คาร์เทียร์ บูติคแฟล็กชิพ โฉมใหม่ ฉลองความสัมพันธ์ 115 ปี  ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยเข้ากับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์

คาร์เทียร์ บูติคแฟล็กชิพ โฉมใหม่ ฉลองความสัมพันธ์ 115 ปี ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยเข้ากับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์

วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศส ปรับโฉมบูติคสยามพารากอน นำสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยผสานเข้ากันกับเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ได้อย่างกลมกลืน

คาร์เทียร์และประเทศไทย มีสายสัมพันธ์อันดีสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ช่างทองหลวงประจำราชสำนักสยามในปี ค.ศ. 1907 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ประทับตราพระราชลัญจกรประจำแผ่นดินสยาม โดยระหว่างเสด็จประพาสยุโรป ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือน บูติคคาร์เทียร์ ณ อาคารเลขที่ 13 ถนน rue de la Paix บูติคแฟล็กชิพในกรุงปารีส โดยทรงซื้อเครื่องประดับชั้นสูงพระราชทานให้กับพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นกุศโลบายเพื่อแสดงความศิวิไลซ์และวัฒนธรรมอันทัดเทียม แสดงมิให้ชาติยุโรปมาอ้างเพื่อรุกรานเอาดินแดนสยามไปเป็นอาณานิคม


คาร์เทียร์บูติค สาขาสยามพารากอน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 กว่า 15 ปีในการเปิดให้บริการ คาร์เทียร์บูติคสาขาสยามพารากอน จึงถือเป็นสาขาที่สำคัญต่อคาร์เทียร์มาโดยตลอด โดยการปรับโฉมครั้งสำคัญนี้เป็นหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 115 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างคาร์เทียร์และประเทศไทย บนพื้นที่ราว 400 ตารางเมตร บูติคคาร์เทียร์แห่งนี้ มีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านไทย โดยสอดแทรก
เอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ไว้อย่างแยบยลในทุกรายละเอียด นับตั้งแต่ก้าวเข้ามายังบริเวณหน้าบูติค

Façade เน้นความโปร่งด้วยกระจก หินอ่อนและลายดิ้นทองสะท้อนลายผนังของบ้านทรงไทยดั้งเดิม บริเวณรับรองส่วนกลางตกแต่งด้วยประติมากรรมแบบนูนต่ำ พร้อมลวดลายทัศนียภาพอันงดงามของวัดวาอารามในกรุงเทพมหานคร ที่มีเสือแพนเตอร์ สัญลักษณ์ของคาร์เทียร์เป็นตัวเอกในการเล่าเรื่อง เสมือนว่าเสือแพนเตอร์ได้ย่างกรายมาถึงประเทศไทยแล้ว แต่ละห้องเชื่อมต่อด้วยประตูโค้งทำจากไม้ผนังในห้อง Prestige ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากวัด ไปจนถึงเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้าไหมไทย ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือโซฟา

นอกจากนี้ บูติคยังประดับประดาด้วยเครื่องตกแต่งและภาพเขียนที่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทยอาทิ แชนเดอเลียที่แลดูเหมือนหยดน้ำฝนโปรยปรายลงมา สะท้อนถึงสภาพภูมิอากาศเขตร้อนในประเทศไทยที่มีฤดูฝนยาวนานถึง5 เดือน แชนเดอเลียชิ้นนี้ออกแบบและสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อบูติคแฟล็กชิพคาร์เทียร์ ประเทศไทยซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวในโลก ในส่วนของผนังบริเวณใจกลางบูติคประดับด้วยผ้าทอลายดอกราชพฤกษ์อันเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศไทยหัวใจหลักของการออกแบบตกแต่งคือสไตล์โปร่งโมเดิร์น เรียบ หรูหรา แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เป็นมิตรและเชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกอบอุ่นเมื่อเข้ามาเยี่ยมชม

เซซิล นาอูร์ (Cécile Naour) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาร์เทียร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย กล่าวว่า “บูติคโฉมใหม่นี้เป็นการบรรจบกันอย่างลงตัวของวัฒนธรรมไทยและเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ การตกแต่งอันสว่างไสวและโอ่โถงของบูติคร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบโค้งและงานฝีมืออันวิจิตรของช่างท้องถิ่นสอดแทรกอยู่ในทุกรายละเอียด สไตล์การตกแต่งที่โปร่งและหรูหราช่วยสร้างบรรยากาศให้บูติคแฟล็กชิพแห่งนี้มีเสน่ห์และสง่างาม ทั้งยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่น น่าเชื้อเชิญให้ค้นหาและเยี่ยมชมกว่าเคย”

อีกหนึ่งความพิเศษของการเฉลิมฉลอง คาร์เทียร์ จึงเปิดตัวนาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีค สยาม ลิมิเต็ด อิดิชั่น (Tank Asymétrique Siam Limited Edition) ซึ่งต่อยอดจากเรือนเวลารุ่นแทงก์ อะซีเมทรีค รุ่นที่เป็นที่หมายปองของ นักสะสมนาฬิกา ลักษณะพิเศษของนาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีค โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบสมมาตร มีมุมเฉียงขึ้นไปทางด้านขวา 30 องศา เสมือนเหลี่ยมเพชร เลข 12 อยู่เยื้องไปทางมุมขวาบนของหน้าปัดและเลข 6 อยู่มุมซ้ายล่าง จึงทำให้หน้าปัดและสายของนาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีค มีเอกลักษณ์ต่างออกไปจากเรือนเวลารุ่นอื่นๆ นาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีคสยาม ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพิ่มเอกลักษณ์ท้องถิ่นด้วยตัวเรือนแพลทินัม เม็ดมะยมทับทิม หน้าปัดตัวเลขไทย ออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ด้านหลังนาฬิกาสลักข้อความ “สยาม” และหมายเลขลำดับการผลิต นาฬิกาแทงก์ อะซีเมทรีคสยาม ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกล่องสะสมลายเสือแพนเตอร์ที่ย่างกรายอย่างสง่างามในฉากหลังวัดวาอารามอันวิจิตรตระการตาของประเทศไทย ภายในกล่องประกอบด้วยสายหนังจระเข้สีแดงทับทิมสยามที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยตนเอง ผลิตเป็นจำนวนจำกัดเพียง 55 เรือนเท่านั้น

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสฉลองเปิดตัวบูติคแฟล็กชิพโฉมใหม่ คาร์เทียร์ยังจัดแสดงอัญมณีคาร์เทียร์ คอลเลคชั่น (Cartier Collection) คอลเลคชั่นประวัติศาสตร์รวบรวมชิ้นงานหายากและทรงคุณค่าที่คาร์เทียร์เก็บรักษาไว้ คอลเลคชั่นอัญมณีเหล่านี้แสดงถึงขนบการสร้างสรรค์และสไตล์การออกแบบของคาร์เทียร์ที่มีมายาวนานกว่า 170 ปี คาร์เทียร์ คอลเลคชั่นมีความสำคัญกับคาร์เทียร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการในการออกแบบเครื่องประดับในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19

ไฮไลต์ของอัญมณีคาร์เทียร์คอลเลคชั่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ สร้อยพระศอคาร์เทียร์ ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้กับ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี) เมื่อครั้งเสด็จฯประพาสยุโรป รวมถึง เข็มกลัดเพชรทรงระย้าหรือ Garland Style อีกเทคนิคการออกแบบเครื่องประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงที่ได้รับความนิยมจากราชวงศ์ทั่วโลก, คอลเลคชั่นเครื่องประดับเพชรบนตัวเรือนแพลทินัมที่หลุยส์ คาร์เทียร์ เป็นผู้บุกเบิกนำวัสดุนี้มาใช้แทนตัวเรือนเงินเพื่อความอ่อนช้อยและขับเน้นเพชรให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และยังมีชุดเครื่องเพชรที่แสดงถึงวิวัฒนาการของสไตล์ลายเส้นและเทคนิคที่ส่งผ่านแต่ละช่วงยุคสมัย ของเมซงอีกด้วย

คาร์เทียร์ บูติคแฟล็กชิพ ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจและชื่นชอบอัญมณีและเรือนเวลา สามารถยลโฉมอัญมณีคาร์เทียร์ คอลเลคชั่น (Cartier Collection) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คาร์เทียร์ เยี่ยมชมได้ที่ www.cartier.com/en-th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @CartierTH

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top