วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ในช่วงเวลาที่เริ่มเข้าใกล้ปีใหม่แบบนี้ หลายคนอาจจะเริ่มมองหาเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม และเชื่อว่าหนึ่งข้อในลิสต์ของคนจำนวนไม่น้อยคงจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายฟิตหุ่น การเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และอีกหลากหลายเป้าหมายสู่สุขภาพที่ดี โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เรื่องการดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญต่อตัวเองและคนรอบข้าง มาฟัง 3 วิธีเปลี่ยนตัวเองแบบง่ายๆ เพื่อรักษาและบำรุง “การเผาผลาญ” (Metabolism) ของร่างกาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อยากให้ทุกคนหันมาสนใจ สำหรับคนที่อยากให้ของขวัญชิ้นพิเศษกับตัวเองในช่วงปีใหม่ด้วยการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
.jpg)
พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า อย่างที่หลายคนทราบกัน การเผาผลาญ หรือ เมแทบอลิซึม คือกระบวนการการเปลี่ยนแปลงอาหารและน้ำที่บริโภคให้เป็นพลังงาน ซึ่งการเผาผลาญนั้นก็มีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมพลังงานไปใช้ในการหล่อเลี้ยง ขับเคลื่อน และ ดำรงชีพในชีวิตประจำวัน ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ กระบวนการสลาย (Catabolism) ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอาหารของอาหารและน้ำให้เปลี่ยนให้อยู่ในรูปของพลังงาน และ กระบวนการสร้าง (Anabolism) ทำหน้าที่นำพลังงานที่ได้จากการบริโภคมาสร้างหรือซ่อมแซมเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย โดยการเผาผลาญในแต่ละวันจะถูกแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) การเผาผลาญพื้นฐาน เป็นการทำงานตามปกติของร่างกาย คิดเป็น 50% ของการเผาผลาญทั้งหมดในแต่ละวัน 2) การเผาผลาญจากการย่อยอาหาร สำหรับอาหารต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน 3) การเผาผลาญจากการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเล่นโยคะ รวมไปถึง การเล่นกีฬาต่าง ๆ 4) การเผาผลาญจากการเคลื่อนไหวระหว่างวัน เกิดจากการขยับตัวในชีวิตประจำวัน อาทิ การยกของ การขึ้นลงบันได ล้างจาน หรือ แม้แต่การเดิน จึงทำให้การเผาผลาญนั้นมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ซึ่งการรับประทานอาหารในปริมาณมากแต่ร่างกายไม่ได้มีการใช้พลังงานเท่าที่ควร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่มักมีการเคลื่อนไหวน้อยหรือออกกำลังกายไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง และนำไปสู่การการเผาผลาญที่น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น จนเกิดเป็นภาวะอ้วนลงพุง อีกทั้งยังทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ การหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายและการเผาผลาญจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
3 วิธีที่เราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองและพัฒนาการเผาผลาญให้ดี เริ่มที่ 1.ทานอาหารให้หลากหลายและทานอาหารที่มีประโยชน์ หลายคนอาจจะได้ยินว่า อาหารและเครื่องดื่มบางประเภทสามารถช่วยบำรุงให้การเผาผลาญได้ดีขึ้น เช่น กาแฟ ชา พริก แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่มีอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลวิจัยรับรองว่าสามารถช่วยเรื่องการเผาผลาญได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้น คำตอบที่ง่ายที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพคือการทานอาหารที่สมดุลและหลากหลาย (Healthy Balance Diet) ไม่ว่าจะเป็น การทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง อย่างน้อย 5 กำมือต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เกิดความสมดุลและหลากหลาย ซึ่งจะช่วยบำรุงการทำงานของร่างกายและการควบคุมน้ำหนัก และ การแบ่งสัดส่วนการทานอาหารแบบ 2:1:1 ตลอดจน การเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ขวัญใจคนไทย ไม่ว่าจะเป็น ของทอด ของมัน หมูกระทะ พิซซ่า น้ำอัดลม ฯลฯ การเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการเผาผลาญก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนได้ไม่ยาก ถึงแม้ว่าจะต้องโบกมือลาอาหารโปรดบางจานบ้างก็ตาม
2.พักผ่อนให้เพียงพอ อำลาแก๊งใต้ตาคล้ำ ร่างกายของเราทำงานตลอดเวลา 24 ชม. ต่อวันตลอดปี แม้เวลาเรานอนหลับ ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตามที่ร่างกายของเราต้องการนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ เพราะเวลาที่ร่างกายเราเข้าสู่การนอนหลับ นอกจากที่ร่างกายเราจะได้พักสมองและสำรองพลังงานในร่างกายแล้ว การนอนยังมีส่วนช่วยสร้างสมดุลต่อฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายของเราอีกด้วย ซึ่งกลไกของร่างกายทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย การที่เราได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการจะมีส่วนช่วยให้การเผาผลาญของเราสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
3.เริ่มออกกำลังกายวันนี้ สุขภาพดียั่งยืน และอีกวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี คือ การออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายสามารถช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญ ทั้งยังไปกระตุ้นให้การเผาผลาญส่วนที่เกิดจากการออกกำลังกายนั้นทำงานอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายเป็นวิธีที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการจะฟิตหุ่นลดน้ำหนักก่อนช่วงปีใหม่ โดยการออกกำลังกายที่ควรจะทำเป็นกิจวัตร ได้แก่ การออกกำลังกายแบบคาดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน เป็นอย่างน้อย 150 – 300 นาทีต่อสัปดาห์ และการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เป็นอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อดูแลการเผาผลาญของเราให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนนี้ สำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อดูแลการเผาผลาญของตัวเอง การใช้ “นาฬิกาสมาร์ทวอทช์” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเอง ผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งอุปกรณ์จากการ์มิน ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยในการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายได้แบบ 24 ชั่วโมง กับ 8 เทคโนโลยีด้านสุขภาพในสมาร์ทวอทช์จากการ์มิน ไม่ว่าจะเป็น การวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox Blood Sensor) การติดตามการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Function) การติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) การฝึกความแข็งแรง (Strength Training) การวัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) การติดตามการนอนหลับ (Sleep Monitoring)การติดตามการดื่มน้ำ (Hydration Tracking) และการติดตามการเผาผลาญขณะพัก (Resting Calories) ซึ่งการพักผ่อนที่เพียงพอและการดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การเผาผลาญคงที่
การมีสุขภาพที่ดี สามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการเลือกที่จะเริ่มดูแลตัวเอง เพราะ ‘สุขภาพคือสิ่งที่คุณเลือก (Health is a choice)’ รวมไปถึงการดูแล “การเผาผลาญ” ผ่านการทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน และ การใช้ชีวิตแบบ “แอคทีฟไลฟ์สไตล์”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี