533.jpg
มท.จัดประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา’

มท.จัดประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา’

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, ดร.ศรินดา จามรมาน กก.ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”,กุลวิทย์ เลาสุขศรี บก.บห.นิตยสาร Vogue ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว

เพื่อสืบสานแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญากระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จัดกิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ชิงรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2565 จัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ OTOP OUTLET @ศูนย์ราชการกรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดีกุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, ดร.ศรินดา จามรมาน กรรมการที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, กุลวิทย์ เลาสุขศรี บก.บห.นิตยสาร Vogue ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวฯ ภายใต้โครงการจัดแสดงและเชื่อมโยงการตลาดภูมิปัญญาผ้าไทย


ร่วมแถลงข่าวการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา”

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนในการสนองแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยการสืบสานรักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงฟื้นคืนชีวิตภูมิปัญญาผ้าไทยของประชาชนคนไทยให้กลายเป็นเครื่องมือทำมาหาเลี้ยงชีพของตนเอง ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่เสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพราะทรงเล็งเห็นว่า ภูมิปัญญาหัตถศิลป์หัตถกรรมของบรรพบุรุษไทย อยู่ในมือทั้งสองมือของพสกนิกรของพระองค์ท่าน ที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้น รวมถึงครอบครัวลูกหลานได้มีชีวิตที่ดี มีชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนได้ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความเพียรพยายาม ตั้งแต่ครั้งตามเสด็พระราชดำเนินสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงมีจิตใจที่มุ่งมั่นในการศึกษาในด้านศิลปกรรมศาสตร์ที่จุฬาฯ และทรงศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทรงทดลองทำด้วยพระองค์เองเพื่อต่อยอดช่วยเหลือพี่น้องคนไทยสนองพระราชปณิธาน เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน OTOP CITY เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 พร้อมกับพระราชทานลายผ้าลายแรก คือ ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวการสวมใส่ผ้าไทย กระตุ้นเม็ดเงินเศรษฐกิจฐานราก และได้พระราชทานผ้าลายใหม่ คือ “ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” พร้อมกับพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และด้วยพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระองค์ท่านยังทรงตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย มีลวดลาย สีสัน รูปแบบ ที่หลากหลายและไม่ลืม“ประชาชน” ที่เป็นผู้ทอผ้าให้ได้รับการพัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดด ทรงสนับสนุนให้กลุ่มทอผ้ากลุ่มต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศผลิตชิ้นงานและส่งเข้าประกวด

ร่วมแถลงข่าวการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา”

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ผ้าไทยได้กลับมาคืนสู่ชีวิต คืนสู่สังคมไทย คืนสู่คนไทยด้วยการต่อยอดพระราชดำริโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงได้ซึมซับในการโดยเสด็จฯสมเด็จย่าในช่วงยังทรงพระเยาว์ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าชีวิตของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมีความยากลำบาก ทรงนำเอาวิชาการสมัยใหม่ที่เป็นความชำนาญพิเศษของพระองค์ในเรื่องของการออกแบบ packaging การbranding ที่เราต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องสมัยใหม่เข้ามาช่วยยกระดับคุณค่า มูลค่าของผ้า ดังเช่น“ดอนกอยโมเดล” ที่ชุบชีวิตชาวดอนกอย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร จากรายได้เพียง 700 บาท/คน/เดือน เป็น 12,000 - 15,000 บาท/คน/เดือน อันสะท้อนว่า พวกเขาเหล่านั้นจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดี มีเงินไปรักษาตัวในยามเจ็บป่วย มีเงินเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวคนในบ้าน และด้วยพลังศรัทธาอันแรงกล้า พระปณิธานอันมุ่งมั่น จึงทรงพระราชทานพระดำริในการจัด “การประกวดผ้าลายพระราชทานผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ในปีนี้ และเนื่องในปีมหามงคลที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจะเจริญพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยกันตลอดทั้งปี เพื่อร่วมกันถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการปฏิบัติบูชาตามพระราชดำริ เพื่อทำให้เบื้องหลังของผ้าไทยทุกผืน คือ ชีวิตอีกหลายๆ คนในชนบทห่างไกลได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” 

ด้าน ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กล่าวว่า ผู้ส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวดให้ส่งตามภูมิลำเนาที่ผลิตผ้าและต้องเป็นผ้าทอมือหรือทำจากมือเท่านั้น ส่งผลงานผ้าพร้อมแนวคิดในการทำบรรจุภัณฑ์ (packaging) และเรื่องเล่า (storytelling) ประเภทผ้าลายพระราชทานที่ส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น 14 ประเภท ตามเทคนิค/เอกลักษณ์ของผ้าประจำถิ่นของจังหวัดนั้นๆ มีองค์ประกอบหลักของลายพระราชทานครบถ้วน และประเภทงานหัตถกรรม เช่น งานเซรามิก งานจักสาน ฯลฯ ที่นำลายพระราชทานมาต่อยอดที่มีความโดดเด่นและยอดเยี่ยม การประกวดแบ่งเป็น2 ระดับ คือ ระดับภาค และระดับประเทศ ระดับภาคในเดือนส.ค.-ก.ย. 2565 คณะกรรมการจะนำผ้าที่ได้รับจากระดับจังหวัดมาจัดประกวดระดับภาค แล้วคัดเลือกผ้าให้เหลือ 300 ผืน และ 150 ผืน ภาคใต้ วันที่ 26-27 ส.ค. ภาคกลาง2-3 ก.ย. ภาคเหนือ 9-10 ก.ย. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16-18 ก.ย. และในเดือนต.ค. 2565 จะทำการคัดเลือกผ้าจากจำนวน 150 ผืน ให้คงเหลือ 50 ผืน เข้าสู่รอบตัดสินระดับประเทศ (Final) โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะเสด็จมาเป็นองค์ประธานการประกวด”

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนพี่น้องช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP ร่วมกันทอผ้าและผลิตชิ้นงานส่งเข้าประกวดภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 นี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชปณิธาน อนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาการทอผ้า ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างอาชีพ กระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยขอรับรายละเอียดการประกวดได้ที่กรมการพัฒนาชุมชน หรือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทั่วประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top