วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
โรคยอดฮิตของหน้าฝนคงหนีไม่พ้นโรคหวัดและภูมิแพ้ ที่อาจทำให้หลายคนวิตกกังวลเพราะสับสนกับโรคโควิด-19 แม้ว่าในปัจจุบันการแพร่ระบาดจะเริ่มผ่อนคลายลงแล้วก็ตาม แต่ยังมีไวรัสอีกชนิดที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เรียกว่าถอดโมเดลมาจากเชื้อโควิดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรียกว่าไวรัส RSV
ไวรัส RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธ์ุเอและสายพันธุ์บี ติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ทั้งการสัมผัสโดยตรงและการสัมผัสผ่านสิ่งของ เมื่อได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัว 4-6 วัน หรืออาจถึง 8 วันอาการของผู้ติดเชื้อจะเหมือนหวัดธรรมดา โดยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลและไอจาม สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโตอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือหากเกิดในเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสองขวบ หรือเด็กและผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว เช่น ปอดเรื้อรัง หอบหืดภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคหัวใจ เป็นต้น ไวรัสนี้สามารถลุกลามไปยังทางเดินหายใจส่วนล่างทั้งในหลอดลมใหญ่ หลอดลมฝอย และเนื้อปอด จนทำให้เกิดอาการปอดอักเสบได้ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างก็อาจมีไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing)และมีเสมหะเยอะมากผิดปกติ
แพทย์หญิงสุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต อธิบายเพิ่มเติมว่า เราพบว่าไวรัส RSV มีโมเดลการแพร่ระบาดคล้ายคลึงกับโรคโควิด-19 อย่างมากจนแทบจะถอดแบบกันมาเลยทีเดียว แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือเชื้อไวรัส RSV ในสารคัดหลั่งสามารถคงอยู่บนสิ่งของได้นาน 30 นาทีไปจนถึง 1 ชั่วโมงเลย ดังนั้น ถ้าเราเอามือไปสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ว่าจะบนโต๊ะ ลูกบิดประตู ราวบันได แล้วเอามือมาสัมผัสใบหน้าก็จะติดเชื้อได้ง่ายมาก
ไวรัส RSV คล้ายกับโรคหวัดอื่นๆ ที่ไม่มียารักษาจำเพาะ จึงต้องรักษาตามอาการ โดยถ้ามีอาการไอก็ให้ยาแก้ไอละลายเสมหะ ถ้ามีน้ำมูกก็ให้ยาลดน้ำมูก สำหรับในเด็กเล็กที่อาจเกิดอาการรุนแรงกว่าอาจต้องพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะเด็กที่มีเสมหะเยอะมาก อาจต้องรับการพ่นยาขยายหลอดลมหรือพ่นน้ำเกลือเพื่อละลายเสมหะ ถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆ จนไม่สามารถไอเพื่อขับเสมหะออกมาเองได้ ก็อาจต้องใช้อุปกรณ์ดูดน้ำมูกและเสมหะ เพื่อเคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
“ดูเผินๆ ไวรัส RSV แทบไม่แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปเลย เพียงแต่อาจจะมีน้ำมูกหรือสารคัดหลั่งเยอะมากจนไปอุดตันทางเดินหายใจ แต่อีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวลเกี่ยวกับโรคนี้คือ หากเกิดในเด็กเล็กจนมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ไวรัส RSV สามารถทำให้เกิด “รอยโรค” ได้ เช่น เด็กที่เคยติดเชื้อแล้วอาจเกิดภาวะที่เรียกว่าหลอดลมไวในเด็ก โดยหลอดลมจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ซึ่งเมื่อติดเชื้ออีกในอนาคตก็อาจมีอาการหายใจวี้ดหรือจำเป็นต้องใช้ยาขยายหลอดลมซ้ำๆ และเมื่อเด็กโตขึ้นก็อาจจะกลายเป็นโรคหอบหืดได้”
แม้ว่าไวรัส RSV จะดูน่าวิตกกังวล แต่มาตรการที่เราใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ยังใช้ได้ผลดีกับไวรัส RSV นี้เช่นกัน ดังนั้น การปิดแมสก์ การล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งต่างๆ นอกบ้านโดยไม่จำเป็น การรักษาระยะห่างหรือแยกตัวออกจากผู้ที่มีอาการคล้ายหวัด ไปจนถึงการทำความสะอาดพื้นผิวที่ผู้คนใช้งานอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เหล่านี้ก็ยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติที่เรายังคงต้องให้ความสำคัญกันอย่างต่อเนื่อง
แล้วเราทุกคนจะปลอดภัยจากไวรัส RSV เช่นเดียวกับที่เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตโควิดที่รุนแรงมาได้แล้วนั่นเอง ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุตโทร.02-0790038 หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT Application คลิก https://bit.ly/372qexX
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี