สคล.หนุน‘โครงการพี่สอนน้อง’สร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง

สคล.หนุน‘โครงการพี่สอนน้อง’สร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : สคล.

เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยความสำเร็จกว่า 6 ปีของการดำเนินกิจกรรม “โครงการพี่สอนน้อง” เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนและสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงบุหรี่ สุรา ให้เยาวชนรู้สึกว่าการดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ไม่ใช่เรื่องปกติแม้แต่การดื่มของคนในครอบครัว ทั้งนี้ ภายหลังผ่านการอบรม เยาวชนกล้าแสดงออกกล้าคิด กล้าทำ มากขึ้น ขณะที่ปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า เยาวชนอยากให้ผู้ปกครองเลิกดื่มแต่ไม่กล้าสื่อสารออกไปโดยตรง


มินตรา แซ่ซิ้ม

นางสาวมินตรา แซ่ซิ้ม เจ้าหน้าที่ประสานงานสคล. จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการพี่สอนน้อง ปีนี้จัดขึ้นใน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนกู่สันตรัตน์ และโรงเรียนบ้านยางอิไลดอนก่อ แต่ละครั้ง
จะมีเยาวชนเข้าร่วมประมาณ 50 คน ลักษณะกิจกรรมแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 10 คน และมีรุ่นพี่แกนนำร่วมด้วย โดยเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แลกเปลี่ยน พูดคุยเล่าประสบการณ์ของตนเองต่อเรื่อง สุรา บุหรี่ และหาทางออกรวมถึงหนทางแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน น้องๆ จะกล้าเปิดใจเล่าสิ่งที่พบเห็นในชุมชนของตนเองให้พี่แกนนำฟัง ทำให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น และที่สำคัญเราได้อัปเดตการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละปีด้วยว่า ณ ตอนนั้นเขามีกลยุทธ์อย่างไรบ้างในการเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น ทำให้เรารู้เท่าทันการตลาดของธุรกิจนี้และสามารถนำข้อมูลมาปรับใช้ในการทำงานของเราได้

“เดิมทีเราก็ทำกันแบบมีเจ้าหน้าที่ไปอบรมให้ความรู้เรื่องกฎหมาย พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเยาวชน แต่พบว่า มีช่องว่างระหว่างวัย คือ น้องๆไม่เปิดใจ ไม่สะท้อนอะไรกลับมาเลย นั่งฟังเฉยๆ เราจึงปรับกระบวนการใหม่ โดยนำแกนนำเยาวชนซึ่งเรามีการพัฒนาศักยภาพน้องๆ เหล่านี้อยู่แล้ว ก็ดึงมาเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งวัยเขาใกล้เคียงกัน เด็กๆ ก็เปิดใจคุยกับพี่ๆ เขากล้าจะคุยและเล่าให้กันฟัง

ล่าสุดเรานำเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในกิจกรรมด้วย ซึ่งการเข้าไปจัดกิจกรรมในแต่ละโรงเรียนจะมีการพูดคุยกับทางโรงเรียนก่อนว่าโรงเรียนต้องการอะไรเป็นหลัก แต่ละโรงเรียนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องจัดกิจกรรมหลักตามที่โรงเรียนต้องการก่อน จากนั้นเราค่อยเอากิจกรรมของเราเข้าไปเสริมก็จะ win win กันทั้งสองฝ่าย” นางสาวมินตรา กล่าว

จุฑามณี บุญพี

ด้าน นางสาวจุฑามณี บุญพี ชั้นปี 3 สาขาคณิตศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งเคยผ่านกระบวนการพี่สอนน้องมาก่อน และได้มาเป็นแกนนำเยาวชน กล่าวเสริมว่าน้องเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการหลายคนมีประสบการณ์คล้ายกับตนเอง คือมีคนในครอบครัวหรือผู้ปกครองดื่มสุรา แต่น้องไม่กล้าบอกให้เลิกเพราะกลัวโดนดุในฐานะพี่จึงเล่าประสบการณ์ของตนเองที่วันหนึ่งกล้าเอ่ยปากขอให้พ่อเลิกเหล้าเพื่อครอบครัวและอนาคตของลูก ขอค่าเหล้ามาเป็นค่าเล่าเรียนของลูกแทน ซึ่งเริ่มแรกพ่อของดเหล้าในระยะสั้นก่อน ต่อมาเมื่อทำได้เราก็ขอให้พ่อขยายเวลางดเหล้าออกไปอีก ซึ่งครอบครัวให้การสนับสนุนทุกทางพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมไม่ให้เอื้อต่อการดื่ม จนในที่สุดพ่อก็เลิกดื่มแล้ว ซึ่งพอน้องได้ฟังก็เริ่มมีความมั่นใจกล้าที่จะลองพูดกับครอบครัวมากขึ้น เราต้องเปิดใจกับน้องก่อน เขาก็กล้าจะคุยกับเรา คือ คุยกันเหมือนเป็นพี่น้อง

“เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เราได้รับฟังปัญหาที่แท้จริงของน้องๆ บางคนไม่กล้าที่จะพูดกับพ่อแม่หรือกับผู้ใหญ่ในบ้าน กิจกรรมนี้ทำให้น้องกล้าที่จะพูดคุยกับเรา กล้าบอกปัญหาและสื่อสารกับเราโดยตรง การแบ่งกลุ่มนี้มีน้อง 10 คนต่อพี่ 1 คน เพื่อจะได้ดูแลได้ทั่วถึงและน้องสามารถคุยกับเราได้ทุกคน โดยกลุ่มน้องๆ จะเป็นคนเลือกว่าอยากได้พี่คนไหนทำให้เขารู้สึกสนุกไปกับเรา โดยเปิดให้ยิงคำถามกับพี่ๆ ก่อน ใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับพี่แกนนำและสิ่งที่พี่ไปพบเห็นมาในเรื่องของสุราและบุหรี่

เราสร้างบรรยากาศเป็นกันเองในการพูดคุยกันปกติ เหมือนไม่ได้เข้าอบรมแต่มาคุยเล่นกันสนุกๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมแบบนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้น้องๆ ได้ตั้งแต่เด็กๆ ให้เขารู้ว่า บุหรี่ สุรา มีผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมรอบข้างอย่างไรบ้าง โตขึ้นเขาจะมีสติในการรับรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี หวังว่าโครงการนี้จะกระจายไปทุกอำเภอ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ไปทั่วประเทศเลย โดยเฉพาะโรงเรียนตามชนบทห่างไกล” นางสาวจุฑามณี กล่าว

นายธีรวุฒิ ชูใสย์ ชั้น ม.3 โรงเรียนกู่สันตรัตน์จังหวัดมหาสารคาม เผยความรู้สึกว่า ชอบโครงการนี้มาก เพราะนอกจากเราจะได้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและผลกระทบอันเกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและสังคมโดยรวมแล้ว ยังได้ฝึกตนเองให้กล้าแสดงออก กล้าคิดกล้าพูด กล้าทำ ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันกับเพื่อนๆ น้องๆ ในกลุ่มโดยมีพี่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้ามีโอกาสก็จะเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้อีก

จากผลลัพธ์เชิงประจักษ์ “โครงการพี่สอนน้อง”นับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สามารถดึงศักยภาพแกนนำเยาวชนมาเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top