วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ธัชชา วิทยสถาน สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS) ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่มีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดโครงการประกวดภาพยนตร์สั้นประวัติศาสตร์ ภายใต้แนวคิด “แก่นไทย เชื่อมไทย เชื่อมโลก” นำร่องเปิดโครงการเฟสแรกในเขตภาคกลาง 22 จังหวัด
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการประกวดในครั้งนี้ว่า “เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ เยาวชน คนรุ่นใหม่ นักเรียน และนิสิต นักศึกษา ที่สนใจในการประกวดและผลิตภาพยนตร์สั้นได้มีความเข้าใจและมีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของท้องถิ่นของเรา ด้วยการมีส่วนร่วมและถ่ายทอดผลงานในรูปแบบของภาพยนตร์สั้น ซึ่งกิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่และจัดแสดงผลงานของเยาวชนทุกคนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการประกวดในโครงการ นอกเหนือจากเงินรางวัล โล่รางวัลและของรางวัลแล้ว ทุกทีมที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการ จะได้รับประกาศนียบัตรทุกทีมอีกด้วย”
อาจารย์ปัญจพล เหล่าพูนพัฒน์ประธานโครงการประกวดภาพยนตร์สั้นประวัติศาสตร์ “แก่นไทย เชื่อมไทย เชื่อมโลก” เปิดเผยว่า อยากให้น้องๆ นักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่มองว่า ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องล้าสมัยประวัติศาสตร์เป็นรากของวัฒนธรรมของคนในชาตินั้นๆ ซึ่งคนไทยเองก็มีความแตกต่างจากชาติอื่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นอยู่ มีอาหารการกิน มีลายผ้าของเครื่องนุ่งห่ม มีรูปลักษณ์ทางศิลปะ มีงานสถาปัตยกรรมไทยที่แต่ละเรื่อง แต่ละประเภท มีความเฉพาะเจาะจงอยู่ในทุกปัจจัย 4 ที่เราคุ้นเคยและอยู่รอบตัวเรา วันนี้เป็นผลจากอดีต และวันนี้เป็นเหตุของอนาคต เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจประวัติศาสตร์ ก็เหมือนเรารู้จักตัวตนของเราดีขึ้น จะช่วยให้เราเตรียมการสำหรับอนาคตได้ดีขึ้น การเรียนรู้จากแก่นไทย ไม่ได้อยากให้เอาประวัติศาสตร์แบบท่องจำมาสื่อสาร แต่อยากให้เริ่มจากมุมมองของคนรุ่นใหม่ แล้วนำไปสู่การค้นคว้า หาแก่นของสิ่งที่เราเห็น เรามี เราเสพ เราใช้ โครงการนี้ถึงใช้คำว่า แก่นไทย และอยากชวนคิดต่อซึ่งคงไม่เฉลยว่ามุมไหนที่จะเป็น เชื่อมไทย เชื่อมโลก เพื่อเปิดโอกาสน้องๆ ให้คิดต่อยอดได้ในอนาคตต่อไป
สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ให้เกียรติมาเป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดงานอีกทั้ง ยังมีการเสวนาหัวข้อเรื่อง “แก่นไทยหัวใจภาพยนตร์สั้นประวัติศาสตร์”นำการเสวนา โดย อาจารย์ปัญจพลเหล่าพูนพัฒน์ ประธานโครงการประกวดภาพยนตร์สั้นประวัติศาสตร์ “แก่นไทย เชื่อมไทย เชื่อมโลก” ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร เรวดี อัตตพงค์พันธ์โปรดิวเซอร์รายการชำนาญการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับภาพยนตร์ กลุ่ม 365 ฟิล์ม ค่ายจีดีเอช รวมทั้ง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมเสวนาพูดคุยผ่านสื่อออนไลน์อีกด้วย
การประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(หรือเทียบเท่า) และระดับอุดมศึกษา (หรือเทียบเท่า) ชิงโล่รางวัลและเงินรางวัลจาก 5 สถาบัน พร้อมประกาศนียบัตรให้กับทุกทีมที่ส่งผลงานเข้าประกวด และมอบทุนการศึกษาเป็นเงินรางวัลมูลค่ารวมมากกว่า 850,000 บาท ในโครงการประกวดฯ 4 ภูมิภาค และชิงแชมป์ประเทศไทย โดยเริ่มเปิดโครงการเฟสแรกนำร่องในเขตภาคกลาง 22 จังหวัด
ทั้งนี้ น้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในเขตภาคกลาง ส่งใบสมัครทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 และหมดเขตส่งผลงานวันที่ 20 เมษายน 2565 สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ทาง เฟซบุ๊คแฟนเพจ “แก่นไทย โครงการประกวดภาพยนตร์สั้นประวัติศาสตร์” และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางไลน์ที่ @historyshortfilm หรือทางอีเมล์: thaihistoryshortfilm@gmail.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี