วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
ผู้ผลิตสินค้าในประเทศของเราต้องกล้าก้าวออกจาก comfort zone ต้องพัฒนาสินค้าเพื่อให้ได้มาตรฐานโลก และต่อยอดสินค้าให้ก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้ brand ของคนไทยได้อยู่บนเวทีโลกให้ได้
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับคุณชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ Group Managing Director VT Groupถึงการทำให้สินค้าไทยได้มาตรฐานโลก และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า Made in Thailand
l การผลิตชุด PPE สำหรับใช้ในวงการสาธารณสุขสากลจนได้มาตรฐานโลก ต้องมีกระบวนการและขั้นตอนใดบ้างครับ
คุณชลัมพล : อันดับแรกคือประเทศตะวันตกที่นำเข้า PPE ที่ผลิตจากไทยจะเน้นหนักเรื่องมาตรฐานการผลิต และมาตรฐานผลิตภัณฑ์มากเป็นอันดับแรก ผู้สั่งสินค้าจากไทยต้องเข้ามาดูกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนและดูลึกไปจนถึงวัตถุดิบที่ใช้ อันที่จริงสินค้าด้านสาธารณสุขของไทยจำนวนมากเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างดีจากหลายรัฐในสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปตะวันตกโดยเฉพาะชุด PPE ที่แพทย์และพยาบาลต้องสวมขณะปฏิบัติงาน สินค้าเหล่านี้ต้องได้รับ ISO พิเศษ ซึ่งเป็นระดับเทียบเท่ากับ ISO 9001 แต่ต้องเป็น ISO สำหรับอุตสาหกรรมผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงโรงงานผลิตวัคซีน ผลิตเข็มฉีดยา โดยมีชื่อ ISO 13485 เท่ากับได้รับการรับรองว่าระบบและกระบวนการผลิตได้มาตรฐานสากล โดยสินค้าที่ผลิตต้องใช้ได้ผลดีสำหรับการรักษาผู้ป่วย และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงใดๆ ในการรักษาพยาบาล แต่เราทุกคนก็มักจะได้ยินคุณหมอพูดบ่อยๆ ว่าวัคซีนบางชนิดอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ความเสี่ยงก็ต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ คือต้องให้ผลดีมากกว่าผลเสีย สำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์ก็ถือหลักเกณฑ์เดียวกัน สรุปคือกระบวนการผลิตต้องได้มาตรฐานสากล ส่วนมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ก็ต้องผ่านการรับรองคุณภาพด้วยเช่นกัน ต้องได้รับ certified ชนิด CE ตามมาตรฐานยุโรป เพราะฉะนั้นเมื่อเราดูสินค้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐานยุโรปจะพบการ certified แบบ CE ทั้งสิ้น สำหรับสินค้าที่บริษัทเราผลิตนั้น ได้ CE เรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจมากคือ certified 50101 หรือ CE 50101 ซึ่งเป็น CE เฉพาะของเราที่ได้สำหรับ ชุด PPE แบบ coverall คือแบบสวมทั้งตัว CE ตัวนี้เป็นการเฉพาะเจาะจงว่าผลิตภัณฑ์ของเราได้มาตรฐานสากลในวงการแพทย์ส่วน ISO 13485 นี้ เราได้รับจากเยอรมนี นอกจากนี้ การ certified สินค้าแต่ละรัฐในสหรัฐฯยังมีความแตกต่างกันไปตามกฎระเบียบของแต่ละรัฐซึ่งเราก็ได้รับ certified จากรัฐเวอร์จิเนียด้วย FDA ของสหรัฐฯ คือองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ เข้มงวดกับมาตรฐานสินค้ามาก ต้องมีการทบทวนการให้ certified ทุกปี ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าสินค้าที่เราผลิต ซึ่งก็คือสินค้าของคนไทยมีมาตรฐานโลก และเป็นที่ยอมรับในประเทศที่เจริญแล้วทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ แต่ที่น่าภูมิใจคือ สินค้าของเราติดตรา Made In Thailand
l Certified ต่างๆ ที่สินค้าไทยได้รับจากยุโรป และสหรัฐฯ คือการยืนยันว่าสินค้าไทยได้มาตรฐานโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการผลิตของเราได้มาตรฐานโลกด้วย
คุณชลัมพล : ใช่ครับ นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจ และอยากให้คนไทยทุกคนภูมิใจในสินค้าไทยด้วยครับ ผมขออธิบายเพิ่มเติมนะครับ อย่าง CEที่เราได้มานี้ เป็น CE ที่จะต้องส่งสินค้าที่เราผลิตไปตรวจสอบในห้องแล็บในยุโรปตะวันตกเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องผ่านการตรวจสอบจากห้องแล็บนอกทวีปยุโรป แต่ต้องเป็นแล็บที่ทางการยุโรปให้การรับรองเท่านั้น ไม่ใช่ห้องแล็บทั่วไป สำหรับแล็บในยุโรปที่ได้รับการยอมรับให้ตรวจชุด PPE ก็ไม่ได้มีในทุกประเทศในยุโรป แต่มีในบางประเทศเท่านั้นการตรวจสอบคุณสมบัติชุด PPE และเสื้อกาวน์สำหรับแพทย์ใช้ในห้องผ่าตัดนั้น ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนจนได้รับการยอมรับว่าได้มาตรฐานสูงสุด จึงอนุมัติให้นำเข้าไปใช้ในยุโรปได้มีการทดลองอย่างหนึ่งคือ ใช้เชื้อไวรัสชนิดที่มีขนาดเล็กกว่าไวรัสโควิด-19 ถึง 4 เท่าที่ปนเปื้อนอยู่ในเลือด การทดลองนี้ใช้การฉีดเลือดที่ปนเปื้อนไวรัสดังกล่าวด้วยเครื่องฉีดแรงดันสูงให้ผ่านเนื้อผ้าและตะเข็บของชุด เพื่อเช็คว่าไวรัสสามารถผ่านเข้าไปในตัวของผู้สวมชุดได้หรือไม่ ซึ่งสินค้าของเราผ่านการตรวจสอบเช่นนี้มาแล้ว และพบว่าไวรัสไม่สามารถแทรกซึมผ่านผ้าและตะเข็บชุดที่เราผลิตได้ เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว เราจึงได้ certified มา
l การ Test แบบนี้ทำในประเทศไหนครับ
คุณชลัมพล : เราส่งไป test ที่ห้องแล็บในสเปนครับ แต่เมื่อเราได้รับการ certified แล้ว เมื่อถึงระยะหนึ่งปีก็ต้อง test ใหม่ทุกรอบปี เพื่อความมั่นใจว่าคุณภาพการผลิตยังได้มาตรฐานเหมือนเดิม โดยใช้การซุ่มตรวจ ดังนั้น การผลิตของเราทุกกระบวนการและทุกขั้นตอนจึงต้องเน้นมาตรฐานตลอดเวลา และต้องรักษามาตรฐานไว้ตลอดไป ทั้งๆ ที่ใบ CE ที่เราได้รับจะมีอายุครั้งละ 5 ปี แต่ก็ต้องถูก test ทุกปี การ test แต่ละครั้งจะต่างกันไป เช่น test ด้วยเลือดปนเปื้อนไวรัสบ้าง test ด้วยสารเคมีต่างๆ บางชนิดเป็นกรด บางชนิดเป็นด่าง หรือบางชนิดผสมแอลกอฮอล์ โดยสารทั้งหมดที่ใช้ test ต้องไม่ซึมผ่านทะลุเนื้อผ้าและตะเข็บชุด อันที่จริงเรายังผลิตชุด coverall อื่นๆ นอกจาก PPE ด้วย ชุดเหล่านั้นใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรป โดยเฉพาะขั้นตอนสำหรับพ่นสีรถยนต์ ที่เรียนเรื่องนี้ให้ทราบก็เพื่อจะบอกว่าเราไม่ได้ผลิตชุด PPE เท่านั้น แต่ยังผลิตชุดสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ในยุโรปอีกด้วย
l แรกเริ่มโรงงานของคุณผลิตเสื้อผ้าทั่วไปใช่ไหมครับ แล้วต้องปรับตัวนานไหมครับเมื่อต้องผลิตชุด PPE
คุณชลัมพล : อันที่จริงเราพัฒนาเนื้อผ้าสำหรับทำชุด PPE มาเมื่อปี 2017 แล้วครับ แต่ในช่วงนั้นความต้องการชุด PPE ที่ผลิตด้วยเนื้อผ้าของเรายังน้อยมาก เพราะยังไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราเคยยื่นขอ ISO 13485 มาแล้ว รวมถึงขอ CE มาแล้วด้วย เราเคยพยายามพัฒนาสินค้าของเราในหลายรูปแบบ แต่ในช่วงนั้นความต้องการสินค้าที่เราผลิตยังไม่มากนัก เราจึงเก็บโครงการที่เราคิดไว้ก่อน พอถึงช่วงโควิด-19 ระบาด เราก็จึงนำสิ่งที่เราคิดไว้กลับมาใช้ เราจึงขอ CE ได้ในเวลาไม่นานนัก คือเพียงสองเดือนครึ่งเท่านั้น เรามีสินค้าอยู่แล้ว และเรารู้ว่าต้องหาวัตถุดิบจากที่ไหน เราจึงเริ่มต้นการผลิตได้รวดเร็ว และได้รับการ certifiedในระยะเวลาที่รวดเร็วเช่นกัน คือเราต่อยอดธุรกิจของเรา เพราะเดิมเราผลิตเสื้อผ้าชนิดกันน้ำอยู่ก่อนแล้ว เช่น ชุดสำหรับสวมเล่นเจ็ทสกี กางเกงว่ายน้ำ ชุดว่ายน้ำ และเสื้อผ้าสำหรับเดินป่า เมื่อเราต้องต่อยอดผลิตภัณฑ์ของเรา เราจึงปรับตัวได้เร็ว
l การปรับตัวจากผู้ผลิตสินค้าให้คนอื่นนำไปติดยี่ห้อ หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) กับการผลิตและติดตราสินค้าหรือ brand ของเราเอง ต้องปรับตัวมากไหมครับ
คุณชลัมพล : ก็ปรับตัวพอประมาณ แต่เราก็พยายามจะผลิตสินค้าและติดตราของตัวเองมาโดยตลอดครับ เพราะมันช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าของเรามากกว่าการเป็น OEM เราจึงตั้งใจจะเป็น ODM (Original Design Manufacturer หรือการผลิตสินค้าที่มี design เป็นของตนเอง) มาโดยตลอด แล้วสุดท้ายเราก็ต้องการจะเป็น Original Brand Manufacturer (OBM)เพราะการผลิตสินค้าที่มีตราเป็นของเราเองถือว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดีที่สุดให้กับผลิตภัณฑ์ที่เราสร้าง อย่างเช่นสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ของเรา เราใช้ brand ว่า silguard ซึ่งแบรนด์นี้ได้รับ CE แล้ว และได้มาตรฐานระดับโลกด้วย
l แสดงว่าโรงงานของคุณต้องทำ R&D (research and development) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ใช่ไหมครับ
คุณชลัมพล : ครับ มันจำเป็นครับ คือผมมองว่าการผลิตของประเทศไทยเหมือนถูกขนาบข้าง (sandwich) จากประเทศที่มีค่าแรงถูกมากๆ เช่น เมียนมา บังกลาเทศ และจีน ซึ่งเราไม่มีทางสู้เขาได้ในเรื่องค่าแรงราคาถูก แต่อีกฝั่งหนึ่งเราถูกประเทศที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเราบีบเราอย่างหนัก เราอยู่ตรงกลางมีทางเลือกน้อยถามตัวเองว่าเราจะแข่งกับตลาดล่างหรือบนจะแข่งแบบ Red Ocean ที่ใช้ราคาเป็นตัวแข่งอย่างดุเดือด ซึ่งได้กำไรไม่มากนัก แต่ต้องลงทุนมาก กับอีกแบบหนึ่งคือแข่งแบบ Blue Ocean ที่เน้นการสร้างนวัตกรรม เน้นเทคโนโลยีทันสมัย เราต้องเลือก อย่าลืมว่าเกาหลีใต้ และไต้หวันก็เคยอยู่ในสภาพแบบเรามาก่อน แต่เขาข้ามปัญหานี้ไปได้แล้ว เขากลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงแล้ว ไทยเราต้องถูกบังคับให้เดินไปตามแบบนั้น แต่ปัญหาคือเราต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการของไทยต้องคิดและต้องเดินต่อไป
l คุณคิดว่าทำไมผู้ประกอบการไทยส่วนหนึ่งที่มีจำนวนไม่น้อยไม่ก้าวข้ามปัญหานี้ เขาไม่พร้อมหรือเพราะว่าเขากลัวอะไรครับ
คุณชลัมพล : ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าคนบ้านเราจำนวนหนึ่งกลัวความผิดพลาดกลัวลองแล้วผิดพลาด กลัวล้มเหลว แต่เขาลืมไปว่าความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานหากเราไม่ลงมือทดลอง เราก็จะไม่สามารถทำสิ่งใหม่ๆ ได้ แม้ทำแล้วอาจล้มเหลว แต่ก็เป็นบทเรียนสำหรับการปรับตัวในอนาคต การจะขึ้นไปสู่ระดับที่สูงกว่าต้องกล้าทำสิ่งใหม่ๆ ต้องกล้าข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เพื่อก้าวไปเป็นประเทศพัฒนา ต้องกล้าออกจาก comfort zone ถ้ากล้าก็จะไปถึงความฝันได้ สำหรับผม ผมถือว่าเราสร้างสินค้าที่ได้มาตรฐานโลกเพื่อให้ประเทศของเรามีการพัฒนาด้านการผลิต เพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยในอนาคตด้วย เมื่อเราผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานโลกแล้ว เราสามารถต่อยอดได้โดยไม่ยาก
คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี