วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ขณะที่โรคระบาดไวรัสโคโรนายังไม่มีทีท่าจะหายไปง่ายๆ การหันมาใช้โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (digital infrastructure) เพื่อรองรับการทำงานระยะไกลและการทำธุรกรรมและธุรกิจออนไลน์ จึงกลายเป็นที่แพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูในประเทศไทยในช่วงโรคระบาด เนื่องจากผู้บริโภคนิยมซื้อของจากที่บ้านมากขึ้นและมีการปิดร้านค้าออฟไลน์และร้านอาหารต่างๆ ในช่วงล็อกดาวน์
เจ้าของธุรกิจต่างๆ เริ่มเรียนรู้ว่า การเปลี่ยนจากการมีหน้าร้านเพียงอย่างเดียวเป็นร้านค้าออนไลน์จะช่วยให้พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคและก้าวต่อไปได้ ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) และแบรนด์ต่างๆในประเทศไทยเช่นเดียวกับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก สอดคล้องกับรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของประเทศไทยที่กล่าวว่า ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปีนี้มีธุรกิจเข้ามาจดทะเบียนในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซกว่า 794 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีการจดทะเบียนเพียง 576 รายเท่านั้น
ธุรกิจจำนวนมากกำลังก้าวเข้าสู่โลกอี-คอมเมิร์ซ ผู้ขายออนไลน์มือใหม่จึงต้องเผชิญกับโลกของการค้าออนไลน์เป็นครั้งแรกโดยไม่มีประสบการณ์ที่มากพอธุรกิจที่กำลังมองหาลู่ทางเพื่อยกระดับทักษะด้านอี-คอมเมิร์ซของตนพบว่า แบรนด์ของพวกเขามียอดการเข้าเยี่ยมชม (Online Traffic) การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) รวมไปถึงยอดขายที่มากขึ้น ผ่านการมีส่วนร่วมกับลูกค้าทั้งในประเทศและทั่วโลกด้วยแพลตฟอร์มที่กว้างขวางขึ้น
ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้วิธีนี้คือ บริษัท แทนทอง อาร์ต จำกัดซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อัญมณีทำมือในช่วงแรก ทางแบรนด์ขายผ่านร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์และขายที่งานแสดงสินค้ามาโดยตลอด และเมื่อ COVID-19 ระบาดจนทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงล็อกดาวน์ ทางแบรนด์ก็สัมผัสได้ถึงความลำบากเพราะขาดแหล่งขายสินค้าหลักไป
วัลยา สุวรรณาภิรมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แทนทอง อาร์ต จำกัด เห็นถึงพลังของอี-คอมเมิร์ซ เมื่อมีอินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์ขายผลิตภัณฑ์ในงานแสดงสินค้าและขายคอลเลคชั่นของบูธหมดภายในวันเดียว ดังนั้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายความรู้ด้านอี-คอมเมิร์ซและช่วยให้บริษัทของเธอเติบโตท่ามกลางวิกฤตโควิด เธอจึงเข้าร่วมโครงการฝึกอบรม Alibaba Netpreneur ซึ่งจัดโดย Alibaba Global Initiatives (AGI)
โครงการดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้นำด้านธุรกิจนำขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมและใช้ได้จริงไปยกระดับแบรนด์ของตนเองเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) ตามเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการของอาลีบาบา ซึ่งทำให้ฐานลูกค้าของ แทนทอง อาร์ต ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และทำให้เห็นยอดขายเติบโตมากกว่า 20% ในช่วง 10 เดือน นับตั้งแต่ที่ทางแบรนด์เปลี่ยนรูปแบบการขายสู่ออนไลน์และเปิดตัวเว็บไซต์เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
“นอกเหนือจากกระแสอี-คอมเมิร์ซแล้ว โครงการนี้ยังช่วยทำให้เราเห็นว่า เราสามารถนำข้อมูลเชิงลึกและโมเดลธุรกิจไปใช้กับบริษัทของเราได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยพลิกธุรกิจของเรา นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าทั่วโลก และผ่านความยากลำบากที่เกิดจากโรคระบาดในครั้งนี้” วัลยา กล่าว
ในขณะที่คนทั้งโลกต้องดำเนินชีวิตและทำงานต่อไปในสภาพแวดล้อมที่มีโรคระบาด การได้รับประสบการณ์และโอกาสใหม่ๆ จึงจำเป็นต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อี-คอมเมิร์ซจะเป็นรูปแบบหลักในการจับจ่ายซื้อของในอนาคตอันใกล้ และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจในการทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์และทำให้แบรนด์อยู่เหนือวิกฤตโรคระบาดได้
“สถานการณ์การระบาดของโควิดในครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า เราควรปรับเปลี่ยนธุรกิจของเราให้เป็นแบบออนไลน์ให้เร็วที่สุด อีกทั้งเรายังต้องประเมินรูปแบบธุรกิจของเราใหม่ รวมไปถึงวิธีการสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้าของเรา ในฐานะที่เราเป็นธุรกิจที่ใหม่มากๆ สำหรับอี-คอมเมิร์ซเราจึงตระหนักได้ว่า ขั้นตอนแรกในเส้นทางอี-คอมเมิร์ซของเราคือการหาช่องทางและแพลตฟอร์มที่เหมาะสมเพื่อพาให้เราบรรลุเป้าหมายนี้” วัลยา กล่าวในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี