วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประเทศไทยยังมีเยาวชนเป็นจำนวนมากที่มีปัญหาสุขภาพฟันและช่องปาก สาเหตุที่สำคัญส่วนหนึ่งมาจากการไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมที่มีคุณภาพได้ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย และ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ต่างเห็นความจำเป็นของเรื่องนี้ จึงร่วมกันจัดตั้งหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ ภายใต้
โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ขึ้นในปี 2558 พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชน เดินทางมอบสุขภาพฟันที่ดีให้กับน้องๆ ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน การขูดหินปูน
อุดฟัน และถอนฟัน รวมถึงให้ความรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพฟันอีกด้วย พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 อย่างเข้มแข็ง ปรับรูปแบบการให้บริการเป็น New Normal Mobile Dental Service สอดรับกับสถานการณ์โรคโควิด-19 เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิโรนัลด์ฯ พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก,กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร และมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) รวมถึงทีมบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานด้านสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดที่เราเข้าไปดำเนินการเดินหน้าภารกิจหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯ อย่างเต็มที่ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของโครงการฯทั้งหมดจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดความร่วมมือและช่วยเหลือจากพันธมิตรทุกฝ่าย ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ยังคงสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการที่ดีนี้ไปด้วยกันในปีที่ 7 และในปีต่อๆ ไป”
วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการมูลนิธิโรนัลด์ฯ กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเด็กไทย และปัญหาสุขภาพฟันเป็นปัญหาที่สำคัญของวัยเด็ก มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการด้านทันตสุขภาพให้กับเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ เรายังคงมุ่งมั่นสานต่อพันธกิจอย่างเข้มแข็ง โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯ ได้ให้บริการน้องๆ แล้วที่จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่ และมีแผนที่จะจัดกิจกรรมในพื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มสุขภาพดีให้กับน้องๆ ตลอดทั้งปี”
ทันตแพทย์หญิงสุขจิตตรา วนาภิรักษ์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ผู้นำทีมทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์เพื่อให้บริการน้องๆ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 25 อ.ร้องกวาง จังหวัดแพร่ เล่าว่า ข้อมูลด้านทันตกรรมในจังหวัดแพร่ ปี 2562 พบว่าเด็กส่วนใหญ่มีปัญหาโรคฟันผุมากที่สุด โดยเด็กวัย 3 ปี คิดเป็นร้อยละ 27.5 และเด็กวัย 12 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.9 ซึ่งถือว่าตัวเลขค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการทันตกรรมในช่วงสถานการณ์โควิด “เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ทางจังหวัดแทบไม่ได้ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อให้บริการแก่เด็กๆ เลย แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของมูลนิธิโรนัลด์ ฯมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย พันธมิตร และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดแพร่เราจึงสามารถจัดทริปที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 25 เพื่อให้บริการทันตกรรมแก่น้องๆ ได้อย่างลุล่วงซึ่งปัจจัยที่สำคัญก็คือ ทีมงานที่เข้มแข็ง การวางแผนงานอย่างรัดกุมในทุกขั้นตอน ความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือ รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ให้บริการและผู้รับบริการ นอกจากนี้สิ่งที่เราได้เรียนรู้และสามารถนำไปต่อยอดได้ก็คือความมั่นใจว่าแม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด เราก็สามารถปรับรูปแบบการให้บริการทันตกรรมเป็นแบบ New Normal Mobile Dental Services เพื่อให้บริการน้องๆ ในสถานที่อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสที่ดีให้กับน้องๆ ด้วยการสนับสนุนโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์เทใจ https://taejai.com/th/d/rmhcthailand_dentalcare/ (หักลดหย่อนภาษีได้) หรือร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ของมูลนิธิโรนัลด์แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ที่ www.rmhc.or.th หรือผ่าน Bank Application โดยสแกน QR Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ และเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ (Self-Ordering Kiosk หรือ SOK) ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.rmhc.or.th และ facebook/rmhcthailand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี