วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ มีการเกิดหลายคลัสเตอร์แพร่กระจายทั่วทิศในปัจจุบัน ทำให้พบพื้นที่จุดเสี่ยงที่มากขึ้นทุกวัน เอสซีจี โดยบริษัทสยามไฟเบอร์ซีเมนต์กรุ๊ป จำกัดในฐานะผู้ผลิตฝ้า ผนัง สมาร์ทบอร์ด ไม้สังเคราะห์ และวัสดุตกแต่ง ได้นำความรู้ ความชำนาญการของบุคลากรพัฒนายุทธภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อตอบโจทย์การช่วยเหลือการปฏิบัติงานกับโรคอุบัติใหม่ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์
โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตรในเครือเอสซีจี พัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรม ‘ห้องปลอดเชื้อความดันอากาศบวก’ (Positive Pressure Room) ซึ่งได้ต่อยอดพัฒนาจากความต้องการการช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือในเชิงรุก เน้นการเข้าถึงพื้นที่คลัสเตอร์ที่มีการแพร่กระจายสูง อาทิ ทัณฑสถาน,โรงพยาบาลในภาคใต้, สนามบินบุรีรัมย์, โรงพยาบาลในภาคอีสาน สนามกีฬาจังหวัด สนามธูปะเตมีย์ ศูนย์การแพทย์ และ กรมควบคุมโรค เป็นต้น ล่าสุดได้ส่งมอบไปแล้วกว่า 451ห้อง ทั่วประเทศ
.jpg)
ผนึกกำลังพัฒนาและส่งมอบยุทธภัณฑ์ทางการแพทย์สู้โควิด-19
นางอัญชลีชวนะลิขิกรManaging Director Ceiling and Wall Businessบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัดเปิดเผยว่าเอสซีจี นำโดยบริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้ผลิตฝ้า ผนัง สมาร์ทบอร์ด ไม้สังเคราะห์ และวัสดุตกแต่งได้พัฒนาห้องความดันอากาศบวกต้นแบบ ร่วมกับทางสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และสถาบันบำราศนราดูรมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งปรับปรุงและพัฒนาเรื่อยมาจนสำเร็จเป็น ‘ห้องปลอดเชื้อความดันอากาศบวก’ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยในการตรวจรักษา โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทในเครือเอสซีจี ได้แก่ บริษัท เอสซีจีดิสทริบิวชั่น จำกัด, บริษัท เอสซีจีโลจิสติกส์ แมนเนจเม้นต์ จำกัด, บริษัท ซีแพค คอนสตรัคชั่น จำกัด, บริษัท สยามไฟเบอร์กลาส จำกัด และ ผู้แทนจำหน่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้างเอสซีจี, ร้านโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ได้ร่วมส่งมอบห้องความดันอากาศบวกไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลขาดแคลนงบประมาณและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่ในเชิงรุก กลุ่มคลัสเตอร์ที่มีการแพร่กระจายสูง เพื่อลดความรุนแรง และช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด อาทิ โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ, ทัณฑสถาน, โรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, สนามบินบุรีรัมย์, เขตคัดกรองเฉพาะกิจ อาทิ พื้นที่สนามกีฬาประจำจังหวัดและสนามธูปะเตมีย์, ศูนย์การแพทย์ และ กรมควบคุมโรค ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเผชิญวิกฤตเดียวกัน
.jpg)
‘ห้องปลอดเชื้อความดันอากาศบวก’ (Positive Pressure Room) ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ตรวจวินิจฉัย (Swab) โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยช่วยลดภาระในการจัดหาและสวมใส่ชุด PPEสามารถทำงานสะดวกและปลอดภัยโดยภายในห้องมีการควบคุมความดันในห้องปิดให้สูงกว่าความดันอากาศภายนอก ป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่ภายในตัวห้องปฏิบัติการ ด้วยระบบผนัง “ULTRA CLEAN WALL Solution” นวัตกรรมผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ที่มีเทคโนโลยีULTRA CLEANCOATING ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายรวมถึงระบบกั้นเสียงและความร้อนซึ่งตรงตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์นอกจากนี้ยังสะดวกในการใช้งาน ง่ายต่อการติดตั้งและสามารถเคลื่อนย้ายไปยังจุดคัดกรองในสถานที่ต่างๆ ตามความต้องการ
“เอสซีจีได้เริ่มส่งมอบ ‘ห้องปลอดเชื้อความดันอากาศบวก’ตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยผนึกกำลังกับภาคเอกชนผู้แทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเอสซีจีสยามโกลบอลเฮ้าส์ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งได้กระจายการช่วยเหลือสู่โรงพยาบาลและสถานที่สำคัญในชุมชนกว่า400แห่ง จำนวน 451 ห้อง อาทิ โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราช นคราชสีมา จ.นครราชสีมา, โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย, โรงพยาบาลสนามมุกดาหาร จ.มุกดาหารโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลต่างอำเภอ โรงพยาบาลในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนสาธารณสุขศูนย์การแพทย์ท้องถิ่น ทัณฑสถาน สนามบินท้องถิ่น
นอกจากนี้เอสซีจียังได้ขยายการช่วยเหลือไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยร่วมมือกับภาคเอกชน และรัฐบาลประจำท้องถิ่น ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา5 ห้อง, ฟิลิปปินส์2 ห้อง และ สปป.ลาว 5 ห้องโดยเอสซีจีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสังคมให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้โดยไวที่สุด” นางอัญชลี กล่าวเสริม

เอสซีจีผนึกกำลังพันธมิตรขยายการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสรรเสริญ นภาพร ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี บจก. ตึกน้ำเงิน(1993)เปิดเผยว่าบริษัทฯ ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเอสซีจี ในการต่อยอดนวัตกรรม พัฒนาสมาร์ทบอร์ดเอสซีจีสร้างห้องความดันอากาศบวกที่ปลอดภัย และใช้งานได้จริง เพื่อเป็นประโยชน์ในการคัดกรองโรคของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรักษาประชาชนให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ช่วยให้การปฏิบัติงานสะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง ตลอดจนการคัดเลือกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน คลัสเตอร์ที่มีการแพร่กระจายสูง และมีผู้ติดเชื้อในจำนวนมาก
ทั้งยังผนึกกำลังกับเครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้างรวมไปถึงภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ร่วมกันขยายผลการช่วยเหลือในวงกว้าง เพื่อการเข้าถึงที่มากขึ้น“วิกฤตครั้งนี้ใหญ่กว่าที่เคยประสบในปีก่อนอย่างมาก มีการสูญเสียและติดเชื้อในวงกว้าง กระทบไปทุกๆภาคส่วน แต่ยังเชื่อมั่นว่าหากเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือจะสามารถรวมเป็นพลังที่สำคัญก้าวผ่านไปได้และหวังว่าวิกฤตการณ์โควิด-19 ครั้งนี้จะคลี่คลายโดยเร็ว”
.jpg)
การเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความรุนแรง = ลดการสูญเสีย
“ทัณฑสถานเป็นสถานที่ควบคุมและมีผู้ต้องขังจำนวนมาก ในขั้นตอนการคัดกรอง จึงเป็นเรื่องที่ยากจะเคลื่อนย้ายเพื่อตรวจ‘ห้องปลอดเชื้อความดันอากาศบวก’ โดยการช่วยเหลือเชิงรุกของเอสซีจี ร่วมกับภาคสาธารณสุขโรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีความปลอดภัยมากขึ้น สะดวก รวดเร็ว ลดการติดเชื้อและลดการใช้ทรัพยากรชุด PPE นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้การคัดกรอง (SWAB) เพิ่มจำนวนจากการตรวจปกติ20เคส เป็น 30 เคสต่อชั่วโมง ช่วยลดปริมาณการเข้าออกของบุคลากรจากโรงพยาบาลและทัณฑสถาน ตามนโยบายของภาครัฐได้ยิ่งระบบการคัดกรองทำได้รวดเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น ยิ่งรู้ก่อนยิ่งมีโอกาสรักษาได้ก่อน ลดการสิ้นเปลืองงบประมาณและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น” ผอ.พิชยนันท์ อินทร์จันทร์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
สำหรับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ต้องการคำแนะนำ-ปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกิตติพงษ์โทร. 081720 6505
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี