Telehealth กับโอกาสการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม

Telehealth กับโอกาสการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหาร บำรุงราษฎร์อคาเดมี่ รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของไทยอยู่ที่ประมาณวันละ 20,000 ราย ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเตียงรองรับผู้ป่วย ทั้งนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนเองก็พยายามเร่งรัดพัฒนาและกระตุ้นเชิญชวนให้ผู้ป่วยโรคไม่ฉุกเฉินร้ายแรงให้หันมาใช้บริการการแพทย์ทางไกล(Telemedicine หรือเรียกสั้นๆ ว่า Telemed) มากขึ้นเพื่อป้องกันสถานการณ์แออัดใน รพ. เมื่อเราพูดถึง Telemed ในความหมายกว้างๆ หมายถึงการที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการดูแลรักษาและตัวผู้ป่วยที่รับการบริการนั้นอยู่คนละสถานที่กัน ไม่ได้พบหน้าค่าตากันแบบตัวเป็นๆ แต่สามารถพูดคุยเห็นหน้าเห็นตากันได้ผ่านจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ พูดคุยสอบถามอาการเสร็จ แพทย์ก็สามารถสั่งยาแล้วให้ทาง รพ. ส่งยาไปให้คนไข้ที่บ้านเป็นอันจบเรื่อง อย่างไรก็ตาม Telemed ไม่ได้มีความหมายแค่เพียงการพูดคุยสอบถามอาการระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย แท้จริงแล้ว Telemed มีความหมายครอบคลุมกิจกรรม4 รูปแบบดังนี้คือ (1) Real-time video คือการให้บริการรักษาพยาบาลผ่านระบบการประชุมทางไกลทางวีดีโอ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยสามารถสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตากันในเวลาเดียวกัน หากผู้ป่วยมีปรอทวัดไข้และมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ก็สามารถวัดผลและบอกผลให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้ กรณีที่ต้องฉีดยาหรือเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือรพ.บางแห่งของไทยเราเช่น รพ.บำรุงราษฎร์ มีบริการเสริมส่งบุคลากรไปเจาะเลือด ฉีดยาให้ถึงบ้านได้ (2) Remote patient monitoring คือการติดตามอาการดูแลผู้ป่วยทางไกล เช่น ผู้ป่วยที่เพิ่งออกจาก รพ. และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ เป็นต้น ที่จำเป็นต้องติดตามอาการเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ โดย รพ. อาจจัดให้มีเครื่องมือในการวัดค่าต่างๆ ให้ผู้ป่วยใช้ประจำอยู่ที่บ้าน เมื่อผู้ป่วยทำการวัดค่าแล้วส่งผลให้ทาง รพ. บุคลากรทางการแพทย์ก็จะนัดวันเวลาพูดคุยทางไกลกับผู้ป่วยโดยระบบประชุมผ่านวีดีโอ (3) Store and forward คือการจัดเก็บและส่งข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคลากรทางการแพทย์ เช่น เวชระเบียนของผู้ป่วย ภาพจากเอกซเรย์ ภาพจากอัลตราซาวนด์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยโรคและให้ความเห็นเรื่องการรักษาพยาบาล ในกรณีนี้ผู้ป่วยจะไม่ได้พบกับบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง (4) Mobile health (mHealth) คือระบบการติดตามดูแลสุขภาพผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เช่น แท็บเลต โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่น แอปฯวัดชีพจร แอปฯควบคุมระดับน้ำตาล ตลอดจนแอปฯ ปรึกษาปัญหาสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรเอกชนในไทยเริ่มให้บริการนี้แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด เป็นต้น

Telemed เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Telehealth องค์กร The American Academy of Family Physician (AAFP)ได้นิยามคำว่า Telemed คือการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเข้าช่วยในการให้การรักษาพยาบาลทางไกล โดยที่แพทย์ ผู้รักษาและผู้ป่วยอยู่คนละสถานที่ และ Telemed เป็นเพียงส่วนหนึ่งหรือ “ซับเซต”(subset)ของคำว่า Telehealth เพราะ Telehealth มีความหมายกว้างกว่าครอบคลุมถึงระบบเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการสื่อสาร บริการต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลหรือบริการทางคลินิก(clinical services) และงานหรือบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่บริการทางคลินิก (non-clinical services) ในระบบทางไกลที่ผู้ให้และผู้รับบริการอยู่คนละสถานที่กัน ตัวอย่างบริการทางคลินิก คือ การเจาะเลือด เอกซเรย์ การฉายรังสี การจัดยาของเภสัชกร เป็นต้น ตัวอย่างบริการที่ไม่ใช่บริการทางคลินิก คือ การรณรงค์ด้านสุขภาพการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพและการเฝ้าระวัง เป็นต้น คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบ Telehealth จะได้รับการขยายฟังก์ชั่นการทำงานให้ครอบคลุมระบบปฏิบัติการทั้งหมดของ รพ. ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วยก่อนพบแพทย์(เช่น วัดความดัน ชีพจร) การวิเคราะห์ผลต่างๆ(เช่น ปัสสาวะ เลือด) การปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ ระบบการจ่ายยาที่เชื่อมโยงคำสั่งแพทย์กับประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วย และเชื่อมต่อกับแผนกการเงินที่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่าย จากนั้นระบบต้องเชื่อมโยงให้ รพ. ประสานงานเรื่องการเบิกจ่ายจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพของผู้ป่วยได้ด้วย ซึ่งระบบ Telehealth ที่สมบูรณ์จะทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะไม่ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นที่ใดในโลก ก็สามารถได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดและเร็วที่สุด โดยแพทย์ของ รพ. ทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้


ระบบ Telehealth เพื่อความยั่งยืนของประชากรและชาติ “ปิงอันกู๊ดด็อกเตอร์” ผู้ให้บริการแพทย์ออนไลน์รายใหญ่ในจีนเผยว่าเมื่อโควิด-19 ระบาดหนักในจีนเมื่อปลายปี 2562 ยอดของผู้ป่วยรายใหม่ที่ใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 900% ส่วนในสหรัฐอเมริการพ.คลีฟแลนด์ คลินิก ที่มีชื่อติดอันดับโลกรายงานว่าเมื่อกลางปี 2563 มีผู้ใช้งานระบบแพทย์ทางไกลมากขึ้นถึง 20 เท่าเมื่อเทียบกับตอนที่ไม่มีโรคระบาด และเชื่อว่าการใช้ Telemed ของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตเพราะสะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยที่ผู้ป่วยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้หันมาใช้ Telemed เป็นทางเลือกในการรับการรักษาพยาบาลมากขึ้น ยกตัวอย่างของ รพ. บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวนผู้ป่วยที่ใช้ Telemed เมื่อเดือนมกราคมของปีนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 80 เท่า จากมกราคมปีที่แล้ว ขณะที่มีเพียงคนชั้นกลางขึ้นไปที่เข้าถึงเทคโนโลยี Telemed และ Telehealth คนที่มีฐานะยากจนและที่อยู่ในชนบทห่างจากเมืองใหญ่ยังเข้าไม่ถึงบริการ Telemed รัฐบาลและภาคเอกชนจึงพึงร่วมมือกันลงทุนสร้างและพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ทางไกลให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ แม้ว่าจะต้องใช้ทุนทรัพย์มหาศาล แต่ในระยะยาวแล้วจะเกิดประโยชน์อเนกอนันต์ในเรื่องการให้การรักษาพยาบาลและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง แก้ปัญหาการขาดแคลน รพ. และบุคลากรทางการแพทย์ ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขลดปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ สังคม และช่วยยกระดับพัฒนาความรู้ ทักษะและความก้าวหน้าทางการแพทย์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์
ของไทยโดยใช้ต้นทุนที่น้อยลงด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top