วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
รู้เท่าทัน 3 โรคเข่ายอดฮิต รับมือปัจจัยเสี่ยง

รู้เท่าทัน 3 โรคเข่ายอดฮิต รับมือปัจจัยเสี่ยง

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : โรคเข่า
  •  

“ปวดเข่า” ถือว่าเป็นอาการยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเข่าเป็นอวัยวะที่ใช้รับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็มีการใช้เข่าและข้อเข่าในหลายลักษณะ อาการปวดเข่าเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเสื่อมของกระดูกและข้อเข่า การปวดเข่าเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ การออกกำลังกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน รวมถึงการปล่อยให้น้ำหนักตัวมากจนเกินไป ส่งผลผู้ป่วยเข้ารับรักษาอาการจาก “โรคเข่า” เป็นจำนวนมาก

นายแพทย์ธนรัตน์ เหรียญเจริญศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาการปวดเข่าสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีวิธีการดูและรักษาที่แตกต่างกันเป็นอาการที่สร้างความทรมานและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โรคเข่าที่พบได้บ่อยมีดังนี้


1.โรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนใหญ่พบในกลุ่มของ “ผู้สูงอายุ” ที่ไม่ได้รับการรักษาแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน เกิดจากกระดูกอ่อนสึกหรอทำให้มีอาการปวดเข่าเรื้อรัง มีอาการเป็นๆ หายๆ มีอาการข้อเข่าติดขัด เกิดเสียงดังในข้อเข่าขณะขยับเคลื่อนไหว บางรายอาจจะเริ่มปวดทีละข้างหรือปวดพร้อมกันทั้งสองข้าง การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการและระยะของโรค หากมีอาการไม่รุนแรงมากนักแพทย์จะรักษาด้วยยาแพทย์จะแนะนำท่ากายภาพบำบัดที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยลดการใช้งานเข่า ส่วนกลุ่มที่มีอาการปานกลางแพทย์ที่ไม่ถึงขั้นผ่าตัดแพทย์จะแนะนำใช้วิธีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าสังเคราะห์ ซึ่งเป็นการฉีดสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารน้ำที่มีอยู่ในน้ำข้อของเราจะช่วยลดอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ดีขึ้น และอีกหนึ่งวิธีที่เรียกว่า การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP ที่ได้จากเลือดของ ผู้ป่วยเอง เป็นการรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นของข้อเข่า

หากวินิจฉัยแล้วว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีลักษณะข้อเข่าเสื่อมมากข้อเข่าผิดรูป แพทย์จะแนะนำให้ “ผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม” เป็นการเอาผิวข้อที่สึกออกไปและทดแทนด้วยผิวข้อเทียม ทำให้ผู้ป่วยสามารถลุกยืน เดิน หรือขยับข้อเข่าได้ในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดแบบเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมบางส่วน(Unicompartment Knee Arthroplastyหรือ UKA) และการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total KneeArthroplasty หรือ TKA) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสื่อม รวมถึงในบางกรณีมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการผ่าตัดทั้งคอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด(Computer Assisted Surgery) หรือหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัด (RoboticAssisted Surgery) ทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมมีความถูกต้อง แม่นยำ และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเทียมมากยิ่งขึ้น

2.โรคเอ็นเข่าอักเสบ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรมองข้าม เกิดจากการใช้งาน “ข้อเข่า” ในลักษณะซ้ำๆ เกิดจากอุบัติเหตุทำให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง การเล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อเข่าอย่างหนัก เช่น การวิ่ง ฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นต้น รวมถึงการไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายด้วย การเคลื่อนไหวร่างกายผิดท่า การหกล้มอย่างรุนแรง และผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมหรือมีอาการเข่าบิดด้านในนั้น จะมีโอกาสเกิดอาการเอ็นหัวเข่าอักเสบค่อนข้างสูง ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดเข่า มีจุดกดเจ็บ และจะอาการปวดมากเวลางอหรือขยับข้อเข่า บางรายมีอาการเดินลำบาก ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ เมื่อมีอาการเหล่านี้ควรพักการใช้งานเข่า ประคบเย็น อาการเหล่านี้จะดีขึ้นและสามารถหายได้เองได้ในเวลา 2-3 วันขึ้นไป หากอาการไม่ดีขึ้นให้ รีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจรับการรักษา

3.โรคเกาต์ เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ สาเหตุสําคัญมาจากกรรมพันธุ์ การทํางานของไตลดลง รวมถึงเมื่อมีอายุที่มากขึ้นแต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิด และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก แม้ว่าการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น ยอดผัก สัตว์ปีกเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล อาจจะไม่ใช่สาเหตุที่ทําให้กรดยูริกในเลือดสูงโดยตรง แต่ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคเกาต์กําเริบสามารถทำให้เกิดข้ออักเสบเฉียบพลันได้ จนเกิดอาการปวด บวม แดงร้อน บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า หรือตามข้อต่างๆ เช่น ข้อเท้า หรือ ข้อเข่า อาการมักจะปวดฉับพลัน ปวดเพียงข้อเดียวข้างใดข้างหนึ่ง สำหรับผู้ป่วยควรดูแลตัวเองด้วยการรับประทานยาเพื่อควบคุมอาการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาหารที่มีกรดยูริกสูง และแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการควรมาพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการปวดเข่าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปวดจาก 3 โรคข้างต้น หรือไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอาการผู้ป่วยควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้หรือได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง หรือมีโรคบางอย่างแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายมากขึ้นได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

NKTกางแผนปี69เปิด‘นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์’ ปักหมุดรายได้เติบโต 10-15%

นิวซีแลนด์ อ่วมหนัก พายุถล่มหนักกระทบเที่ยวบิน-ไร้ไฟฟ้า 3 หมื่นครัวเรือน

อุทาหรณ์วันไหว้ ตรุษจีนเบตงหวิดเศร้า จุดธูปทิ้งไว้ไหว้บรรพบุรุษ ไฟลามไหม้บ้าน

สนธิญา ป้องระบบบาร์โค้ด เชื่อมั่นเลือกตั้งสุจริต วอนอย่าเหมาเข่งทำโมฆะ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved