วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผู้อำนวยการ บพท. ถอดสมการความสำเร็จของงานพัฒนาด้วยความรู้จากงานวิจัย ต้องยึดโยงกับองค์ประกอบ 6 ประการคือ โครงสร้างระบบงบประมาณ โครงการกำลังคน เครือข่ายชุมชน โครงสร้างระบบบริหารภาครัฐ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ หรือแกนนำชาวบ้าน และการสื่อสารชุดความรู้จากงานนวัตกรรมให้รับรู้กันอย่างทั่วถึง
นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวแสดงปาฐกถาในงานเสวนา “บทบาทสื่อมวลชน กับการสืบสาน รักษา และต่อยอด งานพัฒนาด้วยความรู้จากงานวิจัยระดับพื้นที่” ซึ่งสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับชมรมสื่อมวลชนเพื่อการพัฒนาชนบท และมูลนิธิปัญญาวุฒิจัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา
โดยได้เน้นย้ำถึงคุณค่าและความสำคัญของการสะสมองค์ความรู้จากงานวิจัยตามบริบทของพื้นที่ ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบของการใช้ความรู้จากงานวิจัย เป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินโครงการพัฒนา โดยพระองค์จะทรงศึกษาค้นคว้าวิจัยและทดลองด้วยพระองค์เองจนแน่ใจในผลลัพธ์ ก่อนที่จะพระราชทานให้หน่วยราชการ หรือประชาชนนำไปใช้ประโยชน์
นายกิตติกล่าวต่อไปว่า กระบวนการความรู้จากงานวิจัยระดับพื้นที่จะทำให้เกิดพลังของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดุลยภาพ ใหม่ที่ดีขึ้นในพื้นที่ และก้าวข้ามการพัฒนาบนฐานทรัพยากร ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปสู่การพัฒนาบนฐานความรู้ ด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยต้องเชื่อมโยงกับองค์ประกอบสำคัญอีก 6 ประการ ได้แก่ 1.โครงสร้างระบบงบประมาณ 2.โครงการกำลังคน 3.เครือข่ายชุมชน 4.โครงสร้างระบบบริหารภาครัฐ 5.การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ หรือแกนนำชาวบ้าน และ 6.การสื่อสารชุดความรู้จากงานนวัตกรรมให้รับรู้กันอย่างทั่วถึง
โอกาสนี้ ผู้อำนวยการ บพท. ยังกล่าวถึงขอบเขตงานภายใต้ความรับผิดชอบของ บพท.ด้วยว่าประกอบด้วยยุทธศาสตร์ขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ และแม่นยำ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการพัฒนาคน และกลไกจากฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น และทุนวัฒนธรรม รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองน่าอยู่ และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ
“การขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ เรามุ่งตอบโจทย์สำคัญ 3 ประการ คือคนจนอยู่ไหน-อะไรคือเหตุแห่งความจน-ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นจากความจน ซึ่งกลไกกระบวนการขจัดความยากจน จะถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการพัฒนาคน และกลไกจากฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น และทุนวัฒนธรรม รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองน่าอยู่ และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ เพื่อทำให้คนจนมีที่ยืนในโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน หรือห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งจะส่งผลให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน” นายกิตติ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี