรงงานต่างชาติราว 1,200 คน เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อิตาลีรับไม้ต่อไทย โซเชียลแฉเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ ใช้งบประกันสังคมเที่ยว

ถนอม สวนกลับ อภิสิทธิ์ หลังติงปมลดค่าการกลั่นน้อย เหน็บ ถ้าทำได้อย่าง เอกนัฏ จะยอมกลับไปเลือกอีกครั้ง

พบศพอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย เสียชีวิตปริศนาคาห้องนอน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด

สธ. แจงแอปฯ หมอพร้อม ทำงานปกติ ปมข้อมูลการรักษาไม่ตรง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved