วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
พิชัย จิราธิวัฒน์
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ตลอดการดำเนินธุรกิจกว่า 73 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้ให้สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มีการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2535 เพื่อขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้ “เซ็นทรัลทำ” มีแคมเปญ “เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ” (Central Group Love the Earth) ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 ซึ่งมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีการตั้งเป้าหมายเพื่อลดขยะสู่หลุมฝังกลบขยะให้เหลือศูนย์ผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เน้นการลดการเกิดขยะ คัดแยก และส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ การตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล การจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร พร้อมเดินหน้าเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการจากภายในสู่ภายนอกองค์กร”
.jpg)
เพาะกล้า ให้เป็นป่า
ในด้านการจัดการพลังงาน คือการบริหารจัดการพลังงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน ทั้งการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน การออกแบบศูนย์การค้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาของศูนย์การค้ารวม 41 สาขา และติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่ศูนย์การค้า 38 แห่ง จำนวน 73 จุด ช่วยให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 145.3 ตันต่อเดือน และมีแผนที่จะขยายและเพิ่มปริมาณจุดบริการให้เพิ่มมากขึ้นภายในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง
ในด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กลุ่มเซ็นทรัลได้สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงาน ลูกค้าและผู้บริโภคในการใช้ทรัพยากรหรือสินค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ การรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ซ้ำ การส่งเสริมนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมีการประกาศกรอบนโยบายลดและแนวทางปฏิบัติเพื่อลดขยะพลาสติก และส่งเสริมการจัดการและคัดแยกขยะ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ เซ็นทรัล รีเทล และเซ็นทรัลพัฒนา ได้นำเป็นกรอบการทำงานและแนวทางปฏิบัติ และดำเนินแคมเปญรณรงค์ Say No to Plastic Bag และการใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกและนำกลับมาใช้ซ้ำ การส่งเสริมให้ร้านอาหารในกลุ่มเซ็นทรัลเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีพ.ศ. 2563 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ 236 ล้านใบ และกลุ่มเซ็นทรัลยังได้นำระบบบันทึกปริมาณขยะที่ถูกคัดแยกภายในศูนย์การค้าผ่าน CPN Waste Management ซึ่งเป็นเพลตฟอร์มที่เชื่อมการทำงานตั้งแต่ต้นทางเพื่อรายงานผลจากทุกศูนย์การค้าร่วมกับกิจกรรมที่ทำกับภาคีความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง และนำสู่การจัดการที่ปลายทาง เช่น การรีไซเคิล เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อาทิ โครงการ โครงการคัดแยกขยะอินทรีย์, ติดตั้ง “ถังวนถุง by มือวิเศษ”, ติดตั้งจุดเก็บรวบรวม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) กิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้านการมีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ถุง Bag for Life ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เป็นต้น
.jpg)
จัดการขยะอาหาร
นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลได้นำนโยบายการจัดการขยะอาหาร ที่เหลือจากการจำหน่าย ของ ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท, มิสเตอร์โดนัท และโรงแรมในเครือเซ็นทารา นำอาหารส่วนเกินที่เหลือจากการจำหน่าย บริจาคให้ผู้เปราะบางทางสังคมผ่านมูลนิธิ SOS (Scholars of Sustenance) จำนวน 203 ตันต่อปี คิดเป็นมื้ออาหารจำนวน 855,869 มื้อ ในปีพ.ศ. 2563 โดยคิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 380 ตัน คาร์บอนเทียบเท่าในขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังมีโครงการลดปริมาณอาหารทิ้งตั้งแต่ต้นทางด้วยการทำงานร่วมกับหัวหน้าเชฟเพื่อวางแผนการใช้วัตถุดิบจากขั้นตอนการเตรียม จนสู่การแปรรูปขยะอาหารที่เกิดขึ้นเป็นปุ๋ยอินทรีย์และก๊าซชีวภาพ กลับนำมาใช้ภายในโรงแรม
และจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 FeedUp@UN โดยองค์การสหประชาชาติ ร่วมกับ สมาคมการตลาดเกษตรและอาหาร แห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก (AFMA-อัฟมา) ได้มอบรางวัล “Climate Action Awards”จำนวน 2 รางวัล ให้กับกลุ่มเซ็นทรัลในฐานะเป็นองค์กรขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
.jpg)
ขยะอิเล็กทรอนิกส์
ในตอนท้าย พิชัย จิราธิวัฒน์ ยังกล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมั่นว่า การบูรณาการแนวนโยบายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การผลิตการบริโภค ไปจนถึงการจัดการของเสียด้วยกระบวนการใช้ซ้ำ (Reuse) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการผลิตใหม่ (Re-material) จะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มเซ็นทรัลด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนำไปสู่ความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี