วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อเรามีน้ำเพียงพอ ก็มีข้าวปลาอาหารมีต้นไม้ต้นไร่ มีพืชพรรณธัญญาหาร และมีสัตว์เลี้ยงต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมของเรามีความอุดมสมบูรณ์ และเกษตรกรของเราก็หลุดพ้นความยากจน คนในประเทศจะมีความสุขทั่วกัน
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงหลักสูตรชลกรในวิทยาลัยเกษตรกรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรนำร่องเพื่อสร้างบุคลากรด้านการจัดการน้ำอย่างครบวงจร
![]()
l กราบเรียนถามคุณหญิงถึงความคืบหน้าหลักสูตรชลกร เพราะทราบว่ามีผู้สนใจหลักสูตรนี้มากพอสมควร และมีคำถามว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะทำอาชีพอะไรครับ
ดร.คุณหญิงกัลยา : ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบว่าหลักสูตรนี้มีต้นคิดมาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ที่ทรงปลูกฝังให้คนไทยในทุกชุมชนเห็นความสำคัญของการสร้างและรักษาแหล่งน้ำ เพราะน้ำคือสิ่งสำคัญประการหนึ่งของการดำรงชีวิตของมนุษย์สัตว์ และต้นไม้ รวมถึงระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ เรายึดแนวพระราชดำรินี้แล้วนำไปสร้างหลักสูตรชลกร อันที่จริงประเทศไทยมีน้ำจากฝนนับว่ามาก แต่ปัญหาคือเราไม่สามารถกักเก็บน้ำจากฟ้าไว้ใช้ได้ ฝนมามากก็น้ำท่วม หลังจากนั้นไม่นานน้ำก็แล้ง เป็นแบบนี้มาตลอดหลายทศวรรษ รัฐบาลต้องเสียงบประมาณกับเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งมาโดยตลอด เพราะหน้าแล้งก็ต้องหาน้ำให้ประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรม ยามน้ำท่วมบ้านเรือนไร่สวนทรัพย์สินประชาชนและของทางการก็เสียหายรัฐบาลก็ต้องเสียงบประมาณเพื่อการนี้อีก ตัวดิฉันเองมองเห็นปัญหานี้มาตลอด และได้สนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการจัดการปัญหาน้ำมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงซึมซับเรื่องนี้ไว้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อมาดูแลงานของกระทรวงศึกษาธิการในด้านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีก็จึงมีความคิดว่านักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรฯ น่าจะมีความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการเรียนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร จึงระดมสมองเพื่อจัดตั้งหลักสูตรชลกรขึ้น และต้องการเห็นผู้สำเร็จการศึกษาสามารถให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำกับชุมชนได้ เพื่อจะได้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างจริงจัง แต่ที่มากกว่านั้นคืออยากเห็นชุมชนสามารถแก้ปัญหาความยากจนเพราะขาดแคลนน้ำได้ด้วย หลังจากริเริ่มโครงการนี้มาปีเศษๆ ก็พบว่าหลายแห่งที่บริหารจัดการน้ำได้ดี สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้ พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีแหล่งอาหารการกินที่สมบูรณ์ บางแห่งพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน ทั้งหมดนี้มีพื้นฐานมาจากการนำความรู้จากศาสตร์พระราชามาทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์โดยแท้ สำหรับหลักสูตรของเรานั้นเป็นการระดมสมองจากท่านผู้รู้ด้านอุทกศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา เครื่องจักรกลการเกษตร และเรื่องดาวเทียม เรื่องวิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ และนวัตกรรมทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกันทำงาน และมีท่านหนึ่งเป็นคนไทยแต่ไปรับหน้าที่ผู้อำนวยการ American Underground Water Solution ในสหรัฐฯ ก็มาร่วมระดมสมองทำหลักสูตรกับเรา และบัดนี้เราได้เปิดหลักสูตรชลกรในเดือนมิถุนายนปีนี้ หลักสูตรปวส. 2 ปี ภาพโดยรวมของหลักสูตรคือการเรียนรู้เรื่องดิน น้ำ ป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานได้ทั้งงานในหน่วยราชการเอกชน หรือทำอาชีพการเกษตรด้วยตัวเองโดยการเป็นนายของตัวเองได้ ขออธิบายการที่ต้องนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ในการเรียนหลักสูตรนี้ก็เพื่อให้สามารถรู้ได้แม่นยำว่าชั้นดินต่างๆ ในพื้นที่ของไทยมีลักษณะอย่างไร ตรงไหนเหมาะกับการทำแหล่งน้ำ เพื่อให้มีน้ำทั้งปี หรือสามารถเก็บกักน้ำได้ดี
![]()
l ผมทราบว่าผู้เรียนหลักสูตรนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย ใช่ไหมครับ และขอทราบว่าหลักสูตรนี้รับนักศึกษาปีละกี่คนครับ
ดร.คุณหญิงกัลยา : ใช่ค่ะ เราให้นักศึกษาเรียนฟรี และมีที่พักในวิทยาลัยให้ด้วย เรารับนักศึกษาแห่งละ 40 คน โดยขณะนี้มีโครงการนำร่องในวิทยาลัยเกษตรกรรม 5 แห่ง คือ ศรีสะเกษ
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และยโสธร บางแห่งมีผู้สนใจศึกษาเกินจำนวน เช่น ที่ร้อยเอ็ด จึงต้องเปิดเป็นสองห้อง ส่วนบางแห่งรับเต็มจำนวนพอดี แต่ล่าสุดบางแห่งก็ยังพอมีที่ว่างอยู่
บ้าง หากผู้ชมรายการและผู้อ่านแนวหน้ามีลูกหลานสนใจเรียนหลักสูตรนี้สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้จาก เพจ water for life หรือสอบถามโดยตรงจากวิทยาลัยเกษตรฯทั้งห้าแห่งได้ ขอย้ำว่านี่คือโครงการนำร่องนะค่ะ และต่อไปเราจะเปิดในวิทยาลัยเกษตรฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ ขอเล่าให้ฟังว่าหลักสูตรนี้มีทหารมาสมัครเรียนด้วย เพราะต้องการนำความรู้ไปพัฒนาหน่วยและพัฒนาที่ดินในบ้านของตนเอง นอกจากนี้ยังมีการอบรมให้กับคนทั่วไป ซึ่งก็มีครูที่เกษียณราชการแล้วมาเรียนด้วย และยังมีบุคคลในหน่วยงานราชการต่างๆ มาขอรับการอบรมด้วย ซึ่งทางวิทยาลัยฯ ได้จัดคอร์สอบรมให้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินแบบปิดที่กรมทางหลวงสามารถนำไปสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกต้นไม้ได้เป็นอย่างดี
![]()
l เรียนถามคุณหญิงว่าการทำธนาคารน้ำใต้ดินแบบปิดขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร ต้องใช้เงินมากไหมครับ
ดร.คุณหญิงกัลยา : เรียนตามตรงว่าศาสตร์พระราชาเป็นการทำงานที่ใช้เงินไม่มากเลย และใช้พื้นที่ไม่มากด้วยค่ะ เรามีที่ดินเพียงหนึ่งไร่หรือครึ่งไร่ก็ทำธนาคารน้ำใต้ดินได้ เพราะแค่ขุดดินลึกลงไป 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ก้นหลุมใส่เศษอิฐ หรือไม้ท่อนขนาดใหญ่พอประมาณลงไปเพื่อให้มีโพรงสำหรับให้น้ำได้อยู่ แล้วถัดขึ้นมาก็ใส่หินและกรวดก้อนโตๆ ลงไป แล้วเหลือพื้นที่ส่วนบนไว้ประมาณ 30 เซนติเมตร เราก็ใส่ตะแกรงตาถี่ๆ ลงไปแล้วนำดิน ขี้เถ้า แกลบ ใบไม้กลบปากหลุม เพื่อใช้สำหรับปลูกต้นไม้ ปลูกผัก หรือปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้ เราใช้ทุนน้อยมากสำหรับทำธนาคารน้ำใต้ดิน และทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องจักรกลใดๆ
![]()
l ผมได้ยินเรื่องโครงการหนึ่งไร่หนึ่งแสนบาท ที่สืบเนื่องจากหลักสูตรชลกรและธนาคารน้ำใต้ดิน ขอความกรุณาคุณหญิงช่วยเล่าเรื่องนี้ให้ทราบด้วยครับ
ดร.คุณหญิงกัลยา : หนึ่งไร่ หนึ่งแสนบาทหรือหนึ่งไร่ หนึ่งล้านบาท เป็นเรื่องจริงค่ะ ขอแค่เพียงให้เรามีน้ำทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ขอพูดถึงทฤษฎีใหม่ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ที่ทรงสอน
ให้เราปลูกพืชสามอย่างเพื่อประโยชน์สี่อย่าง ซึ่งตรงนี้เรานำมาพัฒนาเรื่อง Coding for Farm หรือเกษตรประณีต คือการคิดวางแผนใช้พื้นที่สำหรับทำการเกษตรอย่างเหมาะสม คือปลูกอะไรให้ผลผลิตเมื่อไร จะเก็บผลผลิตได้ทุกวัน ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน จะเลี้ยงสัตว์ตรงไหน จะปลูกผักสวนครัวหรือสมุนไพรตรงไหน เมื่อเราวางแผนแล้วและมีน้ำทำการเกษตรได้แล้ว ก็จะให้ผลตอบแทนที่เห็นผลจริงได้ไม่ยาก เพราะจะมีผลผลิตการเกษตรออกมาตลอดเวลา ส่วนเงินลงทุนสำหรับหนึ่งไร่ไม่เกิน 15,000 บาท มีตัวอย่างให้เห็นแล้วที่วิทยาลัยเกษตรฯ ลำพูน เขาสามารถทำรายได้ปีละ 1 ล้าน 3 แสนบาทจากพื้นที่ 1 ไร่เท่านั้น
ส่วนคนอื่นๆ ที่มีที่ดินหนึ่งไร่ก็สามารถทำเลียบแบบได้โดยดูจากกำลังคนในครอบครัว ซึ่งสามารถช่วยให้มีอาหารการกินที่สมบูรณ์ ปลอดสารพิษ และช่วยเพิ่มรายได้ สำหรับผู้ต้องการข้อมูลโครงการหนึ่งไร่หนึ่งแสนบาท สามารถติดต่อของรายละเอียดได้จากวิทยาลัยเกษตรฯ ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ใกล้ที่ไหนไปปรึกษาที่นั่นได้ค่ะ ขอเรียนให้ทราบด้วยว่าในวิทยาลัยเกษตรฯ ทุกแห่งยังเปิดอบรมอาชีพต่างๆ ให้ประชาชนอายุ 17-70 ปี ผู้สนใจขอรับการอบรมได้ทั้งครอบครัว เมื่ออบรมครบหกหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตร ปวช. ขอเรียนว่าเมื่อเราใช้พื้นที่เพื่อทำการเกษตรได้อย่างดีและเหมาะสมแล้ว ครอบครัวจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นประเทศก็จะมีเศรษฐกิจดีตามไปด้วย แต่ที่สำคัญกว่าเงินทองคือมีความอบอุ่นในครอบครัว สมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่นและอุดมสมบูรณ์ ขอแค่ให้เรามีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภคเท่านั้น ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหาน้ำได้ด้วยตัวของเราเองและด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนถ้าทุกชุมชนทำเรื่องนี้ได้สำเร็จเกษตรกรของเราจะหลุดพ้นความยากจน ประเทศไทยจะร่ำรวยและมีความสุขทุกคน ขอเรียนให้ทราบว่าการเรียนด้านเกษตรกรรมในวันนี้ เราไม่ได้สอนเพียงเรื่องปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่เราสอนเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นกับการดำรงชีวิตด้วย เช่น วิทยาศาสตร์ ไอทีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เพื่อให้ทุกคนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างให้สังคมของเรามีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารและด้านปศุสัตว์ และขอย้ำว่าเมื่อเกษตรกรของไทยมีความรายได้ดี เพราะมีน้ำสำหรับใช้ทำการเกษตรได้ตลอดปี ประเทศไทยจะก้าวพ้นความยากจนได้ เมืองไทยจะกลับมาเป็นเมืองทอง ผู้คนมีกินมีใช้ และมีความสุขโดยทั่วหน้า
![]()
คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตีออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี