วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
เหนื่อยง่ายเพราะลิ้นหัวใจมีปัญหา รักษาได้ด้วย 3 วิธี

เหนื่อยง่ายเพราะลิ้นหัวใจมีปัญหา รักษาได้ด้วย 3 วิธี

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : โรคลิ้นหัวใจ ลิ้นหัวใจมีปัญหา เหนื่อยง่าย
  •  

เหนื่อยง่ายเป็นประจำไม่ใช่แค่เพราะอ้วนหรืออายุมากขึ้น แต่อาจเกิดจาก “โรคลิ้นหัวใจ” หมั่นเช็คหัวใจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพราะโรคลิ้นหัวใจป้องกันยากแต่รักษาได้

ลิ้นหัวใจมีทั้งหมด 4 ลิ้น ประกอบด้วย Tricuspid valve,Pulmonary valve, Mitral valve และ Aortic valve ทําหน้าที่กั้นระหว่างห้องหัวใจทั้ง 4 ห้อง เพื่อควบคุมการไหลเวียนเลือดให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้องและป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ หากลิ้นหัวใจมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วจนลิ้นหัวใจเปิดหรือปิดไม่สนิท จะทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้นนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิต


นายแพทย์สยาม ค้าเจริญ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า ความผิดปกติของลิ้นหัวใจแบ่งออกเป็น 5 สาเหตุ คือ1.โรคลิ้นหัวใจผิดปกติจากความเสื่อม (Degenerative Valve Disease) มักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจ 2.โรคลิ้นหัวใจรูมาติก (Rheumatic Heart Disease)เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ ทําให้เกิดไข้รูมาติก ซึ่งมีผลทําลายลิ้นหัวใจของผู้ป่วยในระยะยาว มักจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติของหัวใจหลังจากเป็นไข้รูมาติกประมาณ 5-10 ปี 3.โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและเชื้อโรคไปเกาะกินลิ้นหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยจะเกิดอาการแบบเฉียบพลันและหัวใจวายรุนแรง 4.กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial infarction) อาจส่งผลให้เกิดลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วตามมาได้5.ความพิการของลิ้นหัวใจแต่กําเนิด (Congenital ValveDisease) มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา ทำให้การเจริญเติบโตของลิ้นหัวใจผิดปกติ

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจมักจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเท้าบวม ดังนั้น หากพบความผิดปกติจำเป็นต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง หากแพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วและอาการยังไม่รุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยา พร้อมนัดติดตามอาการเป็นระยะ แต่ถ้าอาการรุนแรงก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจหรือผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม

การซ่อมลิ้นหัวใจหรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมสามารถทำได้ 3 วิธี คือการผ่าตัดเปิดแผลกึ่งกลางหน้าอก (Open Heart Valve Surgery) โดยศัลยแพทย์จะตัดกระดูกหน้าอกเพื่อเข้าไปแก้ไขลิ้นหัวใจ มีแผลยาวกลางหน้าอกประมาณ 10 เซนติเมตร และใช้เวลาพักฟื้นไม่เกิน 3 เดือน เพื่อรอให้กระดูกประสานกันเหมือนเดิมจึงจะกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือต้องทำร่วมกับหัตถการอื่นๆเช่น การทำบายพาสหัวใจ การเปลี่ยนเส้นเลือดแดงใหญ่ เป็นต้น

แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดแบบแผลเล็ก หรือ MIS (Minimally Invasive Surgery) ด้วยการส่องกล้อง สามารถใช้รักษาลิ้นหัวใจได้ทั้ง 4 ลิ้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมลิ้นหัวใจหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม อีกทั้งยังสามารถแก้ไขลิ้นหัวใจที่มีปัญหาได้พร้อมกัน 2 ลิ้น ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้จะช่วยลดการเสียเลือดขณะผ่าตัด ลดจำนวนการนอนโรงพยาบาล ฟื้นตัวเร็วกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ในเวลา 1 เดือน หรือ 1 เดือนครึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย เนื่องจากเปิดแผลขนาดเล็กและไม่ต้องตัดกระดูกบริเวณหน้าอก โดยแผลผ่าตัดหลักมีความยาว 4-5 เซนติเมตร ซ่อนอยู่ใต้ราวนมหรือกลางหน้าอก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นหัวใจที่ต้องการเปลี่ยนหรือซ่อม นอกจากนี้ จะมีแผลเจาะรูบริเวณข้างหน้าอกความกว้าง 0.5 เซนติเมตร จำนวน 2 แผล และมีแผลที่ขาหนีบ 1 แผล ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อใส่สายเข้าไปช่วยการทำงานของหัวใจขณะผ่าตัด แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้

ส่วนวิธีสุดท้าย คือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมด้วยวิธี TAVI(Transcatheter Aortic Valve Implantation) เป็นการเปิดแผลบริเวณขาหนีบขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ แล้วใช้ลิ้นหัวใจเทียมยึดติดกับขดลวดพิเศษ ส่งผ่านระบบท่อนำทาง (delivery system) ไปที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติก จากนั้นกางลิ้นหัวใจเทียมเพื่อทำหน้าที่แทนลิ้นหัวใจเดิม ซึ่งวิธีนี้ผู้ป่วยจะไม่มีแผลผ่าตัดเหมือนกับ 2 วิธีแรก จึงช่วยลดความเจ็บปวดในการรักษา ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วแต่ข้อจำกัดของ TAVI ไม่ได้เหมาะสมกับกายวิภาคของคนไข้ทุกคน แพทย์จะเลือกใช้เมื่อกรณีที่ผ่าตัดแบบมาตรฐานมีความเสี่ยงสูง หรือผู้ป่วยอายุมากและมีโรคประจำตัวร่วมหลายโรค

อย่างไรก็ตาม ควรหมั่นตรวจเช็คการทำงานของหัวใจอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง เพื่อคัดกรองโรค หากพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ การรักษาก็จะไม่ซับซ้อนและมีประสิทธิผลมากกว่าตอนที่อาการรุนแรงแล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน

กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ

‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย

‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved