วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
การรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิบำบัดครั้งแรกของโลก  ความหวังครั้งยิ่งใหญ่ของผู้ป่วย

การรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิบำบัดครั้งแรกของโลก ความหวังครั้งยิ่งใหญ่ของผู้ป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag : การรักษามะเร็งเต้านม
  •  

รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ

International Agency for Research on Cancer(IARC) เปิดเผยสถิติอุบัติการณ์โรคมะเร็งจากทั่วโลกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2563 พบว่า “โรคมะเร็งเต้านม” เป็นโรคที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยพบมากที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากจำนวนประมาณ 10 ล้านคน และในปี พ.ศ. 2562 พุ่งสูงขึ้นถึง 19.3 ล้านคนซึ่งปี พ.ศ. 2563 เผยให้เห็นว่า จำนวน 1 ใน 10 ของประชากรสตรีทั่วโลกจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงอยู่


จากวารสาร ฬ.ของสภากาชาดไทย ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา เผยว่า ปัจจุบันการรักษามะเร็งเต้านมทำได้หลายวิธี ได้แก่ การผ่าตัดเต้านม การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยการฉายรังสี การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนและการรักษาด้วยยาพุ่งเป้า ซึ่งเป็นการรักษาตามมาตรฐานทั่วโลกหากแต่การรักษาด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยบางรายสามารถกลับไปเป็นซ้ำได้อีก ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คิดค้นวิธีการรักษาใหม่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วย นั่นคือการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ Cell Based Immunotherapy

รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชีนีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภูมิคุ้มกันบำบัดหรือการใช้ DendriticCell เป็น 1 ในเซลล์พื้นฐานที่พบในร่างกายซึ่งสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย (T-cell) ได้ดีที่สุดเพื่อไปกำจัดเซลล์มะเร็งต่อไปปัจจุบันได้นำมาเป็นแนวทางการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิดที่รักษายากและลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ารับการรักษาช้าหรือรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แล้วเซลล์มะเร็งยังไม่หมดไป

“การรักษาโรคมะเร็งเปรียบเสมือนการทำสงครามกับร่างกาย”

รศ.นพ.กฤษณ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดโดยมีที่มาจากสมมุติฐานที่ว่า “การกลายพันธุ์ของมะเร็งเต้านมสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายได้” แต่อย่างไรก็ตามจากการนำก้อนมะเร็งมาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบเซลล์มะเร็งรวมอยู่กับเซลล์อื่นๆ รวมทั้งเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือระบบภูมิคุ้มกันด้วย แต่เซลล์เหล่านั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใดต่อเซลล์มะเร็งที่อยู่ใกล้เคียงตามที่ควรจะเป็น เพราะเซลล์มะเร็งทำให้เกิดความผิดปกติในการทำหน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นการปรับระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมามีหน้าที่กำจัดมะเร็งได้จะเป็นการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดและเป็นผลระยะยาว

ขั้นตอนการรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

รศ.นพ.กฤษณ์ กล่าวว่า ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยมีความมั่นใจในความพร้อมทั้งเครื่องมือและทีมบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ส่งไปศึกษาต่อยังต่างประเทศนำมาสู่นวัตกรรมการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดที่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งเต้านมสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งรักษาสำเร็จในผู้ป่วยรายแรก คุณเพลินพิศ ที่ผ่านการรักษาตามมาตรฐานมากว่า 6 ปี ซึ่งในระยะเวลา 3 ปีแรกที่รักษาได้ผลดีพอ แต่กลับตรวจพบการแพร่กระจายที่ตับในปีที่ 4 จึงทำการผ่าตัดตับออกไป ตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ในระหว่างรับเคมีบำบัด มะเร็งกลับลุกลามไปยังตับส่วนที่เหลือ ปอดและกระดูก หลังพบว่าการรักษาของตนเองไม่สามารถหายขาดได้ ผู้ป่วยจึงขอให้ยุติการรักษาเพื่อไปใช้ชีวิตบั้นปลายกับครอบครัว รศ.นพ.กฤษณ์ จึงแนะนำวิธีการรักษาแบบใหม่ให้แก่ผู้ป่วยและเริ่มทำการรักษาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.เริ่มทำการรักษาด้วยการนำชิ้นเนื้อมะเร็งจากตับไปตรวจหายีนเซลล์มะเร็งที่สร้างโปรตีนพิเศษขึ้นมาที่ผิวเซลล์

2.ทำการคัดลอกโปรตีนพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วส่งไปสร้างขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านมมีแผนจะสร้างเทคโนโลยีขึ้นเอง

3.ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เจาะเลือดเพื่อดึงเอา Dendritic Cell ซึ่งเป็นตัวอ่อนออกมา

4.นำ Dendritic Cell มาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการให้เจริญเติบโตคู่กับ Peptide (โปรตีนจำเพาะของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแต่ละคน) เพื่อให้ Dendritic Cell เรียนรู้และจดจำโปรตีนจำเพาะของเซลล์มะเร็งนั้นๆ ว่าเป็นศัตรู

5.ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้กลับเข้าไปในร่างกายผ่านต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ซึ่งเป็นต่อมขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วย T-cell ตัวอ่อน จากนั้นเซลล์ภูมิคุ้มกันจะเติบโตเพื่อช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง

ผลการรักษา

ภูมิคุ้มกันบำบัด ครั้งที่ 1 ฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันกลับเข้าไปในร่างกายจำนวน 8 ล้านเซลล์ ภายใน 6-8 สัปดาห์ สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย และทำหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็งที่มีโปรตีนคล้ายกับโปรตีนต้นแบบที่จดจำไว้ ในช่วง 3 เดือนแรกของการรักษาไม่พบความผิดปกติของร่างกายจึงเข้าไปตรวจที่ตับพบว่าเซลล์มะเร็งหายไปกว่าครึ่ง

ภูมิคุ้มกันบำบัด ครั้งที่ 2 เมื่อทำการรักษาต่อเนื่องด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดครั้งที่ 2 ผ่านไป 3 เดือนตรวจพบว่าเซลล์มะเร็งที่ตับหายไปกว่าร้อยละ 90

ภูมิคุ้มกันบำบัด ครั้งที่ 3 ครั้งสุดท้ายไม่พบเซลล์มะเร็งที่ตับและปอด นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลกที่เซลล์มะเร็งเต้านมซึ่งลุกลามแล้วถูกกำจัดได้ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดชนิด Dendritic Cell

โอกาสกลับเป็นซ้ำและผลข้างเคียง

การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดแตกต่างจากวิธีการรักษาด้วยเคมีบำบัด จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหลังการรักษาที่ได้ผลดีขนาดนี้แล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกหรือไม่ เนื่องจากการให้เคมีบำบัดเซลล์มะเร็งจะถูกกำจัดทิ้งไป แต่เทคโนโลยีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดคือ การเข้าไปจัดการระบบภูมิคุ้มกันภายในจนร่างกายกลับมาเป็นปกติและเมื่อระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบเซลล์ที่มีโปรตีนที่ถูกจดจำไว้กลับมาก็จะถูกกำจัดทิ้งทันที ในขณะที่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาปรากฏผลข้างเคียงในการรับภูมิคุ้มกันบำบัดครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็งในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรม เบื่ออาหาร มีตุ่มน้ำใส ปวดตามข้อซึ่งเกิดในระดับเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น และหลังจากฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันไป 6 เดือน อาการต่างๆ จะดีขึ้นเป็นลำดับ ผู้ป่วยไม่มีอาการเหนื่อย ไม่พบน้ำในปอด อาการปวดกระดูกหายไป ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดอีกและสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ในที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เช็คอากาศวันนี้! 'เหนือ-อีสาน'ยังหนาว ใต้ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน

ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก

พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved