Logo วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
เต็ดตรา แพ้ค เผยผู้บริโภคมุ่งใส่ใจเทรนด์ ‘สิ่งแวดล้อม-ปัญหาขยะ-สุขภาพ’

เต็ดตรา แพ้ค เผยผู้บริโภคมุ่งใส่ใจเทรนด์ ‘สิ่งแวดล้อม-ปัญหาขยะ-สุขภาพ’

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.49 น.
Tag : เต็ดตรา แพ้ค
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“เต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์ 2564” ผลสำรวจแรงจูงใจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก ก้าวสู่ “วิถีใหม่” มุ่งใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะ และสุขภาพ

10 พฤศจิกายน 2564 เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาคิดทบทวนถึงแนวทางการใช้ชีวิตและการเปลี่ยนวิถีชีวิตในแต่ละวันของพวกเขา โดยในรายงานเต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์ ฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด  พบว่า การระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้ตอกย้ำให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านหรือกับผู้คนรอบๆ ตัว การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในความสัมพันธ์เหล่านี้


นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การระบาดใหญ่ชี้ให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและยังได้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนต่าง ๆ ในระบบอาหารออกมาให้เราเห็นอย่างชัดเจน ความกังวลมากมายที่เรามีต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจนมากขึ้น มลพิษและขยะพลาสติกในมหาสมุทรนั้นถือเป็นความกังวลหลักที่เกิดขึ้น (83%) ตามด้วยภาวะโลกร้อน (78%) ซึ่งนับเป็นสามในสี่ของผู้บริโภคที่ทำแบบสำรวจใน 9 ประเทศ โดยนำหน้าความกังวลในเรื่องปัญหาขยะอาหาร (77%) และการเข้าถึงอาหาร (71%) ยิ่งไปกว่านั้น เกือบครึ่ง (49%) ของประชากรทั่วโลกยังตระหนักว่า ทุกการตัดสินใจของพวกเขาในชีวิตล้วนส่งผลส่งกระทบผลต่อสิ่งแวดล้อม

“การขาดอิสรภาพและไร้ทางเลือกในช่วงกว่า 20 เดือนที่ผ่านมาได้ผลักดันให้ผู้บริโภคทำทุกหนทางที่จะได้กลับมาควบคุมและเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เป็นอยู่  พวกเขามองหาสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแบบเชิงรุก เช่น การเลือกรับประทานอาหาร เพื่อยกระดับสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ และการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว โดยหันมารีไซเคิลมากขึ้นและลดการสร้างขยะ ยกตัวอย่างเช่น 62% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของสิ่งที่พวกเขาเลือกรับประทาน ในขณะที่ 54% ทิ้งอาหารน้อยลงกว่าในช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กว่า 72% ของผู้บริโภคเชื่อว่า “บุคคลเช่นฉัน” จะต้องลงมือทำทันที มิฉะนั้นจะล้มเหลวในรุ่นต่อไปในอนาคต” นายสุภนัฐ กล่าว

ทั้งนี้ กว่าหนึ่งในสามของผู้ทำแบบสำรวจ (35%) จะเลือกแบรนด์จากข้อมูลรับรองด้านความยั่งยืนมากกว่าในช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่ ในขณะที่หนึ่งในสอง (50%) กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่บรรจุภัณฑ์อาหารจะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 61% คาดหวังให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มก้าวมาเป็นผู้นำในการหาแนวทางโซลูชันอันยั่งยืน ด้วยการใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่าที่เคย เราจะเห็น “ร่องรอย” ของขยะที่เราสร้างขึ้นมาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ในการแก้ปัญหานี้ ผู้บริโภคเลือกเปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเอง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์รอบตัวที่เกิดขึ้น มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริโภค (55%) มีความรอบคอบในการเลือกซื้ออาหารมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการทิ้งและสร้างขยะอาหาร

ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่ง (46%) ชี้ว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ พวกเขาพยายามคัดแยกขยะ ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษ แก้ว หรือพลาสติก เพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างเหมาะสมต่อไป หนึ่งในสอง (50%) บอกว่า พวกเขาจะหันมารีไซเคิลให้มากขึ้นในปีหน้า เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

การทำกิจกรรมร่วมกันนอกบ้าน เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ และผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อของจากผู้ประกอบการท้องถิ่น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากในประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นระหว่างสิ่งแวดล้อมและสังคม นอกเหนือจากครอบครัวและเพื่อนฝูงแล้ว ทุกคนยังพยายามที่จะสร้างสังคมใหม่ร่วมกัน โดยเกือบหนึ่งในสาม (32%) ร่วมผลักดันให้ชุมชนของพวกเขาหันมาลดขยะกันอย่างเต็มที่

“ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ ผู้บริโภคต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องสูญเสียหลายๆ สิ่ง สิ่งที่ชัดเจนก็คือ ผู้บริโภคกำลังหันมาเริ่มจากตัวพวกเขาเองเพื่อสร้างอนาคตที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และคาดหวังว่าบริษัทต่าง ๆ จะเลือกทำแบบเดียวกัน รวมถึงช่วยให้พวกเขาสามารถทำภารกิจเพื่อโลกใบนี้ได้สำเร็จลุล่วง” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

นายสุภนัฐ กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์ ได้พูดถึงเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่เสมอ แต่รายงานในปีนี้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เราเองสังเกตได้จากผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างชัดเจน การกลับไปใช้ชีวิตธรรมดาในแบบเดิมๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการทำอาหารที่บ้าน การรับประทานอาหารกับครอบครัว และการลดขยะ ได้เปลี่ยนความวิตกกังวลไปสู่การดูแลป้องกันอย่างจริงจัง พฤติกรรมของพวกเรากำลังเปลี่ยนไปสู่วิถีใหม่จากการเกิดขึ้นของการระบาดใหญ่ และเราทุกคนต่างเต็มใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ และสุขภาพด้วยตัวของเราเองมากกว่าที่เป็นมา

หมอผิง-พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย(USA) และนักเขียนชื่อดัง กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ต้องการอาหารที่เป็นอาหารจากธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่ง ไม่หวาน ไม่มัน รวมทั้งต้องการมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีไปด้วยกัน สถานการณ์โควิด-19 เหมือนการที่มีอะไรมาทำให้เราตื่น ทำให้ตระหนักว่า เราต้องดูแลสุขภาพของตัวเอง สุขภาพของคนในครอบครัวให้มีความปลอดภัย และการตื่นขึ้นในครั้งนี้ ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ตื่นขึ้นมาแล้วก็หลับไปอีกครั้ง

ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ อินฟลูเอนเซอร์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังจากเพจ Kong green green กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่สถานการณ์โควิด-19 เท่านั้นที่ส่งผลกระทบ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์อื่นๆ ด้วย อาทิ ภาวะโลกร้อน ไฟป่า น้ำท่วม ทำให้ผู้บริโภคได้พยายามค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เช่น เรื่องของการกินคลีน เรื่องการแยกขยะ คิดหาวิธีรีไซเคิล เป็นต้น รวมทั้งผู้บริโภคจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองด้วย

-(016)

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย

'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง

รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved