วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
ในเทศกาลขึ้นปีใหม่ปีนี้การทำบุญตักบาตรได้เป็นประเพณีปฏิบัติของวัฒนธรรมไทยซึ่งเป็นสังคมที่มีพุทธศาสนาเป็นหลัก ชาวไทยส่วนมากนิยมทำบุญตักบาตร-ไหว้พระเพื่อให้มีสิริมงคลแก่ชีวิต ด้วยเชื่อว่าการให้ทานเป็นพุทธบูชานั้นเป็นการขอบคุณพระพุทธธรรม จึงได้ร่วมธำรงส่งเสริมและสืบทอดพระศาสนาโดยค้ำจุนบำรุงพระภิกษุสามเณร ได้ช่วยสืบสานต่อศาสนา จากการศึกษาเล่าเรียน จากวัตรปฎิบัติตามพระธรรมวินัย เพื่อจักได้เป็นแบบอย่างและเทศนาสั่งสอนประชาชนให้เข้าใจมีศีลธรรมประจำใจ อันเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรสืบไป เรื่องการทำบุญตักบาตรนั้นได้เกิดขึ้นมาแล้วแต่ครั้งพุทธกาล ครั้งเมื่อพระพุทธองค์ออกบวชยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น ได้ประทับอยู่ที่สวนมะม่วง พระองค์ได้ออกบิณฑบาตร์ผ่านกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ชาวเมืองเห็นพระมาบิณฑบาต ก็ต่างพากันนำอาหารมาใส่ในบาตรเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นมาการตักบาตรจึงเป็นวัตรของการทำบุญสืบต่อมาและอีกครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว ขณะที่ประทับอยู่ที่ดงไม้เกดนั้น ได้มีพ่อค้า ๒ คน นำข้าวสัตตุก้อน สัตตุผง ซึ่งเป็นเสบียงอาหารสำหรับการเดินทางค้าขายมาถวาย พระพุทธองค์ทรงรับไว้ด้วยบาตร จึงทำให้บาตรนั้นเป็นภาชนะประจำตัวของพระภิกษุที่ขาดมิได้ นับเป็นบริขารหนึ่งในบริขารทั้ง ๘

งาน๒๑๕ปีวัดสุทัศน์เทพวราราม
ดังนั้น เมื่อมีเทศกาลปีใหม่ และตรุษสงกรานต์ หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนาจึงมีการทำบุญใส่บาตรจนเป็นวัตรปฏิบัติของสงฆ์และประเพณีการทำบุญ วันปีใหม่สากลนั้นนับวันสิ้นปีหรือขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคมยึดถือเป็นเวลาเดียวกัน ส่วนที่เป็นวันอื่นตามความเชื่อทางศาสนาที่นับถือและการใช้ศักราชที่แตกต่างกันจึงเป็นเหตุให้มีวันปีใหม่เฉพาะตนต่างกัน เช่น วันคริสต์มาสหรือตรุษฝรั่ง วันตรุษจีน วันตรุษสงกรานต์ เป็นต้น จนทำให้ในวันตรุษดังกล่าวนั้นได้สร้างการมีส่วนร่วมฉลองสนุกสนานไปด้วยกันโดยไม่จำกัด

บุษบกพระพุทธสิหิงค์
สำหรับชาวพุทธนั้น ภายหลังได้เพิ่มการสวดมนต์ข้ามปีระหว่างปีเก่าและปีใหม่เพิ่มขึ้น โดยพระอารามหลวงและวัดต่างๆทั่วประเทศ กรมการศาสนา สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถระสมาคม. ร่วมกันจัดสวดมนต์ทั่วประเทศและต่างประเทศ นอกเหนือไปจากการทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ที่มีอยู่เดิมแล้ว ได้มีการจัดกิจกรรมสักการะพระพุทธรูปประจำวัน “มงคลพุทธคุณ” ในเทศกาลปีใหม่ โดยกรมศิลปากร และสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญพระพุทธรูปประจำวันให้ประชาชนสักการะบูชาเป็นพิเศษ โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน พร้อมด้วยพระพุทธรูปประจำวันอีก ๙ องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติมายาวนานและ มีพุทธศิลป์อันงดงาม เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นศักราชใหม่ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางถวายเนตร พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปประจำวันจันทร์ พระพุทธรูปไสยาสน์ พระพุทธรูปประจำวันอังคาร พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร พระพุทธรูปประจำวันพุธ พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ พระพุทธรูปประจำวันพุธ กลางคืน (พระพุทธรูปบูชาแทนพระราหู) พระพุทธสิหิงค์จำลอง (ปางสมาธิ) พระพุทธรูปประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางรำพึง พระพุทธรูปประจำวันศุกร์ พระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปประจำวันเสาร์ พระหายโศก ปางสมาธิเพชร (พระพุทธรูปบูชาแทนพระเกตุ)

อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา
นอกจากนี้ อุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศได้เปิดให้เข้าชมโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๖ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศนั้นได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญของพิพิธภัณฑ์ฯออกให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
สำหรับปีนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เปิดนิทรรศการภายในอาคารเครื่องทองอยุธยา ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงใหม่ให้ชม ตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม นี้ เป็นต้นไป และงานสมโภช ๒๑๕ ปีวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหารในวันที่๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ตั้งแต่ ๑๕.๐๐ - ๒๑.๐๐ นโดยเฉพาะวันที่๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕นั้นมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีร่วมกันทั่วประเทศ และการสวดมนต์นั้นมีการสร้างโปรแกรมให้สามารถสวดมนต์ทางออนไลน์ได้ด้วย..
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี