Logo วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
นักวิจัยนานาชาติร่วมงาน ‘NPRCT – CU Symposium 2023’ หนุนไทยขึ้นแท่นศูนย์วิจัยฯระดับโลก

นักวิจัยนานาชาติร่วมงาน ‘NPRCT – CU Symposium 2023’ หนุนไทยขึ้นแท่นศูนย์วิจัยฯระดับโลก

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.21 น.
Tag : นักวิจัยนานาชาติ NPRCT – CU Symposium 2023
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ‘NPRCT – CU Symposium 2023’ ด้านยาและวัคซีนครั้งใหญ่ ระดมนักวิจัยและนักวิชาการนานาประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือใหม่ พร้อมโชว์งานวิจัยยาและวัคซีนในยุคโควิด-19 ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการแพทย์ของประเทศให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง เร่งเดินหน้าสู่ศูนย์วิจัยฯ ระดับโลก


ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “NPRCT – CU Symposium 2023” ภายใต้หัวข้อ ”บทบาทของไพรเมทที่ไม่ใช่มนุษย์ต่อการพัฒนายาและวัคซีนในยุคโควิด-19” (Roles of non-human primates on drug and vaccine development during the COVID-19 era” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 – 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เพื่อแสดงถึงศักยภาพของศูนย์วิจัยไพรเมทเเห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ก่อตั้งมาครบ 11 ปี ว่ามีความพร้อมและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ทั่วโลกตื่นตัวอย่างมากในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัย ทั้งยาและวัคซีน สำหรับนำมาใช้ในการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในมนุษย์  ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาฯ ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนสัตว์ทดลองกลุ่มไพรเมทในการศึกษาค้นคว้า จึงได้รับโอกาสจากหน่วยงานภายในประเทศที่คิดค้นวัคซีน สำหรับยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีคุณภาพเทียบเท่าบริษัทผลิตวัคซีนชั้นนำในต่างประเทศ สำหรับนำมาผลิตในเชิงอุตสาหกรรมภายในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศ    ส่งผลให้ศูนย์ฯ เป็นที่รู้จักจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายงานวิจัยกับหน่วยงานต่าง ๆ

ศาสตราจารย์ ดร. สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไพรเมทเเห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย เนื่องจากศูนย์ฯ เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลคือ AAALAC International และ OECD-GLP มาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ดีขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จึงทำให้ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาฯ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติว่ามีคุณภาพ และโดยหลักการพัฒนายาและวัคซีน จะต้องมีการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพว่ามีความสามารถป้องกันโรคได้จริงและมีความปลอดภัยในการใช้ จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบกับลิงซึ่งใกล้เคียงกับคนก่อนนำมาใช้

“จากที่เรามีศูนย์วิจัยฯ จึงทำให้เราเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถนำวัคซีนโควิด 19 ที่ผ่านการทดสอบจากศูนย์วิจัยฯ ไปทำการทดสอบต่อในคนได้ทันที เพราะเราเป็นศูนย์วิจัยฯ ที่ได้มาตรฐานทำให้ได้ข้อมูลที่ทำการทดสอบในสัตว์ เพื่อจะนำไปใช้ในคนได้อย่างปลอดภัย และจากสถานการณ์ระบาดของโรควิด-19 ทำให้เรามีโอกาสทำงานวิจัยกับนานาประเทศ อาทิ เยอรมนี จีน สหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น และมาเลเซีย” ศาสตราจารย์ ดร. สุจินดา กล่าว

สำหรับงานประชุมในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญที่มีความสนใจในการพัฒนายาและวัคซีนในระดับต่างๆ และเป็นโอกาสให้ศูนย์ฯ ประกาศศักยภาพให้นานาประเทศได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ด้อยกว่าประเทศใดในโลก การนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ยาและวัคซีนที่ทำการทดสอบและวิจัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ เช่น โรคโควิด-19 และวัณโรค เป็นต้น  ส่วนที่สอง เป็นงานวิจัยที่ไม่ใช่โรคติดเชื้อ เช่น เบาหวาน ความดัน ซึ่งทั้งสองกรณีมีความสำคัญและจำเป็นต้องพัฒนา โดยเฉพาะเมื่อประชากรของโลกเข้าสู่ช่วงสูงวัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างศูนย์ฯ กับ 3 สถาบันจากต่างประเทศ ดังนี้  1.Center of the Evolutionary Origins of Human Behavior (EHUB) ศูนย์ต้นกำเนิดวิวัฒนาการพฤติกรรมมนุษย์ EHUB มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประสานความสัมพันธ์ด้านงานวิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับสัตว์กลุ่มลิง เนื่องจากศูนย์นี้เป็นหน่วยทดสอบด้านลิงอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น 2.Department of Parasitology, National Institute of Infectious Diseases (NIID) ภาควิชาปรสิต สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIID) ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งงานแรกที่ทำร่วมกันคือโรคมาเลเรีย เนื่องจากประเทศไทยมีลิงที่ติดเชื้อมาเลเรียจากธรรมชาติ จึงคิดหาแนวทางรักษาและมุ่งหวังว่าหากสามารถคิดค้นยารักษามาเลเรียในลิงจะทำให้ได้องค์ความรู้ เพื่อนำมารักษาโรคมาเลเรียในคนในลำดับต่อไป และ3. School of Pharmacy, Sungkyunkwan University คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยซองคยุนควน ประเทศเกาหลีใต้

“เห็นได้ว่าการประชุมฯ ครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงศักยภาพของงานวิจัยพื้นฐานที่รัฐบาลมีการลงทุน ซึ่งศูนย์ฯ ได้นำงานวิจัยนั้นมาใช้ประโยชน์ และการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า หากประเทศไทยไม่มีงานวิจัยพื้นฐานเหล่านี้ จะทำให้ปรับตัวไม่ทัน ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเนื่องจากโครงสร้างการทำงานด้านการวิจัยของประเทศไทยที่วางไว้ทำให้ที่ผ่านมาเกิดการพัฒนางานอย่างรวดเร็ว เกิดการขับเคลื่อนได้ทันต่อสถานการณ์ ประเทศไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น เพราะมีงานวิจัยจากประเทศต่างๆ หลั่งไหลเข้ามามากมาย  เช่น ที่กำลังเจรจาอยู่มาจากเกาหลี ออสเตรีย ฝรั่งเศส เป็นต้น” ศาสตราจารย์ ดร. สุจินดา กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร. สุจินดา กล่าวต่อว่า การก้าวไปสู่ระดับโลกของศูนย์ฯ นอกจากจะเป็นแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก ศูนย์ฯ ยังมีการร่วมมือกับหน่วยวิจัยในระดับต่างๆ  โดยมีการทำงานเป็นเครือข่าย ที่เรียกว่า Thailand OECD - GLP Preclinical Testing Network (TOPT) ซึ่งในอนาคตมุ่งหวังว่าหากมีผู้ประกอบการต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์ใดๆ ในสัตว์ก่อนที่จะนำไปใช้ในคน สามารถนำมารับบริการ โดยจะมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงส่งต่องานกันซึ่งไม่ใช่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย ทำให้เกิดความรวดเร็วในการทำงาน ปัจจุบัน แนวทางการดำเนินงานเช่นนี้ของศูนย์ฯ เป็นการขับเคลื่อนระดับภูมิภาค ซึ่งจะทำให้ก้าวต่อไประดับโลกได้ในอนาคต

“บทบาทด้านนี้จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ตามมามากมายแน่นอน ในด้านเศรษฐกิจ หากเราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ประโยชน์อย่างแรกคือลดการนำเข้า และหากเราสามารถไปได้ไกลกว่านั้นคือการส่งออก ก็จะสร้างรายได้อย่างมากให้กับประเทศ ประโยชน์อีกด้านที่สำคัญคือความเท่าเทียมในการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์หากเราสามารถผลิตได้จะทำให้ทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม”  ศาสตราจารย์ ดร. สุจินดา กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว'รวยไม่ไหวแล้ว'

สิริพงศ์ สวน ศุภณัฐ หลังซัดกรมทางหลวงออกนโยบายเอาใจนาย เหน็บใช้แต่มุกเดิมๆ

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

ระทึกระหว่างแข่งขัน! กู้ภัยโรยตัวช่วยนักปั่น 'Tour of Andaman' เสียหลักตกเหว

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved