วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ นำโดย ณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ สานต่อกิจกรรม “นิว นอร์มอล, มอร์ มันนี่ซีซั่น 2” แนะเคล็ดลับการบริหารการเงินในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ รวบรวมคำแนะนำและเคล็ดลับดีๆด้านการบริหารการเงินในยุคนิว นอร์มอล จากผู้บริหาร กูรูจากแวดวงธุรกิจ และยูทูบเบอร์ชื่อดังมาให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลในรูปแบบใหม่ที่เพิ่มความน่าสนใจและทันสมัยให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เพื่อให้ทุกคนสามารถฝ่าวิกฤตโควิด-19 และมรสุมเศรษฐกิจไปด้วยกัน
ณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ กล่าวว่า “กรุงศรี คอนซูมเมอร์เล็งเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน จากวิกฤตโควิด-19 ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารการเงิน จึงได้สานต่อกิจกรรมเฟซบุ๊คไลฟ์ “นิว นอร์มอล, มอร์ มันนี่ซีซั่น 2” แคมเปญสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊คแฟนเพจ “กรุงศรี คอนซูมเมอร์ (FB : Krungsri Consumer)” เพื่อแนะนำเคล็ดลับดีๆ ในการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชิญกูรูด้านการบริหารเงิน และการหารายได้เสริมจากช่องทางใหม่ๆ มาร่วมพูดคุยผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง เพื่อเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน ให้คนรุ่นใหม่สามารถปรับตัวให้ก้าวทันกับโลกการเงินและสภาพสังคมที่เปลี่ยนเเปลงไปในโลกยุคนิว นอร์มอล”
เริ่มต้นที่กูรู ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิชนักแสดง-พิธีกร และนักลงทุนผู้มากประสบการณ์ ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้เงินอย่างไรไม่ให้พลาดว่า สิ่งสำคัญ คือ ต้องรู้จักบริหารกระแสเงินสด การวางแผนการลงทุน ควรกันเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ในรูปแบบเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นด้วย ในยุคที่มีความไม่แน่นอนสูงนี้ ควรสำรองเงินไว้สำหรับใช้จ่ายยามฉุกเฉินสัก 6-12 เดือน โดยการเก็บเงิน อาจไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในรูปแบบเงินสดอย่างเดียว แต่อาจเป็นการลงทุนในสิ่งที่เราชอบ (passion investment) โดยเลือกเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา และเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย เช่น การเก็บนาฬิการุ่นที่สามารถปล่อยขายได้ ถือเป็นการเก็บเงินในอีกรูปแบบหนึ่ง แถมยังทำให้เกิดความสุขและได้ใช้งานด้วย
สำหรับมุมมองในการลงทุน นักแสดงผู้สนใจเรื่องการลงทุน แนะนำว่า “สิ่งสำคัญ คือการลงทุนอะไรก็ตาม ต้องกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงทุนในรูปแบบเดียว เช่น อาจจะซื้อคอนโดมิเนียมปล่อยเช่า ลงทุนในหุ้น ทำธุรกิจ เพื่อจะได้มีรายได้หลายทาง สำหรับสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ควรลงทุนตามอายุและความกล้าเสี่ยง ถ้าอายุน้อยๆ อย่างเด็กเจน Z อยากได้รับผลตอบแทนเร็ว ช่วงนี้หลายคนอาจสนใจลงทุนใน Cryptocurrency (หนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้บนตลาดออนไลน์) หากคิดว่าตนเองเข้าใจในสิ่งที่จะลงทุน และอายุยังน้อย อาจลงทุนในสัดส่วนสูงได้ เพราะเงินทุนยังน้อย แต่จะได้ประสบการณ์มากแต่หากเป็นกลุ่มที่อายุมาก รับความเสี่ยงได้น้อยก็อาจลงทุนเสี่ยงสูงไม่เกิน 10-30%
ทั้งนี้ ความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการมองเห็นโอกาส เป็นสิ่งสำคัญในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ หากยังไม่มีความเข้าใจที่มากพอควรลงทุนแบบที่ความเสี่ยงไม่สูงนัก เช่น ซื้อกองทุนรวม แต่หากมั่นใจว่า มีความรู้ ความเข้าใจตลาด ก็สามารถบริหารการลงทุนเองได้ หากเรามองเห็นโอกาส ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ อย่างเช่น ช่วงที่โควิดระบาดใหม่ๆ มีกิจการที่ได้รับผลกระทบทั้งดีและไม่ดี จึงต้องมาวิเคราะห์ว่าช่วงโควิดหุ้นตัวไหนอยู่เกณฑ์ดีก็จะตัดสินใจซื้อทันที โดยดูจากสิ่งที่อยู่รอบตัวว่าอะไรที่เราใช้มากขึ้น เราก็ซื้อหุ้นตัวนั้นได้เลย แต่ต้องเข้าใจว่าผลตอบแทนที่สูง ก็จะมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงด้วย ดังนั้น ก่อนลงทุนต้องถามตัวเองก่อนว่า รับความเสี่ยงได้แค่ไหนถึงจุดไหนที่จะต้อง Cut Loss ก็ต้องกล้าตัดสินใจส่วนจะลงทุนอะไรนั้น ก็ต้องดูว่าต้องการผลตอบแทนแค่ไหน รับความเสี่ยงได้แค่ไหน”
สำหรับคำแนะนำเคล็ดลับพลิกวิกฤตให้กลับมาอยู่รอดจาก โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ เจ้าของเพจ “The Money Coach” เผยว่า การเป็นหนี้ การใช้สินเชื่อ และชำระไม่ไหว เป็นหนี้ที่สร้างปัญหา ถ้าเป็นหนี้เวลาจะไม่เยียวยา อย่าอยู่เฉยเราสามารถพูดคุยได้ หนี้เป็นระบบคู่สัญญา ถ้ามีการเจรจา สามารถปรับเงื่อนไข และอาจจะรวมหนี้เป็นก้อนเดียวเพื่อหาสินเชื่อใหม่ แต่การเป็นหนี้ต้องถามตัวเองว่าเหนื่อยไหม ถ้าสามารถชำระได้ตามกำหนดได้ทุกเดือนแบบไม่เหนื่อยก็สามารถชำระให้หมดตามสัญญา แต่ถ้าคิดว่าเริ่มไม่ไหว ควรเริ่มจากลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง อย่ามองแค่เดือนนี้ว่าเรารอด เราควรมองไปถึงอนาคตว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าเรายังไหวไหม แต่ถ้าเราบอกว่าจ่ายได้ แต่ไม่เหลือเงินเลย แบบนี้ก็คิดว่าไม่ดีเหมือนกัน เทคนิคการเคลียร์หนี้ให้หมดไว ต้องทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 2 แรง การสร้างรายได้เพิ่มในปัจจุบันถือว่าสำคัญ ถ้าคุณมีรายได้เพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้สามารถปลดหนี้ได้เร็ว ประคับประคองสถานการณ์แต่ต้องมองหาโอกาสอยู่เสมอ การใช้จ่ายเราควรมองให้ละเอียดเรื่องการบริหารการจัดการเรื่องเงินไว้ 6-9 เดือน รวมไปถึงการบริหารภาระหนี้สิน แต่เชื่อว่าในวิกฤตจะมีโอกาสเสมอ
ปิดท้ายด้วย แม่ศศิ-ศศิวิไล โสภณวิมลสวัสดิ์ Influencer แม่และเด็ก และการท่องเที่ยว ชื่อดังจากเพจ “ฉันกลัวที่แคบ” ให้มุมมองเกี่ยวกับเทคนิคการบริหารเงินภายในบ้านตามสไตล์เเม่ศศิว่า “เริ่มจากตัวเองตอนแรกอยากจะขายกระเป๋า และบังเอิญเป็นคนชอบเที่ยว จึงเอากระเป๋าไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ และโพสต์รูป ก็จะมีคนพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวว่าไปที่ไหนมา สวยมาก เลยเริ่มเขียนคอนเทนต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวจากความรู้สึก แต่พอช่วงโควิด-19 ระบาด อาชีพของตัวเองคือการท่องเที่ยว แต่เที่ยวไม่ได้ จึงทำให้รายได้เป็นศูนย์ ต้องกลับมานั่งคิดว่า จะทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อรายจ่ายยังมีเท่าเดิมแต่รายรับเป็นศูนย์ กลับมาดูตัวเองว่ามีทักษะด้านไหนบ้าง แล้วจะเปลี่ยนมาทำอาชีพได้อย่างไร แต่ต้องมีความกล้าและตั้งใจ พอดูแล้วรู้ว่าชอบทำขนม จึงตัดสินใจทำ มีการวางแผนว่าทำอะไรได้บ้าง จะทำทั้งหมดกี่เมนู ทำให้เราได้มาขายขนมชื่อ “Sasi Homemade” แต่จุดเริ่มต้นล้วนมีอุปสรรค ต้องมีความกล้าแล้วพาตัวเองออกมาจากสิ่งนั้น กล้าคิดแล้วลงมือทำ แต่ควรจะเป็นสิ่งที่ชอบและทำแล้วมีความสุข
“เทคนิคการบริหารเงิน และการจัดการรายได้ สามารถทำให้เราแพลนอนาคต การแบ่งสัดส่วน พอมีรายได้ ก็มีการแบ่งเป็นเงินของลูก 25% พอยุคโควิดเราต้องปรับตัวโดยการเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 50% มีการเลือกลงทุนในระยะยาว เพื่อการศึกษาของลูกชาย คือ น้องตะวัน ในอนาคต การสอนลูกเรื่องการออมก็เป็นสิ่งสำคัญ เราค่อยๆ สอนให้เขารู้จักว่าการทำขนมถึงจะได้เงินมา ถ้าตะวันอยากกินช็อกโกแลต ก็ต้องทำขนมขาย เป็นการปลูกฝังให้เขาทุกวัน และถ้าจะพูดถึงการมีอาชีพเสริมในยุคนี้ก็ถือว่าสำคัญ เพราะค่าใช้จ่ายแฝง ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราจึงต้องเก็บเพิ่มมากขึ้นในเงินภาวะฉุกเฉินคิดเป็น 15% ของรายได้ แต่สุดท้ายการทำอาชีพเสริมถ้าสำหรับคนมีลูก ลองหาอาชีพที่สามารถทำร่วมกับลูกได้ ทำให้ลูกมีส่วนร่วมกับเรา ก็จะทำให้เรามีความสุขกับทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม”
สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามสาระดีๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารการเงิน รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรู้ด้านการบริหารการเงิน ได้ที่ Facebook : www.facebook.com/KrungsriConsumer/
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี