ศูนย์บริการทางการแพทย์หริภุญไชย พัฒนาองค์ความรู้สู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน

ศูนย์บริการทางการแพทย์หริภุญไชย พัฒนาองค์ความรู้สู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาองค์ความรู้สู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน ก่อตั้ง “ศูนย์บริการทางการแพทย์หริภุญไชย” ขึ้นที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โรงพยาบาลแห่งใหม่ของลำพูน เพื่อขยายโอกาสในการดูแลรักษาผู้ป่วย อีกทั้ง เป็นการพัฒนาพื้นที่เพื่อขยายงานด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย

ลำพูน อยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 35 กิโลเมตร ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลกันมากนัก ทำให้เป็นเมืองที่สามารถรองรับการขยายตัวของเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการแพทย์ หลังจากที่เชียงใหม่ได้รับการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ (ChiangMai Medical and Health Hub) เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของเชียงใหม่ ตลอดจนภูมิประเทศ วัฒนธรรม และองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่สั่งสมมายาวนานของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจุดแข็งที่ทำให้เชียงใหม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มชาวต่างชาติผู้มีกำลังซื้อสูง ที่ต้องการเข้ามารับบริการทางการแพทย์ระดับพรีเมียม รวมทั้งพักอาศัยในระยะยาว และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย


ขณะเดียวกัน ภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็คือ การดำเนินการของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลสวนดอก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในพื้นที่เขต 17 จังหวัดภาคเหนือ และประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายงานทางด้านวิชาการออกไป เพื่อพัฒนาทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ และรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง “ศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชย” ขึ้นที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โรงพยาบาลแห่งใหม่ของลำพูน เพื่อขยายโอกาสในการดูแลรักษาผู้ป่วย

ในพื้นที่ตำบลศรีบัวบาน จังหวัดลำพูน ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร ซึ่งต่อมากลายเป็นป่าเสื่อมโทรม กรมป่าไม้จึงได้อนุญาตให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าไปใช้ประโยชน์ ในการขยายงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และหลังจากนั้น จึงได้มีการจัดตั้ง ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริภุญไชย” จังหวัดลำพูนขึ้น และด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 4,000 ไร่ ที่นี่จึงเหมาะสมที่จะเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชย โรงพยาบาลแห่งใหม่ของจังหวัดลำพูน

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของการตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชย ที่ จังหวัดลำพูน ว่าโครงการนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว ยังเป็นการพัฒนาพื้นที่เพื่อขยายงานด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

“ศูนย์บริการสุขภาพที่หริภุญไชย เป็นโครงการที่มาพร้อมกับโครงการ Medical Hub เพื่อสร้างศูนย์บริการสุขภาพการแพทย์ ซึ่งท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต ท่านก็มองว่าเรามีพื้นที่การศึกษาของเราที่ลำพูนอยู่แล้ว ถ้าเราขยายตรงนี้ไปที่ลำพูนด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่บริเวณนั้นและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ แทนที่จะอยู่เฉพาะในเชียงใหม่ แต่ที่ลำพูนอาจจะมีความหลากหลายมากกว่า เพราะฉะนั้น จึงคิดว่าเหมาะที่จะใช้พื้นที่ตรงนั้นสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด 228 เตียง ดูแลผู้ป่วยทั่วไป และเป็นโรงพยาบาลที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลสวนดอก คนไข้ตรวจที่ลำพูน และสามารถส่งต่อมาที่สวนดอกได้โดยใช้ระบบเชื่อมโยงกัน นอกจากจะช่วยขยายบริการให้กับพื้นที่ในแถบนั้นแล้ว ก็ยังเพิ่มโอกาสในการรักษาขั้นสูง หรือระดับที่ยากๆ สามารถส่งต่อเข้ามาที่สวนดอกได้เลย”

การตั้งโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จังหวัดลำพูนนี้ นับว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่มีการสำรวจพบว่า จังหวัดลำพูนมีแนวโน้มจะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเริ่มตั้งแต่เตรียมความพร้อมให้คนหนุ่มสาวก้าวไปเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ (Active Aging)และเตรียมระบบบริการสุขภาพที่รองรับปัญหาโรคเรื้อรัง และโรคที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เช่นโรคเบาหวาน หัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยโรงพยาบาลแห่งนี้จะให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนและจังหวัดใกล้เคียง เป็นการขยายโอกาสในการดูแลรักษาผู้ป่วย และลดภาระของผู้ป่วยในการเดินทางมารักษาตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในปัจจุบันเช่น วิกฤตเศรษฐกิจและการเงินของโลก หรือการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ใน พ.ศ.2568 ทำให้หลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปัจจุบัน มุ่งเน้นไปที่การผลิตบัณฑิตแพทย์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของสังคม โดยจัดการศึกษาที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัว และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะการเปิดประชาคมอาเซียน ขณะเดียวกันก็ยังคงสนับสนุนงานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพท้องถิ่น และปัญหาสิ่งแวดล้อมของภาคเหนือตอนบนด้วย

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์บริการทางการแพทย์หริภุญไชย จึงเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามภารกิจดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้แพทย์ได้ศึกษาโรคในท้องถิ่น นำไปสู่องค์ความรู้ที่หลากหลาย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ได้

“เราต้องการผลิตแพทย์ที่มีความรู้ที่หลากหลาย ตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ คือไม่ใช่แพทย์ที่เรียนแต่เฉพาะโรคยากๆ แต่โรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท้องถิ่นก็อาจจะไม่รู้ แต่เมื่อมาอยู่ที่ศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชยนักศึกษาแพทย์ก็จะได้เจอเคสทั่วๆ ไปเพิ่มมากขึ้น”

ทั้งนี้ ศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชยตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ประกอบด้วยอาคารขนาด 4 ชั้น จำนวน 4 อาคาร สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากกว่า 200 เตียง ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่สวยงามของจังหวัดลำพูน ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อแล้วเสร็จศูนย์บริการทางการแพทย์ หริภุญไชย จะเป็นโรงพยาบาลที่จะสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ประชาชนชาวลำพูน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้บริการสุขภาพ โดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เพื่อบรรลุถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืนในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top