พระราชทานรางวัลผู้ชนะการประกวด  การกล่าวสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส

พระราชทานรางวัลผู้ชนะการประกวด การกล่าวสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

เมื่อวันเสาร์ 19 กุมภาพันธ์ 2565 Thierry Mathou เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและภริยา พร้อมด้วย ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร ประธานสมาคมเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลยิออง ดอนเนอร์ และ คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ อุปนายกสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ ร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานรางวัลผู้ชนะการประกวดการกล่าวสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส แก่เยาวชนที่ชนะการประกวด สำหรับผู้ชนะในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นายธีรภัทร์ โชคสุทินสกุลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ นางสาวอรินดา แอเก็ม จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

สำหรับคำแปลสุนทรพจน์ของผู้ชนะการประกวดในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นายธีรภัทร์ โชคสุทินสกุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีใจความว่า


การเกลียดชังเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน การเลือกปฏิบัติ และการโต้เถียงขัดแย้ง ล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา สำหรับผมแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขได้ด้วยค่านิยมสากลสี่ประการ ได้แก่ เสรีภาพ การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น การช่วยเหลือเกื้อกูล และการเคารพซึ่งกันและกัน

ก้าวแรกที่ทุกคนจะสามารถสร้างสรรค์สังคมได้ก็คือการรู้จักและเข้าใจเสรีภาพอย่างถ่องแท้ เสรีภาพทำให้เราไม่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกนึกคิดและความเชื่อของเรา และนั่นทำให้เราสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และความเห็นของเรา
สู่สายตาคนอื่นได้ ถึงกระนั้นเสรีภาพเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจสร้างชุมชนในอุดมคติขึ้นมาได้ หากเราสามารถพูดได้อย่างเสรีแต่ไม่มีใครฟัง เสรีภาพที่มีก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นจึงต้องมีการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย เมื่ออัตลักษณ์และความคิดเห็นของเราเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นแล้ว เราก็จะเริ่มมีตัวตนสำหรับสมาชิกในสังคม นั่นจะทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้โดยที่ยังเป็นตัวของตัวเองอยู่ เราต้องไม่ลืมว่าอัตลักษณ์ของแต่ละปัจเจกบุคคลนั้นมีหลายหลากอันเป็นผลพวงจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ความหลากหลายนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ เราต้องรู้จักเข้าอกเข้าใจและช่วยเหลือผู้อื่นโดยยินดีรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ยิ่งเรามีแนวคิดที่หลากหลายมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจะสามารถหาทางออกที่ดีที่สุดได้มากเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่าการยอมรับในความแตกต่างคือวิธีหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรารู้จักเคารพผู้อื่น การที่เราเคารพความคิดเห็นใครสักคนนั่นก็เพราะอย่างน้อยบุคคลผู้นั้นพยายามที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมของเราโดยการเสนอความคิดเห็นนั่นเอง

ในชีวิตประจำวัน ผมมองเห็นความยุ่งยากภายในครอบครัวอันประกอบไปด้วยบุคคลสามรุ่น ได้แก่ รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นคุณพ่อคุณแม่ และรุ่นผมเอง แน่นอนว่าคนแต่ละรุ่นย่อมมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาจจะมีคนสงสัยว่าสถานการณ์นี้เป็นปัญหาสำหรับผมหรือไม่ คำตอบคือไม่เลย ออกจะตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ ค่านิยมสากลสี่ประการที่กล่าวมานี่เองที่ช่วยให้ผมเปิดกว้างมากขึ้น ผมปล่อยให้คนอื่นได้พูดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาอย่างอิสระ หลังจากที่ผมได้ใคร่ครวญและพิจารณาถึงบริบทที่แตกต่างแล้ว เราก็สามารถพูดคุยกันได้ หาทางออกและตกลงร่วมกันได้ในที่สุด ตราบใดที่เรานำค่านิยมสากลเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิต เราก็จะรู้วิธีรับมือกับปัญหาต่างๆ ในสังคมได้เป็นอย่างดี ขอบคุณทุกท่านที่รับฟัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top