533.jpg
‘ปวดศีรษะแบบไหน..ต้องไปพบแพทย์’

‘ปวดศีรษะแบบไหน..ต้องไปพบแพทย์’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

อาการปวดศีรษะพบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย และมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยและสามารถหายได้เอง ในขณะที่บางครั้งอาจมีความรุนแรงมากจนส่งผลต่อการทำงาน รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายทางสมองได้ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าปวดแบบไหนต้องให้ความสนใจและไปพบแพทย์ โดยทั่วไปอาการปวดศีรษะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.อาการปวดศีรษะปฐมภูมิ (primary headache)หมายถึง อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้เป็นผลมาจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะไมเกรน ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว อาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้มักมีลักษณะเป็นๆ หายๆ มีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวด เช่น ความเครียด พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก อากาศร้อนแดดหรือแสงจ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลิ่นบุหรี่ ประจำเดือน เป็นต้น แม้ว่าอาการปวดในกลุ่มนี้มักจะไม่อันตราย แต่หากมีอาการเรื้อรังจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาและป้องกัน


2.อาการปวดศีรษะทุติยภูมิ (secondary headache) หมายถึง อาการปวดศีรษะที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากโรคหรือความผิดปกติอื่นๆ เช่น โรคติดเชื้อในสมอง ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคโพรงจมูกอักเสบ ก้อนเนื้องอกในสมอง เป็นต้น อาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้แม้จะพบได้น้อย แต่จำเป็นที่จะต้องได้รับการวินิจฉัย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรก

อาการปวดศีรษะที่ต้องให้ความสนใจและควรปรึกษาแพทย์

l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด และมีความรุนแรงมาก

l ปวดศีรษะร่วมกับมีอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง เดินเซ พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว ภาพซ้อน ชัก สับสนหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

l ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้ คอแข็ง

l ปวดศีรษะร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่รุนแรง

l ปวดศีรษะมากจนทำให้ตื่นกลางดึก

l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นใหม่ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

l ปวดศีรษะที่บริเวณใบหน้า ดวงตา หู กราม หรือฟันโดยไม่ทราบสาเหตุ

l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ

l ปวดศีรษะที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทุเลาหลังได้รับการรักษาเบื้องต้น

l ปวดศีรษะในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคมะเร็ง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

l ปวดศีรษะที่มีลักษณะแตกต่างจากการปวดศีรษะที่เคยเป็นในอดีต

โดยทั่วไปแพทย์จะให้การวินิจฉัยโรคปวดศีรษะได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำการสแกนสมองในทุกราย หากคุณมีสัญญาณผิดปกติดังข้างต้นหรือมีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้งโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและเริ่มต้นการรักษาอย่างถูกต้อง

บทความโดย:- รศ.นพ. ประวีณ โล่ห์เลขา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top