วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
นิชาพร วาฤทธิ์ และลูกชาย
ในเดือนแห่งวันแม่นี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม เปิดอีกหนึ่งบทบาทของคุณแม่กับการเป็น “นวัตกร ผู้พัฒนานวัตกรรม” ที่ได้แรงบันดาลใจจากการดูแลคนในบ้านสู่การรังสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนในสังคม เรียกได้ว่านอกจากจะสวมบทบาทความเป็นแม่ของลูกแล้ว ยังลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ และตอกย้ำบทบาทของความเป็น“แม่” ที่สามารถเป็นผู้นำได้ดีเลยทีเดียว
คู่แม่ลูกผู้แบ่งปัน “การได้ยิน เพื่อคนพิการ เริ่มกันที่คุณแม่คนแรกอย่าง นางนิชาพร วาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิท เอ็กซ์ จำกัด คุณแม่นักพัฒนานวัตกรรม ที่ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้ด้อยโอกาสที่มีภาวะบกพร่องทางด้านการได้ยินผ่าน นวัตกรรมหูฟังสำหรับผู้พิการ เล่าว่า แรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน มีจุดเริ่มต้นมาจากขณะที่ตนกำลังนั่งดูซีรี่ส์ และลูกชายกำลังนั่งเล่นกีตาร์ไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยความที่กีตาร์ไม่ได้ต่อเครื่องขยายเสียง เขาจึงต้องก้มหน้าไปใกล้ๆ ตัวกีตาร์ และเมื่อคางของเขาไปแตะตัวกีตาร์โดยบังเอิญหลังจากนั้นลูกก็บอกว่า มีเสียงมันก็เข้าไปตรงนี้ แล้วก็ได้ยินชัดเลย หากเอาปรากฏการณ์นี้ไปทำเครื่องช่วยฟัง ให้คนพิการได้ยินจากคางขึ้นไปน่าจะดี หลังจากการหาข้อมูลและทำเครื่องช่วยฟังได้สำเร็จ คุณแม่จึงได้พาลูกไปทดสอบเครื่องช่วยฟังกับโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร โดยใช้สิ่งที่ลูกประดิษฐ์ขึ้นมา และพบว่าได้ผลทำให้ผู้พิการทางการได้ยินในโรงเรียนได้ยินเสียงดีขึ้น
.jpg)
อัมภาพัตร ฉมารัตน์
หลังจากนั้นจึงเริ่มมองหาหน่วยงานที่สนับสนุนองค์ความรู้และทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมให้แก่ผู้พิการทางการได้ยิน เพราะปัจจุบันผู้พิการทางการได้ยินในประเทศไทยมีจำนวนมาก ซึ่งมีจำนวนผู้พิการทางการได้ยินมากเป็นอันดับ 2 (ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) และเพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะได้ยินเสียงเหมือนคนทั่วไป ดังนั้น ทางครอบครัวจึงได้คิดทำโครงการเอียซ์ : หูฟังนวัตกรรมเพื่อผู้ด้อยโอกาสทางการได้ยิน เป็นการพัฒนาหูฟังให้กลายเป็นอุปกรณ์ช่วยฟังพร้อมอุปกรณ์รับสัญญาณสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยินประเภทหูตึงและหูหนวกแบบไม่ถาวร โดยมีรูปแบบการทำงานผ่านหลักการส่งเคลื่อนเสียงผ่านกระดูกสันหลังของหู นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาหูฟังสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยินได้สามารถเชื่อมต่อบลูทูธกับอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ โทรทัศน์ โทรศัพท์ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ด้วย ทั้งนี้ จากการทดสอบผลิตภัณฑ์กับผู้พิการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่ากว่า 90% สามารถได้ยินเสียงของตัวเอง
“เราคาดหวังว่าอุปกรณ์ของทางบริษัทที่พัฒนาขึ้นมาจะช่วยให้ผู้ที่มีสภาวะบกพร่องทางการได้ยินมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีได้ในราคาที่ต่ำและมีคุณภาพที่เหมาะสมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา นอกจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้วโครงการดังกล่าวยังทำให้ลูกของตนมองเห็นปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้นและได้ต่อยอดนวัตกรรมดีๆ ที่จะทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เท่าคนปกติ และช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนพิการดีขึ้น” นางนิชาพร กล่าว
.jpg)
ดร.พุทธชาติ ขันต้นธง
สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์นวัตกรรมเพื่อลูกน้อยสนุกกับการเรียนรู้ ถัดมาที่ ดร.พุทธชาติ ขันต้นธงกรรมการผู้จัดการบริษัท 360 เทรนนิ่งจำกัด อีกหนึ่งคุณแม่ที่อยากนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาศักยภาพนักเรียนไทยและลดความกังวลใจให้บรรดาผู้ปกครองที่มีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกด้วยนวัตกรรม E-Lift : สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์ โดย ดร.พุทธชาติ เล่าว่า ที่ผ่านมาจากการเก็บข้อมูลพบว่า ปัจจุบันการประเมินผลการเรียนการสอนของระบบการศึกษาไทย เป็นการประเมินตามหลักสูตรแกนกลาง และแนวทางการวัดผลเพื่อให้โรงเรียนได้ปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับการเรียนการสอนโรงเรียนแต่ละแห่ง แต่โรงเรียนยังขาดขั้นตอนในการติดตาม การวัด และประเมินผลที่ครอบคลุมกับทักษะในด้านต่างๆ ของนักเรียน ส่งผลให้ที่ผ่านมาผลคะแนนการสอบ O-NET และคะแนนการสอบตามโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล (PISA) ของโรงเรียนในประเทศไทยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้น บริษัทจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม E-Lift : สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบบจะทำการประเมินความถนัดทางทักษะ softskill และวิชาการ พร้อมทั้งสร้างชุดแบบฝึกหัดเพื่อการเรียนรู้จากระดับความสามารถของเด็กเป็นรายบุคคลทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้ และไม่รู้สึกว่าเป็นการเรียนที่ยากจนเกินไป นอกจากนี้ ระบบยังมีการแข่งขันและมอบรางวัลให้กับเด็กที่เข้าไปเล่นเกม เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยที่ผ่านมาได้มีการทดลองใช้ระบบดังกล่าวกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในรายวิชาคณิตศาสตร์ พบว่าระบบช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กให้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้มากถึงร้อยละ 20
ลดระยะเวลาในการทำข้อมูลเพื่อประเมินผลของครูลงได้ถึงร้อยละ 80 และยังช่วยลดภาวะความเครียดและความคาดหวังของผู้ปกครอง รวมถึงลดปัญหาจิตวิทยาในวัยเรียน
“ดิฉันอยากสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ดีและมีมาตรฐานให้แก่เด็กไทย โดยให้พวกเขาค้นหาความสามารถตัวเองได้ แบบไม่ต้องลองผิดลองถูก มีความสุขในการเรียนรู้ สร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมให้เด็ก มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอยากช่วยลดความกังวลให้ผู้ปกครองที่ต้องส่งลูกไปเรียนและคาดหวังว่าอนาคตต่อไปลูกจะเติบโตไปอย่างไร เพราะแพลตฟอร์มที่ทำขึ้นมานอกจากจะช่วยให้เด็กค้นหาตัวเองเจอเร็วขึ้นแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจและรู้ว่าลูกต้องการเติบโตไปอย่างไรด้วย” ดร.พุทธชาติ กล่าว
เปิดเรียนอย่างปลอดภัยกับแอปฯ ชนะปัญหารถติด คุณแม่คนเก่งคนสุดท้าย นางอัมภาพัตร ฉมารัตน์ ผู้ร่วมพัฒนา “คิดส์อัพ” แอปพลิเคชั่นแก้ปัญหาจราจรหน้าโรงเรียนแบบยั่งยืน จาก บริษัท อาร์ติคูลัส จํากัด เล่าว่า แนวคิดการทำแอปพลิเคชั่นนี้ เริ่มต้นมาจากการที่ต้องขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมักจะพบปัญหาการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียนเสมอ โดยปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่การเดินทางเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสุขภาพของเด็กด้วย เพราะการที่รถติดสะสมเป็นเวลานานมักจะมีมลพิษตามมาอยู่แล้ว ตนในฐานะแม่เกิดความกังวลและเป็นห่วงเด็กๆ ค่อนข้างมาก จึงได้ปรึกษากับทีมว่าเราจะสามารถนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้ามาแก้ปัญหาการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียนได้อย่างไร จากนั้นจึงได้เริ่มต้นทำแอปพลิเคชั่นคิดส์อัพขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น และเข้าไปใช้งานก่อนที่จะเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียน โดยหลังจากที่ผู้ปกครองเริ่มกดแอปพลิเคชั่น แอปฯก็จะทำการแจ้งเตือนไปยังนักเรียนและโรงเรียนทันที และระหว่างเดินทางแอปพลิเคชั่นจะรู้ตําแหน่งของผู้ปกครองผ่านจีพีเอสและการคํานวณเวลาเดินทางผ่านระบบข้อมูลการจราจร (real time traffic information) เมื่อนักเรียนทราบเวลาที่คาดว่าผู้ปกครองจะมาถึงโรงเรียนก็จะเตรียมพร้อมก่อนทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องจอดรถรอลูกนานเหมือนที่ผ่านมา
“อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยให้เด็กๆ มีความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหาการจราจรให้กับสังคมได้อีกด้วย โดยเฉพาะ
การจราจรติดขัดหน้าโรงเรียน ดังนั้นตนจึงอยากให้แอปพลิเคชั่นคิดส์อัพเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยสร้างแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กับการสร้างวินัยให้คนในสังคมร่วมด้วย” นางอัมภาพัตร กล่าว
พลังของคุณแม่ล้วนยิ่งใหญ่และมีความหมายเสมอ โดยเฉพาะพลังทางความคิด การลงมือทำ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเพศแม่ ย่อมคิดและทำทุกอย่างด้วยความใส่ใจ และคุณแม่นวัตกรคนไทยก็เก่งไม่แพ้ชาติใด ในโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี