วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่บริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แม้จะทราบกันดีว่าผักผลไม้ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยลดการดูดซึมไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือด มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการอักเสบของเซลล์ และเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฯลฯ
แต่ด้วยหลายๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตที่เร่งรีบหรือพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปจึงมักจะเน้นไปที่ความสะดวก รวดเร็วและมักจะจบลงที่เมนูเดิมๆอยู่เสมอ หากสังเกตให้ดีจะพบว่าในแต่ละเมนูมักจะไม่ค่อยมีผักเป็นส่วนประกอบหลัก หรือแม้แต่ความไม่ชอบกินผักมาตั้งแต่เด็กๆ ฯลฯ ข้อมูลจาก อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ กรรมการสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้ผักอยู่ในมื้ออาหารของเราน้อยลง ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากมาย ตั้งแต่ ท้องผูก ผิวพรรณหมองไม่สดใส เจ็บป่วยบ่อยไปจนถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา เรามาดูรายละเอียดดังต่อไปนี้
.jpg)
เสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือแม้แต่โรคมะเร็งบางชนิด เพราะในผักผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารไฟโตนิวเทรียนท์ ฯลฯ ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ต่อสู้กับสารก่อมะเร็ง และช่วยลดอาการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย รวมถึงป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดที่จะนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ
ปัญหาต่อสุขภาพลำไส้ เพราะเส้นใยอาหารจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เร่งการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย รวมถึงช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ แต่หากร่างกายได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ระบบลำไส้ ระบบขับถ่ายก็จะแปรปรวนตามกันไป โดยจะมีผลกระทบต่อผิวพรรณ และอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก ริดสีดวง หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
ระบบภูมิคุ้มกันแย่ เมื่อร่างกายไม่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุจากผัก ก็จะเป็นหวัดได้ง่าย ป่วยเป็นประจำ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ เจ็บคออยู่บ่อยๆ และติดเชื้อได้ง่าย หากปล่อยไปเรื่อยๆ ร่างกายก็อาจเกิดความบกพร่องที่เฉพาะเจาะจง เช่น อาการขาดแร่ธาตุบางชนิด เกิดภาวะซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น
อ้วนขึ้นแน่ๆ ผักและผลไม้ เป็นอาหารที่ให้ไขมันต่ำและมีไฟเบอร์สูง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายอิ่มได้ยาวนานมากขึ้น ลดความอยากอาหารในมื้อต่อๆไป และยังช่วยในการควบคุมปริมาณแคลอรีในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ต่างจากการรับประทานอาหารที่เน้นเนื้อสัตว์ หรือที่มีไขมันสูงหรืออาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด ซึ่งนอกจากจะเพิ่มไขมันในร่างกายแล้ว ยังทำให้น้ำหนักขึ้นเร็ว ยิ่งอายุเยอะระบบเผาผลาญก็จะทำงานได้น้อยลง ทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ง่าย
.jpg)
ปัญหาทางด้านสายตา เนื่องจากในผักและผลไม้ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น วิตามิเอ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา และการมองเห็น หรือสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของ ลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพที่จอประสาทตา และการเกิดต้อกระจก
เมื่อรู้โทษของการบริโภคผักน้อยหรือไม่บริโภคเลย เราคงต้องหันมาใส่ใจกับอาหารประเภทผักให้มากขึ้นสักหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับละเลยอาหารประเภทอื่นๆ เพราะหลักในการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกายก็ต้องบริโภคครบทั้ง 5 หมู่อย่างหลากหลายในปริมาณเหมาะสมโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)แนะนำให้ในแต่ละวันควรบริโภคผักและผลไม้อย่างต่ำวันละ 400 กรัม หรือประมาณ 4-6 ทัพพี แต่หากเป็นผักสุกต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า ซึ่งฟังดูอาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็มีหลายวิธีที่จะกินผักได้มากขึ้น เช่น ปั่นเป็นสมูทตี้ เตรียมผักสดมาเป็นผักเคียงอาหารจานหลักแทนอาหารหมักดอง มีผลไม้หรือกล่องผักสลัดติดตู้เย็น พร้อมรับประทานเป็นอาหารว่าง
แน่นอนการป้องกันย่อมดีกว่าปล่อยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เข้ามาจู่โจมทำร้ายสุขภาพคุณแต่ด้วยเหตุอะไรก็ตามที่ไม่สามารถบริโภคผักผลไม้ในปริมาณที่แนะนำได้จึงควรเพิ่มปริมาณผักผลไม้ในอาหารทุกมื้อนอกจากให้ความสำคัญเรื่องของอาหารกันแล้ว คุณไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในด้านอื่นๆ ควบคู่กันไป เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ทำใจให้แจ่มใส่ไม่เครียด อย่านอนดึกให้พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเค็มหรือหวานจัด เนื่องจากร่างกายเราเริ่มเสื่อมถอยลงทุกวัน อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วจึงตระหนัก เพราะมันอาจจะสายเกินไป ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นใส่ใจดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้น เพื่อการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมีความสุข
ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี