วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
ก่อนจะนำสัตว์มาเลี้ยง ขอให้คิดเสมอว่าเราสามารถเลี้ยงเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่เราจะให้ความรักเขาได้ตลอดไปหรือไม่ หากเราทอดทิ้งเขา ก็หมายความว่าเราทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานไปจนกว่าเขาจะตายจากไป
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.สันนิภา สุรทัตต์ คณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงประเด็นการให้บริการสังคมด้วยการทำหมันและตรวจร่างกายสุนัขและแมวมีเจ้าของและจรจัดเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของทั้งคนและสัตว์ที่อยู่ร่วมกันในชุมชน
.jpg)
ภาพที่อาจารย์เห็นผู้คนมากมายในเขตเทศบาลเมืองอ่างศิลานำสุนัขและแมวมาทำหมันฟรี โดยคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ วันนี้ อาจารย์มีความเห็นอย่างไรครับ
ดร.สันนิภา : อันดับแรกคือชื่นชมในความมีใจเมตตาต่อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์มีเจ้าของหรือจรจัดก็ตาม ชื่นชมที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพสัตว์ และช่วยกันป้องกันการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์จรจัด รวมถึงช่วยกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย และชื่นชมรวมถึงขอบคุณทุกหน่วยงานภาคีเครือข่ายของเทศบาลที่มาช่วยกันในวันนี้ ทำให้การปฏิบัติงานของเราทุกคนเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่นมาก และขอบคุณทีมคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ และทีมงานสัตวแพทย์จากหลายที่ที่ร่วมงานกันด้วยความเสียสละ อยากเห็นทุกสังคมของไทยเป็นเช่นนี้ค่ะ
l สุขภาพสัตว์เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับสุขภาพคนด้วยใช่ไหมครับ เพราะหากสัตว์มีปัญหาสุขภาพ ก็หมายความว่าคนในชุมชนนั้นๆ ก็น่าจะมีปัญหาสุขภาพตามไปด้วย อาจารย์มีข้อคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรครับ
ดร.สันนิภา : ถูกต้องที่สุดค่ะ เพราะในสังคมที่คนกับสัตว์อยู่ร่วมกันนั้น หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีปัญหาสุขภาพก็จะส่งผลต่ออีกฝั่งทั้งทางตรงและอ้อมยกตัวอย่างเช่น หากสัตว์ในชุมชนมีปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าคนในสังคมนั้นก็เสี่ยงกับการเกิดโรคไปด้วย ดังนั้นการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ที่ดีที่สุดคือการควบคุมประชากรสัตว์ ด้วยการทำหมันให้ถูกหลักการสัตวแพทย์ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้สัตว์เป็นประจำทุกปี เรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในชุมชน เช่น เจ้าของสัตว์ คนในชุมชน หน่วยงานที่มีอำนาจปกครองชุมชน สัตวแพทย์ สัตวบาลในชุมชน ทุกคนต้องร่วมกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดโรคอย่างเป็นรูปธรรม
.jpg)
l หนังสือพิมพ์แนวหน้าและรายการนี้มักได้รับการร้องขอจากผู้อ่านและผู้ชมรายการเสมอๆ ว่า ในชุมชนมีสัตว์จรจัดมากมายกว่า100 ตัว อยากขอให้คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ไปให้บริการทำหมัน หมาแมวจรจัดให้ ขอทราบว่าคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ มีเงื่อนไขอะไรในการออกไปให้บริการชุมชนครับ
ดร.สันนิภา : การออกหน่วยเพื่อบริการชุมชนโดยคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ แต่ละครั้งต้องใช้ทรัพยากรมากมาย ทั้งคนและอุปกรณ์ เครื่องมือการแพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงเงินงบประมาณของมหาวิทยาลัย แต่ที่ผ่านมาเป็น 10 ปี ที่เราทำโครงการนี้ได้ เพราะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ในฐานะผู้ประสานงานโครงการ รวมถึงได้รับความร่วมมือ การสนับสนุนอย่างดีจากชุมชน โดยเฉพาะหน่วยงานภาคเอกชนในชุมชน และความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ประจำชุมชน ขอเน้นเลยว่าการทำงานของเราที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีเกิดมาจากความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ที่สำคัญที่สุดคือคนในชุมชน ดิฉันมั่นใจว่าคณะสัตวแพทย์ของทุกมหาวิทยาลัยต้องการร่วมทำโครงการเช่นนี้ เพราะต้องการเห็นสัตว์ในทุกชุมชนมีสวัสดิภาพที่ดี และลดปัญหาการแพร่ระบาดโรคจากสัตว์สู่คน ดังนั้นก็ต้องย้ำเหมือนเดิมว่าชุมชนคือตัวจักรกลสำคัญของการทำงานเช่นนี้ให้ประสบผลสำเร็จ ส่วนเงื่อนไขการให้บริการชุมชนที่คณะฯ กำหนดไว้เบื้องต้นคือ ชุมชนต้องสามารถจัดหาสัตว์เพื่อการทำหมันแต่ละครั้งประมาณ 100 ตัว และต้องมีผู้ประสานงานจากชุมชนด้วย
.jpg)
ส่วนการติดต่อประสานงานนั้น ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยจากหนังสือพิมพ์แนวหน้าจะรับหน้าที่ประสานงานระหว่างชุมชนกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯโดยทางคณะฯ จะพิจารณาเรื่องการจัดหากำลังคนยาและเวชภัณฑ์ เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น เราจะต้องพิจารณาด้วยว่าการทำหมันแต่ละครั้ง มีสัตว์เพศผู้และเมียกี่ตัว เพื่อจัดหาสัตวแพทย์ในการออกหน่วยได้เหมาะสมกับภาระงาน และสิ่งสำคัญที่สุดอีกเรื่องคือ เราต้องการความต่อเนื่องของโครงการ เพราะการทำหมันสัตว์จรจัดต้องต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้แก้ปัญหาสัตว์จรจัดได้ยั่งยืน เราอยากให้ชุมชนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการทำหมันสัตว์เพียงครั้งเดียวและไม่ทำต่อเนื่อง ไม่สามารถแก้ปัญหาสัตว์จรจรได้ ชุมชนต้องเป็นหูเป็นตาว่าในแต่ละช่วงเมื่อทำหมันแล้ว สัตว์ในชุมชนมีจำนวนลดลงมากน้อยเพียงใด เพราะต้องไม่ลืมว่าอาจจะมีสัตว์จากที่อื่นเข้ามาอยู่ในชุมชนได้ตลอดเวลา เรื่องนี้ต้องเป็นสิ่งที่คนในชุมชนต้องช่วยกันดูแล แล้วประสานงานกับทางคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ซึ่งอันที่จริงยังมีหน่วยงานดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ในชุมชนอีกหลายหน่วย เช่น ปศุสัตว์ของเทศบาล สัตวแพทย์ของเทศบาล คลินิคสัตวแพทย์ในชุมชน เป็นต้น
เจ้าของสัตว์สามารถนำสัตว์ไปรับบริการจากหน่วยงานดังกล่าวได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอการบริการจากคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เพราะคณะฯ คงไม่สามารถไปให้บริการได้เป็นประจำทุกๆ เดือน และขอเรียนให้ทราบว่าก่อนการผ่าตัดทำหมันนั้น สัตวแพทย์ต้องตรวจร่างกายสัตว์ก่อนว่าพร้อมรับการผ่าตัดหรือไม่ หากสุขภาพไม่แข็งแรงพอ ก็ไม่ผ่าตัดสัตว์ให้ เนื่องจากอาจเป็นต้นเหตุให้สัตว์ตายได้ ส่วนสัตว์ได้รับการผ่าตัดไปแล้ว เจ้าของหรือผู้ดูแลก็ยังต้องเฝ้าระวังหลังการผ่าตัดด้วย โดยไม่ปล่อยให้สัตว์ไปลุยน้ำหรือกัดแทะแผล โดยจะต้องดูแลจนกว่าแผลผ่าตัดจะประสานกันโดยสนิท แล้วจึงนำสัตว์ไปตัดไหม
.jpg)
l มีอีกคำถามคือ การทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงซึ่งพบเห็นบ่อยๆ ในสังคมไทย ปัญหานี้จะแก้ไขได้อย่างไรครับ
ดร.สันนิภา : อันดับแรกคือก่อนจะนำสัตว์มาเลี้ยง ต้องถามตัวเองให้ชัดว่าเราดูแลเขาได้ตลอดไปหรือไม่ ถ้าคิดว่าไม่สามารถดูแลเขาได้ ก็อย่านำสัตว์ใดๆมาเลี้ยง นอกจากดูตัวเองแล้ว ยังต้องดูว่าเรามีสถานที่ที่เหมาะสมกับการดูแลสัตว์ที่จะนำมาเลี้ยงหรือไม่ เช่น มีสถานที่ให้เขาวิ่งเล่นออกกำลังกายไหม ในชุมชนที่เราอาศัยมีกฎระเบียบข้อห้ามอะไรในการเลี้ยงสัตว์หรือไม่ แล้วก็ต้องดูด้วยว่าเวลาสัตว์เจ็บป่วย เรามีเวลาพาไปหาหมอไหม เรามีเงินทุนที่เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูเขาหรือไม่ อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ต้องการอาหาร ต้องการยา นี่คือสิ่งที่ต้องคิดก่อนนำสัตว์มาเลี้ยงดู การเลี้ยงสัตว์ให้ดีนั้น เราต้องศึกษาสายพันธุ์ของเขาก่อน ต้องดูว่าเขากินอยู่อย่างไร ต้องได้รับการดูแลมากมายเป็นพิเศษอย่างไรหรือไม่ อย่ามองแค่ว่าตอนเขาเล็กๆ เขาน่ารัก ก็เลยนำเขามาเลี้ยง ขอเตือนว่าบางสายพันธุ์ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ เช่น ต้องพาไปออกกำลังกาย พาไปวิ่ง ว่ายน้ำพาไปดูแลบำรุงรักษาขน การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่มากๆ แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับให้เขาวิ่งออกกำลังกายก็เป็นการเลี้ยงดูที่ผิดหลักแล้ว ส่วนมีคำถามว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปทำหมันหรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่การดูแลของคนเลี้ยงเป็นสำคัญ หากเรามั่นใจว่าเราเลี้ยงเขาไว้ในบ้านตลอดเวลา เขาไม่มีโอกาสไปอยู่นอกบ้าน ก็ตัดปัญหาเรื่องการผสมพันธุ์ไปได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเวลาฤดูผสมพันธุ์ของเขา เขาก็มีความต้องการทางเพศ เขาก็จะกระวนกระวาย
.jpg)
ดังนั้นการนำเขาไปทำหมันก็ช่วยลดปัญหานี้ได้ และลดปัญหาความก้าวร้าวลงได้ในฤดูผสมพันธุ์ และการทำหมันยังช่วยลดปัญหามะเร็งมดลูกในหมาเพศเมียได้ด้วย หากเราประเมินว่าเราสามารถเลี้ยงดูเขาได้ดี ก็ไม่มีปัญหากับการนำสัตว์มาเลี้ยง ส่วนที่มีผู้ถามว่าแล้วควรจะไปซื้อหรือรับสัตว์ตามสถานสงเคราะห์สัตว์มาเลี้ยงมากกว่ากัน เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและความพึ่งพอใจของผู้เลี้ยง แต่ตอบได้ว่าทุกวันนี้มีสัตว์มากมายในสถานสงเคราะห์ที่รอการอุปถัมภ์จากคนใจเมตตา การรับสัตว์จากสถานสงเคราะห์ไปเลี้ยงช่วยแก้ปัญหาได้หลายเรื่อง เช่น ลดความแออัดของสัตว์ในสถานสงเคราะห์ ช่วยให้สัตว์มีที่อยู่ที่อบอุ่นและได้รับความรักมากขึ้น มีข้อสังเกตคือสุนัขพันธุ์ทางหรือหมาข้างถนน หมาริมถนน โดยเฉพาะหมาไทยมีความอดทนต่อโรคได้ดี การดูแลสุนัขชนิดนี้ไม่ซับซ้อนมากเท่ากับหมาจากต่างประเทศ และที่สำคัญคือปัจจุบันสามารถรับหมาจากสถานสงเคราะห์ที่มีอยู่มากมายไปเลี้ยงได้โดยไม่ยากเย็น สามารถค้นหาได้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ
แม้กระทั่งนิสิตคณะสัตวแพทย์จุฬาฯ ก็ทำเว็บไซต์หาบ้านให้กับหมาแมวจรจัดขอเชิญชวนให้เข้าไปชมและรับสัตว์เหล่านั้นไปอุปการะนะคะ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากคือ บางคนนั้นเมื่อยังไม่มีลูกก็นำสัตว์ไปเลี้ยงดู แล้วเลี้ยงเหมือนลูก แต่เมื่อวันหนึ่งมีลูกขึ้นมา ก็ไม่ให้ความเอาใจใส่สัตว์ที่เคยเลี้ยง ไม่ดูแลเขา ทอดทิ้งเขา ขอบอกว่าสัตว์จะมีความเครียดมาก ขอย้ำว่าหากเลี้ยงเขาแล้ว ก็ขอให้เลี้ยงดูเขาให้ตลอด อย่าทอดทิ้งเขา เพราะเขาไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว ถ้าเราไม่ดูแลเขา เขาก็จะเหมือนกับถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว เมื่อรักเขาแล้วก็ขอให้รักเขาให้ตลอดต้องรับได้ทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดีของเขา อีกปัญหาที่พบคือ เลี้ยงสัตว์ไปสักพักแล้วเกิดอาการแพ้ขนสัตว์ แล้วก็ทิ้งเขา ขอเน้นว่าก่อนจะนำสัตว์ไปเลี้ยงขอให้ศึกษาให้ดีก่อนว่าผู้เลี้ยงมีอาการแพ้ขนสัตว์หรือไม่ หากตัดสินใจจะเลี้ยงสัตว์ก็ต้องเลือกสัตว์ที่ไม่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้เลี้ยง เพื่อให้สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่ง ขอบอกว่าสัตว์รับรู้ได้ดีว่าคนเลี้ยงรักหรือไม่รักเขา เพราะฉะนั้นเมื่อเขารู้ว่าคนเลี้ยงไม่เอาใจใส่เขา เขาจะเครียดมาก
.jpg)
l บางคนบอกว่าพาหมาไปทำหมันมันบาป คุณหมอจะตอบเรื่องนี้อย่างไรครับ
ดร.สันนิภา : ไม่นะคะ เราไม่ได้ทำแท้งเขานะคะ เราทำหมันเขาเพื่อลดประชากรสัตว์ที่เราไม่สามารถดูได้เป็นอย่างดี เราไม่ได้ทำหมันหมาหรือแมวที่ตั้งท้องนะคะ เราตรวจก่อนทำหมันทุกกรณีค่ะขอแนะนำว่าหากเราไม่สามารถดูแลสัตว์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีได้ และเราไม่ต้องการพบเห็นปัญหาหมาแมวจรจัดเต็มเมือง พาเขาไปทำหมันเถอะนะคะดีกว่าปล่อยให้เขาขยายพันธุ์แล้วไม่มีใครเลี้ยงดูกลายเป็นปัญหาหมาแมวจรจัดล้นเมือง กลายเป็นบ่อเกิดของการเกิดโรคระบาดจากสัตว์สู่คนมีรายงานทางสัตวแพทย์ชัดเจนว่าการทำหมันช่วยในเรื่องการปรับพฤติกรรมสัตว์ได้ด้วย เมื่ออ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ หมอไม่คิดว่าการทำหมันเป็นบาปหรือเป็นโทษ แต่คิดว่าเป็นประโยชน์กับสัตว์มากกว่า แล้วยังเป็นประโยชน์กับเจ้าของในเรื่องการบริหารจัดการดูแลสัตว์ด้วย
l สำหรับสุนัขและแมวจรจัด อายุเท่าไรจึงควรพาไปทำหมันครับ
ดร.สันนิภา : อายุ 5-7 เดือน ก็ทำหมันให้ได้แล้วค่ะ เพื่อป้องกันเขาผสมพันธุ์ เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม แก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยตรง แต่ทั้งหมดนี้สัตวแพทย์จะประเมินก่อนว่าควรจะทำหมันให้หรือไม่แต่ถ้าสัตว์อายุน้อยเกินไป ก็จะไม่ทำหมันให้ค่ะ สำหรับสัตว์ที่อายุยังน้อย ก็พาไปตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนตามอายุของเขา
.jpg)
l เรียนถามอีกครั้งว่า การทำหมันเป็นผลดีต่อสัตว์อย่างไรบ้าง
ดร.สันนิภา : ข้อแรกคือลดการเพิ่มจำนวนสัตว์จรจัด ส่วนเรื่องสุขภาพที่ดีของเขาคือ ลดปัญหาการเกิดมดลูกอักเสบในสัตว์เพศเมีย เพราะถูกตัดรังไข่ออกไปแล้ว และลดปัญหามะเร็งเต้านมด้วย นอกจากนั้นยังช่วยปรับพฤติกรรมของสัตว์ด้วย คือลดความก้าวร้าวในช่วงฤดูผสมพันธุ์
l มีผู้ฝากถามว่านำสุนัขไปบริจาคโลหิตที่ธนาคารเลือดสุนัขที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ได้ใช่ไหมครับ
ดร.สันนิภา : ได้ค่ะ สามารถนำสุนัขและแมวที่สมบูรณ์ไปบริจาคเลือดได้ค่ะ ขอให้ติดต่อที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ในวันเวลาราชการค่ะ โดยสัตวแพทย์จะต้องตรวจสัตว์ก่อนว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์เหมาะกับการบริจาคโลหิตหรือไม่ ขอให้เข้าไปดูรายละเอียดใน website cu-vet-blood-bank ค่ะ และตามปกติทางธนาคารเลือดก็จะไปขอรับบริจาคเลือดจากหมาแมวตามศูนย์รับเลี้ยงสุนัขและแมว รวมถึงศูนย์สุนัขทหาร และสุนัขตำรวจ หรือฟาร์มขนาดใหญ่ที่เพาะเลี้ยงสุนัขและแมว เพราะการไปในแต่ละครั้งสามารถได้รับโลหิตกลับมาเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก
.jpg)
l คำถามปิดท้ายครับ โรงพยาบาลสัตว์เล็กคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ รับร่างของหมาแมวและสัตว์อื่นๆ ที่ตายแล้วไปเพื่อใช้ศึกษาด้วยใช่ไหมครับ หากมีผู้สนใจนำร่างสัตว์ไปบริจาค ต้องทำอย่างไรครับ
ดร.สันนิภา : ขอบคุณค่ะ เราต้องการสัตว์ที่เสียชีวิตแล้วไปใช้เพื่อการศึกษาของนิสิตในคณะค่ะ เรามีศูนย์กายสัตว์อุทิศ เพื่อใช้สำหรับการเรียนและการวิจัย สำหรับเงื่อนไขการรับสัตว์ที่ตายเพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและศึกษามีอยู่ว่าสัตว์ต้องไม่ตายเพราะโรคอันตรายร้ายแรงที่สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่คนได้ ในแต่ละปีคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ต้องการร่างของสัตว์เพื่อใช้ในการวิจัยและศึกษาประมาณ 200-250 ร่าง แต่มักจะได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้นำร่างของสุนัขและแมวที่ตายโดยไม่ใช่เพราะสาเหตุโรคร้าย รวมถึงสัตว์อื่นๆ เช่น หนู เม่น ปลา กระรอก ไปบริจาคให้ศูนย์กายสัตว์อุทิศ เมื่อร่างของสัตว์ที่ถูกใช้เพื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว นิสิตคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ และอาจารย์ในคณะฯ จะจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ รวมถึงทำพิธีฌาปนกิจให้ด้วย เพราะถือเป็นอาจารย์ใหญ่ของนิสิตและนักวิจัยในคณะฯ
คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี