วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานที่ประชุมนายกสภา 9 มทร. และนายกสภา มทร.อีสาน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เผยมติที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยราชมงคล 9 มทร. โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานที่ประชุมนายกสภา 9 มทร. และประธานที่ประชุมนายกสภา และอธิการบดี มทร.ทั้ง 9 แห่ง มีมติเห็นชอบให้กลุ่มราชมงคลจับมือ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาบุคลากรดิจิทัลที่มีทักษะระดับสูง โดยมุ่งเป้านักศึกษา คณาจารย์ ทั้ง 9 มทร. ให้มีทักษะความสามารถในการสร้าง Mobile Application ด้วยตนเองพร้อมสนับสนุนให้นำไปเผยแพร่ใน Huawei App Gallery และ Android Play Store และส่งเข้าประกวด Start Up ระดับประเทศ
.jpg)
รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร ประธานคณะกรรมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลฯ
รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร ประธานคณะกรรมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล การสร้างและพัฒนา Application ผ่านระบบออนไลน์ 9 มทร. และรักษาราชการแทนอธิการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการลงนามความร่วมมือทางวิชาการ MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล การทำการเกษตรแบบอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี IOT การพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยและการเข้าถึงการรักษา ภายใต้ชื่อ “RMUTI NEXT GEN DIGITAL UNIVERSITY” โดยเป็นนโยบายการขับเคลื่อนจาก ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานที่ประชุมนายกสภา 9 มทร. และนายกสภา มทร.อีสาน เพื่อผนึกกำลังด้านการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อปฏิรูปและปรับปรุงระบบการศึกษา ควบคู่กับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมความยั่งยืนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยังมีเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนทั้งบุคลากร และนักศึกษาทั้ง 9 มทร. โดยผลจากการประชุมนายกสภา 9 มทร. เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 มีมติเห็นชอบร่วมกันให้ดำเนินการและแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล การสร้างและพัฒนา Application ผ่านระบบออนไลน์ 9 มทร. และมีมติให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ร่วมกันดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตร การสร้างและพัฒนา Mobile Application ผ่านห้องฝึกอบรมออนไลน์ ภายใต้หลักสูตรพัฒนาฝีมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน รวมไปถึงการสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงาน (Reskill) และการยกระดับทักษะเดิมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศไทยพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาด้านดิจิทัลให้บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่าให้แข็งแกร่ง เพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะสูงให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) โดยให้ มทร.อีสาน เป็นเจ้าภาพหลักในคณะกรรมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล การสร้างและพัฒนา Application ผ่านระบบออนไลน์ 9 มทร.
.jpg)
อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บจ.หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จับมือกับ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานที่ประชุมนายกสภา 9 มทร. และนายกสภา มทร.อีสาน พัฒนาคนด้านดิจิทัล
“ในส่วนรูปแบบของการอบรมนั้นเราจะเริ่มตั้งแต่การฝึกความคิดริเริ่มของผู้ฝึกสอนตั้งแต่ต้นและขยายไปสู่วงกว้าง หลักสูตรนี้จะเป็นการจัดคอร์สสอน 4 วัน ที่เป็นช่วงของวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นการสอนผ่านระบบ Huawei Mobile Services ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและเผยแพร่แอปพลิเคชั่นทั้งด้านทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ตัวอย่างการอ่านโค้ดและลงมือปฏิบัติงานที่มอบหมาย โดยจะมีวีดีโอการฝึกอบรมไลบรารี่ให้ดูเป็นแนวทางซึ่งเป็นเนื้อหาฟรี ครอบคลุมพื้นฐานของ Android รวมถึง แอปพลิเคชั่นตัวอย่างต่างๆ ของหัวเว่ย มากกว่า 18 หมวดที่ครอบคลุมไปถึงเกม การศึกษาไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ภายหลังการอบรมและการสอบ ผู้อบรมจะได้ใบรับรองหัวเว่ย ประเทศไทย อีกด้วย อย่างไรก็ตาม มทร.อีสาน ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จึงมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งด้านกำลังคนและเทคโนโลยีเพื่อให้ นักศึกษา คณาจารย์ ทั้ง 9 มทร.มีความรู้ความสามารถในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง เพื่อเป็นตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีระดับประเทศ พร้อมมุ่งให้เกิดประโยชน์อันสูงสุดแก่นักศึกษา และสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เกิดเอกลักษณ์ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งการสร้างอาชีพเฉพาะทาง” รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี